อยากลงทุนลดหย่อนภาษีให้คุ้มที่สุด ต้องมีแผนชีวิตระยะยาว

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี คนไทยจำนวนมากมักจะเริ่มคุยกันเรื่องใช้สิทธิลดหย่อนภาษี คำถามหลักๆ ก็เช่น “ปีนี้ควรจะซื้อกองทุนตัวไหนดี?” หรือ “ควรจะซื้อมากน้อยแค่ไหน”

คำถามเหล่านี้ไม่ผิด แต่มันเป็นคำถามปลายทาง เพราะก่อนจะตอบได้ว่าควรซื้ออะไร คำถามสำคัญที่ควรตอบให้ชัดก่อนคือ เรากำลังวางแผนเงินก้อนนี้เพื่ออะไร จะใช้เมื่อไร ใช้กับใคร และถ้าชีวิตสะดุดกลางทาง แผนนี้จะยังเดินต่อได้หรือไม่

UOB มองว่านี่คือจุดที่บทสนทนาเรื่องการเงินปลายปีควรเปลี่ยนไป จาก “ซื้ออะไรเพื่อลดภาษี” ไปสู่ “เรากำลังออกแบบเงินเพื่อชีวิตแบบไหน” และนั่นคือแนวคิดเบื้องหลัง UOB Smile Plan ออกแบบแผนการเงินและวางแผนภาษี เพื่อทุกเป้าหมายที่ทำให้คุณยิ้มได้

สิทธิประโยชน์ทางภาษีควรเป็นผลลัพธ์ของแผนการเงินที่ดี ไม่ใช่เหตุผลเดียวในการลงทุน เมื่อภาษีเป็นตัวตั้ง การตัดสินใจมักจบลงที่คำถามว่า “ตัวไหนลดหย่อนได้มากที่สุด” ซึ่งเป็นคำถามที่ละเลยตัวแปรสำคัญสองตัวไป นั่นคือ เงินก้อนนี้จะถูกล็อกไว้นานแค่ไหน และมันเหมาะกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้จริงหรือเปล่า เพราะเครื่องมือลดหย่อนภาษีแต่ละตัวมีเงื่อนไขด้านเวลาที่ต่างกันชัดเจน

วิธีออกแบบ แผนที่ชีวิต

หลักคิดที่นักวางแผนการเงินทั่วโลกใช้กันคือ Goal-based Financial Planning หรือการวางแผนโดยยึดเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ซึ่งมีลำดับการคิดที่ชัดเจน

  1. Life Goal เป้าหมายชีวิตคืออะไร ซื้อบ้าน ส่งลูกเรียนต่างประเทศ เกษียณอย่างมีอิสระ ขยายธุรกิจ หรือส่งต่อทรัพย์สินให้คนรุ่นถัดไป เป้าหมายต้องระบุได้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่อยากมีเงินเยอะๆ
  2. Time Horizon จะใช้เงินก้อนนี้เมื่อไร เงินที่ต้องใช้ใน 3 ปี กับเงินที่จะใช้ในอีก 25 ปี ไม่ควรถูกบริหารด้วยวิธีเดียวกัน แม้เจ้าของเงินจะเป็นคนเดียวกันก็ตาม
  3. Financial Need ต้องใช้เงินเท่าไร การแปลงเป้าหมายเป็นตัวเลขทำให้รู้ว่าต้องออมหรือลงทุนเดือนละเท่าไร และผลตอบแทนระดับไหนจึงจะพอ
  4. Risk Capacity รับความผันผวนได้แค่ไหน ซึ่งต่างจาก Risk Appetite หรือความชอบเสี่ยง เพราะ Risk Capacity คือความสามารถจริงในการรับความผันผวนโดยที่แผนไม่พัง ขึ้นอยู่กับภาระหนี้ รายได้ที่มั่นคง และจำนวนคนที่ต้องดูแล
  5. Strategy ออกแบบส่วนผสมระหว่างการลงทุนและความคุ้มครอง ให้แต่ละเครื่องมือทำหน้าที่ของมัน
  6. Tax Planning วางสิทธิประโยชน์ทางภาษีลงไปในแผน ไม่ใช่ตั้งภาษีเป็นตัวตั้งแล้วค่อยหาแผนมารองรับ
  7. Review ทบทวนเมื่อชีวิตเปลี่ยน เพราะแผนที่ออกแบบไว้ตอนโสด มักใช้ไม่ได้กับตอนมีครอบครัว

แผนเดียวใช้กับทุกคนไม่ได้ เพราะแต่ละคนกำลังตอบโจทย์คนละข้อ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้เห็นภาพ คือการมองผ่านโจทย์ชีวิตที่แตกต่างกัน 4 แบบ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่การจัดประเภทคนแบบตายตัว คนคนเดียวเคลื่อนจากโจทย์หนึ่งไปอีกโจทย์หนึ่งได้เสมอตามช่วงชีวิต และบางคนอาจอยู่ในสองโจทย์พร้อมกัน เช่น เป็นเจ้าของธุรกิจที่มีลูกเล็กไปด้วย

โจทย์แรก สร้างอนาคตตัวเอง ช่วงที่กำลังสร้างชีวิต สิ่งที่มีมากที่สุดมักไม่ใช่เงิน แต่คือระยะเวลา ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทรงพลังที่สุดในสมการการลงทุน การเริ่มต้นเร็วกว่าไม่กี่ปีสร้างความต่างที่ตามได้ยากในภายหลัง

โจทย์ของคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่ “เก็บเงินให้ได้” แต่คือการทำให้เงินที่ออมวันนี้มีโอกาสเติบโตสอดคล้องกับเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปหลายสิบปี และเนื่องจากมีเวลาในการฟื้นตัวจากความผันผวนมากกว่ากลุ่มอื่น จึงมักรับสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงได้สูงกว่า ตราบใดที่มีเงินสำรองฉุกเฉินรองรับไว้แล้ว จุดที่มักพลาดคือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบกระจัดกระจายทุกปี โดยไม่เคยมองว่าเงินก้อนนั้นจะรวมกันเป็นอะไรเมื่อถึงวันเกษียณ

โจทย์สอง สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว สิ่งที่ต้องมองพร้อมกันมีอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ค่าใช้จ่ายระยะสั้นของครอบครัว เป้าหมายการศึกษาของลูก การเกษียณของพ่อแม่ และความคุ้มครองเมื่อเสาหลักของบ้านเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ ในบ้านที่มีภาระผ่อนบ้านและผ่อนรถอยู่ การลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ปกป้องครอบครัวจากความเสี่ยงด้านรายได้ เพราะถ้ารายได้หลักหายไปกลางทาง เงินลงทุนที่กำลังเติบโตอาจถูกถอนออกมาใช้ก่อนเวลา และแผนทั้งชุดก็สะดุดลง

โจทย์สาม สร้างความมั่งคั่งและธุรกิจ ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดมักไม่ได้มาจากความผันผวนของตลาด แต่มาจาก 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือการที่ทรัพย์สินเกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในธุรกิจเดียว เรื่องที่สองคือการที่การเงินส่วนตัวกับการเงินของกิจการพันกันจนแยกไม่ออก ทำให้เวลาธุรกิจสะดุด ชีวิตส่วนตัวสะดุดตามไปด้วยทันที

โจทย์ของคนกลุ่มนี้จึงเป็นการค่อยๆ สร้าง Personal Wealth ที่แยกออกจากธุรกิจอย่างเป็นระบบ กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวตามวัฏจักรของอุตสาหกรรมตัวเอง และวางความคุ้มครองที่ช่วยให้ธุรกิจและครอบครัวไม่ล้มพร้อมกัน

โจทย์สี่ รักษาและส่งต่อความมั่งคั่ง ระยะเวลาหลังเกษียณที่ยาวขึ้นหมายถึงความเสี่ยงที่เรียกว่า Longevity Risk หรือความเสี่ยงที่จะมีอายุยืนกว่าเงินที่เตรียมไว้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มักเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป รวมทั้งเรื่องการส่งต่อทรัพย์สินอย่างไรให้คนที่อยู่ข้างหลังโดยไม่ต้องมาตีความเจตนาของเราเอง

UOB Smile Plan: เมื่อแผนการเงินเริ่มจากเป้าหมาย ไม่ใช่เริ่มจากผลิตภัณฑ์

จากหลักคิดทั้งหมดข้างต้น จะเห็นว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการไม่ใช่รายชื่อผลิตภัณฑ์เพิ่มอีกหนึ่งหน้า แต่คือโครงสร้างที่ช่วยจัดระเบียบสิ่งที่มีอยู่แล้ว และช่วยตัดสินใจว่าเงินก้อนถัดไปควรไปอยู่ตรงไหน

UOB Smile Plan คือแนวคิดการวางแผนการเงินที่ UOB ออกแบบขึ้นบนหลักการนี้ โดยแทนที่จะเริ่มจากคำถามว่าควรซื้ออะไร จะเริ่มจากการทำความเข้าใจเป้าหมายชีวิตและช่วงชีวิตของแต่ละคนก่อน แล้วจึงพิจารณาองค์ประกอบสามด้านให้ทำงานร่วมกัน

1.Plan for Growth ใช้การลงทุนเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้เงินเติบโตตามเป้าหมายและกรอบเวลาที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การเลือกกองทุนที่ผลตอบแทนย้อนหลังดีที่สุดเพียงอย่างเดียว

2.Plan for Protection ใช้ความคุ้มครองรองรับเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อแผนการเงิน เพื่อให้เป้าหมายระยะยาวไม่ถูกบังคับให้หยุดกลางทาง

3.Plan for Tax Efficiency นำการวางแผนภาษีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กิจกรรมเร่งด่วนช่วงสิ้นปี

ภายใต้แคมเปญนี้ UOB คัดสรรกองทุนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งกลุ่ม RMF และกลุ่ม Thai ESG / Thai ESGX ครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภท เพื่อให้เลือกได้ตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่เหมาะกับแต่ละคน

กองทุน ลักษณะการลงทุน
UGISRMF โอกาสเข้าลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกคุณภาพ
UIFTRMF กระจายการลงทุนไปทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
UGFTRMF โอกาสสร้างการเติบโตของเงินลงทุน โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก
KF-GDIVRMF ลงทุนในหุ้นปันผลชั้นนำระดับโลก
SCBRMS&P500 ลงทุนในหุ้นชั้นนำของสหรัฐฯ ตามดัชนี S&P 500
KT-TECHNOLOGY RMF โอกาสเติบโตจากหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก
UMIX-TESGX / UMIX-TESGX-N ลงทุนผสมหุ้นไทย 70% และตราสารหนี้ไทย 30% ที่ให้ความสำคัญกับ ESG
UTSEQ-THAIESG ลงทุนระยะยาวในหุ้นไทยที่ให้ความสำคัญกับ ESG
UTSB-THAIESG เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยที่คำนึงถึงความยั่งยืน

สามารถลงทุนได้ผ่านแอปพลิเคชัน UOB TMRW ซึ่งรวมกองทุนจากหลาย บลจ. ไว้ในที่เดียว ทำให้เห็นภาพรวมพอร์ตและวางแผนได้ง่ายขึ้น

ในฝั่งความคุ้มครอง UOB มีแบบประกันที่ตอบโจทย์ต่างกันตามวัตถุประสงค์ ตั้งแต่แบบที่เน้นคุ้มครองเงินต้นควบคู่การวางแผนการเงินอย่าง UOB Pinnacle Principle Protect 5/14 แบบบำนาญที่สร้างกระแสรายได้หลังเกษียณอย่าง PRU Prime Annuity 5/90 แบบควบการลงทุนที่ยืดหยุ่นอย่าง PRU Assure Link ไปจนถึงแบบที่ออกแบบมาเพื่อการส่งต่อทรัพย์สินอย่าง UOB Legacy Lite 5/99, UOB Beyond Legacy 3/99 และ UOB Ultimate Wealth 12&8+

หลักการเลือกไม่ต่างจากการเลือกกองทุน นั่นคือเริ่มจากคำถามว่าต้องการให้ความคุ้มครองนี้ทำหน้าที่อะไร ปกป้องรายได้ของครอบครัวในช่วงที่ยังมีภาระ สร้างกระแสเงินสดที่แน่นอนหลังเกษียณ หรือเตรียมสภาพคล่องไว้ให้ทายาทในวันที่ต้องส่งต่อทรัพย์สิน

แผนการเงินที่ดีอาจไม่ได้หมายถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีนั้น หรือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายเปิดให้

แต่คือการรู้ว่าเงินแต่ละก้อนที่เรามีกำลังทำหน้าที่อะไร กำลังพาเราไปที่ไหน และถ้าชีวิตเกิดสะดุดกลางทาง มันจะยังพาเราไปถึงจุดหมายได้หรือไม่ และเมื่อเป้าหมายไม่เหมือนกัน แผนการเงินก็ไม่ควรเหมือนกัน และถ้าชีวิตเปลี่ยน แผนการเงินก็ควรเปลี่ยนตาม

คำเตือนการลงทุน: การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง / ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตเท่านั้น (ใบอนุญาตเลขที่ ช00026/2545) / เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในกรมธรรม์ เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด / สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพกร