ปชป. จ่อตรวจสอบปมซื้อขายที่ดินบึงคู้บอน
วันนี้ (11 ต.ค.2569) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความจำเป็นในการพัฒนาบึงคู้บอน เขตคันนายาว และเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ให้เป็นพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง เนื่องจากหากไม่มีพื้นที่ดังกล่าวรองรับน้ำ ชาวบ้านและหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงจะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อ-ขายที่ดินบริเวณดังกล่าว พบว่า โครงการริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 และเมื่อมีพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินในปี 2562 จึงต้องจัดทำโครงการใหม่ทั้งหมด ทั้งที่กระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินตามปกติต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปี
ต่อมาในช่วงปี 2565-2566 โครงการใกล้จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน แต่ในปี 2566 กลับมีคำสั่งให้ทบทวนโครงการ โดยพบประเด็นที่น่าสงสัยและควรตรวจสอบหลายประการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีการซื้อที่ดินจำนวน 41 ไร่ 1 งาน ในช่วงที่โครงการอยู่ระหว่างการทบทวน
จากนั้นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2567 สำนักงานระบายน้ำมีความเห็นควรให้ยกเลิกโครงการ อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโครงการจะต้องยุติลงทันที เนื่องจากผู้บริหารยังสามารถสั่งให้ทบทวนโครงการได้อีกครั้ง แต่ภายหลังความเห็นดังกล่าว กลับพบว่า มีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 12 ไร่ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2567 และมีธุรกรรมต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค.ปีเดียวกัน ก่อนที่โครงการจะถูกยกเลิกในวันที่ 2 มิ.ย.2569
ร.ต.อ.พงศกร ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ซื้อ-ขายที่ดินมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และมีประเด็นเชื่อมโยงกับอดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันว่า ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบ และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีข้อสงสัยว่า บริษัทดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับอดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งทบทวนโครงการหรือไม่ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป โดยเตรียมหารือกับกรุงเทพมหานครเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และผลักดันให้มีการจัดทำพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ ร.ต.อ.พงศกร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพร่องน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า กรุงเทพมหานครยอมรับว่ามีการพร่องน้ำมาโดยตลอดและดำเนินการในระดับสูงสุดแล้ว จึงควรนำข้อมูลและข้อเท็จจริงมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา จึงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครนำบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาไปปรับปรุงการพร่องน้ำและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำฝน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมย้ำว่าควรเปิดเผยข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องผ่านพ้นไปโดยไม่มีการปรับปรุง
ด้าน น.ส.วิเวียน จุลมนต์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีบึงคู้บอน เขตคันนายาว และเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องการให้มีการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นแก้มลิง โดยพรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและได้ยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อผลักดันให้มีการสร้างบึงคู้บอนกลับมาเป็นพื้นที่รับน้ำอีกครั้ง
น.ส.วิเวียน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง พบว่า หมู่บ้านปัญญารามอินทรามีคลองเชื่อมต่อไปยังบึงคู้บอน ขณะที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้แถลงข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ โดยระบุว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่หมู่บ้านจัดสรรถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินมาก่อน
ทั้งนี้ น.ส.วิเวียน มองว่า การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นหมู่บ้านจัดสรรและการขยายตัวของครอบครัวประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่ผิด แต่ควรพิจารณาควบคู่กับความจำเป็นในการจัดหาพื้นที่รับน้ำ เพื่อให้การพัฒนาเมืองและการป้องกันปัญหาน้ำท่วมสามารถดำเนินไปด้วยกันได้
อ่านข่าว :
กทม.แจงยกเลิกบึงคู้บอน-บางชัน เพราะไม่คุ้มทุน ยันไม่คิดเอื้อเอกชน
กทม.อัปเดตระบายน้ำโซนตะวันออก "ลาดกระบัง" น้ำยังสูง-เร่งพร่องแก้มลิงรอฝนระลอกใหม่
"ชัชชาติ-สุชัชวีร์" ถกทางระบายน้ำลาดกระบัง เร่งดันน้ำคลองประเวศฯ ลงบึงหนองบอน
กทม.ยืนยันไม่ได้ยกเลิก "แก้มลิง" เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เป้าหมายรวม 45 แห่ง