นาฬิกาวันสิ้นโลก

วันอังคารที่ 27 มกราคม 2026 มีเหตุการณ์เล็กๆ เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่ศูนย์เคลเลอร์ในมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ นาฬิกาวันสิ้นโลก (Doomsday Clock) ถูกไขให้อยู่ห่างจากเวลาเที่ยงคืนที่ได้รับการอุปโลกน์ว่าจะเป็น ‘วันสิ้นโลก’ ที่อาจจะไม่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์หลงเหลืออีกต่อไปเพียงแค่ 85 วินาที อันถือว่าเป็นเวลาที่เหลืออยู่น้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำนาฬิกาวันสิ้นโลกขึ้นมาใน ค.ศ. 1947 

นับเป็นห้วงเวลาที่มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์มากที่สุด นับตั้งแต่เกิดมนุษย์ขึ้นมาบนโลกดวงนี้!  

นาฬิกาวันสิ้นโลกคืออะไรกันแน่? คนที่สร้างมันขึ้นมา คิดอะไรกันแน่ถึงได้สร้างมันขึ้นมา?

ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ค.ศ. 1945 มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยชิคาโก พวกเขาใช้ชื่อเรียกตัวเองว่าเป็น ‘นักวิทยาศาสตร์อะตอม (Atomic Scientists)’ พวกเขาล้วนเป็นสมาชิกดั้งเดิมของโครงการแมนฮัตตันของสหรัฐอเมริกาที่มีภารกิจสร้างระเบิดปรมาณู สมาชิกคนสำคัญในกลุ่มนี้ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อ เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, รอเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ และยูจีน โรบิวิตช์  

ต่อมาพวกเขาได้ตีพิมพ์จดหมายข่าวที่เรียกว่า Bulletin of the Atomic Scientists ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ และสาธารณชน เกี่ยวกับความรับผิดชอบและศีลธรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์และเพื่อผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ต่อมาใน ค.ศ. 1947 จดหมายข่าวก็ได้กลายมาเป็นนิตยสารในที่สุด1

จะออกปกอย่างไรให้สื่อถึงจุดมุ่งหมายของนิตยสารได้ดีที่สุด? 

ผู้ออกแบบปกคนแรกคือ มาร์ทิล แลงส์ดอร์ฟ (Martyl Langsdorf) ที่สามีคือ อเล็กซานเดอร์ แลงส์ดอร์ฟ ซึ่งก็เป็นนักฟิสิกส์ในโครงการแมนฮัตตันเช่นกัน ตั้งใจจะใช้สัญลักษณ์ของธาตุยูเรเนียมเป็นรูปปก แต่สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนใจหันมาใช้สิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันมากกว่าคือ หน้าปัดนาฬิกา มาเป็นตัวแทนเรื่องภารกิจการควบคุมการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างเร่งด่วน โดยเธอออกแบบโดยใช้จุด 4 จุดแทนตัวเลขบอกเวลาตั้งแต่เลข 9 ถึง 12 บนเสี้ยวหนึ่งของหน้าปัดนาฬิกา (ไม่ใช่นาฬิกาทั้งหน้าปัด) และใช้แท่งสีดำแทนแขนชั่วโมงของนาฬิกา ขณะที่ใช้แท่งสีขาวแทนแขนนาทีนาฬิกา

โดยกำหนดให้เวลาในปีนั้นอยู่ที่ 7 นาทีก่อนเที่ยงคืน  

เมื่อมีคนถามเธอว่า เหตุใดจึงออกแบบหน้าตานาฬิกาเช่นนั้น?

เธอตอบสั้นๆ ว่าเพราะ ‘ในสายตาฉัน มันดูดี’ ก็แค่นั้น! 

ต่อมาใน ค.ศ. 2007 กราฟิกดีไซเนอร์ ไมเคิล เบรุต (Michael Beirut) ก็ปรับแก้อีกเล็กน้อย โดยปรับให้จุดและแขนนาฬิกาเป็นสีดำทั้งหมด พร้อมกับเพิ่มเส้นโค้งที่เป็นขอบนาฬิกาลงไป ได้เป็นหน้าตาของนาฬิกาวันสิ้นโลกอย่างทีเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้2

กลับมาที่เวลาก่อนเที่ยงคืนกันอีกที อันที่จริงก่อนจะระบุเวลา มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของงานศิลปะและภาพที่สวยงามสะดุดตาแค่นั้นนะครับ ตำแหน่งของเข็มนาทีปรับเปลี่ยนมาตลอดเวลาครับ และมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพูดคุยตกลงกัน เพื่อหาข้อสรุปว่าตอนนี้เข็มนาทีควรอยู่ที่ใดกันแน่ 

ยกตัวอย่าง เพียงสองปีผ่านไปใน ค.ศ. 1949 ก็มีการปรับเข็มนาฬิกาเป็นครั้งแรก และเข็มนาทีก็เคลื่อนไปหยุดที่ 3 นาทีก่อนเที่ยงคืน เหตุเพราะในเดือนสิงหาคมปีนั้น สหภาพโซเวียตทดลองระเบิดปรมาณูเป็นครั้งแรกจนนำไปสู่การสะสมอาวุธนิวเคลียร์แข่งกันระหว่างสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา รวมถึงอีกหลายชาติ 

ขยับมาอีกในปี ค.ศ. 1953 ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างก็ทดลองระเบิดไฮโดรเจนเป็นครั้งแรก ทำให้เข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกเคลื่อนเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้นไปอีก คือห่างแค่เพียง 2 นาทีเท่านั้น3

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เข็มนาทีก็ขยับเลื่อนไปข้างหน้าบ้าง ถอยกลับหลังมาบ้างแล้วแต่ช่วงจังหวะเวลาไป เช่น ใน ค.ศ. 1960 เข็มนาทีถอยห่างกลับมาที่ 7 นาทีก่อนเที่ยงคืน เพราะในปีนั้นมีการประชุมหารือกันที่เมืองเจนีวา จนได้ข้อตกลงว่าจะยุติการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ถัดมาอีก 3 ปีเข็มก็ถอยหลังกลับมาอีกจนถึง 12 นาทีก่อนเที่ยงคืน เพราะก่อนหน้านั้นมีการเซ็นสนธิสัญญาห้ามการทดลองนิวเคลียร์ทั้งในชั้นบรรยากาศ นอกโลก และใต้น้ำ โดยสามชาติมหาอำนาจในขณะนั้นคือ สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต และสหราชอาณาจักร   

ล่วงเวลามาถึงปี ค.ศ. 1991 นาฬิกาวันสิ้นโลกก็เคลื่อนถอยกลับมาได้ไกลที่สุดที่ 17 นาทีก่อนเที่ยงคืน เมื่อมีการลงนามสนธิสัญญาการลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (Strategic Arms Reduction Treaty, START) โดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ซึ่งการลงนามนี้จะทำให้มีกระบวนการต่างๆ ในการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศทั้งสองลง  

ใครเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรจะปัดเข็มนาทีไปอยู่ที่ใด? 

แม้จะระบุอย่างเป็นทางการว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ผู้จัดทำจดหมายข่าวที่เรียกว่า Bulletin of the Atomic Scientists เป็นผู้กำหนด แต่อันที่จริงแล้วในช่วงสองสามทศวรรษแรกหลังจากการเกิดขึ้นของนาฬิกาวันสิ้นโลก นักวิทยาศาสตร์จากโครงการแมนฮัตตันชื่อ ยูจีน ราบิโนวิตช์ (Eugene Rabinowitch) เป็นผู้กำหนดตำแหน่งแต่เพียงผู้เดียว 

จวบจนเขาสิ้นใจใน ค.ศ. 1973 จึงมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการตัดสินใจร่วมกันของคณะกรรมการในชุดที่เรียกว่า Bulletin’s Science and Security Board ซึ่งจะมาประชุมร่วมกันปีละ 2 ครั้ง เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ระดับนานาชาติที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ เพื่อหาข้อตกลงเรื่องเวลาดังกล่าว4

จากที่เล่ามาข้างต้นจะเห็นได้ว่า เข็มนาฬิกามีการเดินหน้าและถอยหลังอยู่ตลอด อันที่จริงนับตั้งแต่ประดิษฐ์ขึ้นมาใน ค.ศ. 1947 ก็มีการปรับตำแหน่งใหม่ไปแล้วรวม 27 ครั้ง ข่าวดีคือหลายครั้งก็เหมือนมนุษยชาติได้เวลาเพิ่มขึ้นมา มีโอกาสโลกวินาศด้วยน้ำมือน้อยลง แต่ข่าวร้ายก็คือ ไม่กี่ปีมานี้ดูเหมือนเราจะเข้าใกล้ความเสี่ยงที่จะทำลายล้างโลกมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ กล่าวคือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 เป็นต้นมา นาฬิกาก็เดินหน้าเข้าหาเที่ยงคืนทีละน้อยๆ ดังนี้ (ในวงเล็บคือ วินาทีก่อนเที่ยงคืน) 

ค.ศ. 2017 (150 วินาที) ค.ศ. 2018-2019 (120 วินาที) ค.ศ. 2020 (100 วินาที) ค.ศ. 2023 (90 วินาที) ค.ศ. 2025 (89 วินาที) และ ค.ศ. 2026 (85 วินาที) โดยในปี ค.ศ. 2020 ตัวผลักดันสำคัญคือ โรคโควิด ขณะที่ ค.ศ. 2023 ได้แก่ สงครามยูเครน และล่าสุด ค.ศ. 2026 คือ การที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน มีความเป็นชาตินิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ ค.ศ. 2026 ทำสถิติใหม่เวลาเหลืออยู่ก่อนวันสิ้นโลกน้อยที่สุดตั้งแต่เคยประดิษฐ์นาฬิกาวันสิ้นโลกขึ้นมาทีเดียว 

แม้แนวคิดวันสิ้นโลกจะมีความเป็น ‘นามธรรม’ อยู่พอสมควร แต่การแปลงนามธรรมดังกล่าวให้เป็น ‘รูปธรรม’ มากขึ้นในรูปของนาฬิกา ก็ทำให้รับรู้หรือรู้สึกได้ถึงความเสี่ยงที่จะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ได้มากขึ้น สมดังเจตนารมณ์ของผู้ที่คิดทำเรื่องนี้ขึ้นมา 

มีทั้งนักเขียน (อย่างสตีเฟน คิง และนักเขียนไซไฟอย่าง ไพเออส์ แอนโธนี) และนักดนตรี (อย่างวงพิงก์ ฟลอยด์, ไอรอน เมดเดน และลิงคิน พาร์ค) ตลอดไปจนถึงซีรีส์ไซไฟสุดฮิตอย่าง ดร.ฮู และคอมิกส์ อย่างวอตช์เมน ที่นำเอานาฬิกาวันสิ้นโลกไปสอดแทรกไว้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ, มิวสิกวิดีโอ หรือซีรีส์ของตน แม้เราจะไม่มีวันรู้ว่านาฬิกานี้จะเดินทางไปถึงเที่ยงคืนเมื่อใดกันแน่

แต่เราทุกคนต่างมีภารกิจในการยื้อและหมุนนาฬิกากลับให้ห่างเที่ยงคืนมากที่สุดไม่ต่างกัน  

เอกสารอ้างอิง

  1. https://www.britannica.com/topic/Doomsday-clock เข้าถึงข้อมูลวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ↩︎
  2. https://www.britannica.com/topic/Doomsday-clock เข้าถึงข้อมูลวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ↩︎
  3. Alisa Harvey. What is the Doomsday Clock? How It Works. 2026, Issue 215, 80-81 ↩︎
  4. Alisa Harvey. What is the Doomsday Clock? How It Works. 2026, Issue 215, 80-81 ↩︎

Bulletin of the Atomic Scientists Doomsday Clock ความมั่นคงโลก นาฬิกาวันสิ้นโลก นำชัย ชีววิวรรธน์ สงคราม อาวุธนิวเคลียร์

เรื่อง: นำชัย ชีววิวรรธน์

นักเขียน นักแปล นักอ่าน และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ผู้หลงใหลงานของชาร์ลส์ ดาร์วิน, คาร์ล เซแกน และเป็นที่รู้จักจากงานชุดไตรภาค “เซเปียนส์” ของยูวัล แฮรารี