วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
ห้องเช่าขนาดเล็กในชุมชนใจแก้ว ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ คือบ้านพักของ อมรา ชำนาญไพร หญิงชราวัย 84 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง หลังสามีเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อนและไม่มีลูกหลานคอยดูแล เธอต้องอาศัยเก็บขยะและเก็บผักขาย เพื่อให้มีเงินพอกินไปวันๆ แม้จะมีเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 800 บาท และเงินสวัสดิการแห่งรัฐอีก 300 บาท แต่การอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ทำให้ความเป็นอยู่ยังค่อนข้างยากลำบาก
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
อมรา เป็นหนึ่งในผู้สูงวัยที่ "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" ชุมชนใจแก้ว คอยให้การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่า ตนเองไม่มีปัญหาสุขภาพ แต่เมื่ออาสาสมัครใช้อุปกรณ์วัดความดัน ก็พบว่าเธอมีความดันโลหิตสูงถึง 170 อาสาสมัครจึงแนะนำให้พักผ่อน และหาเวลาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
อมรา ชำนาญไพร
โรคประจำตัวไม่มี จะมีเฉพาะปวดหลังบ้าง ถ้าไม่เป็นอะไรมาก ยายก็ไม่ไปหาหมอ และจะมีอาสาสมัครที่เป็นผู้สูงวัยด้วยกัน มาช่วยวัดความดันให้ แต่หากไม่สบาย ก็จะไม่บอกใคร ถ้าไม่ไหว จริงๆ จึงจะขับรถสามล้อที่มีอยู่ไปโรงพยาบาลเอง
วิษณุ เงาศรี ประธานชุมชนใจแก้ว
วิษณุ เงาศรี ประธานชุมชนใจแก้ว หนึ่งใน "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" เล่าว่า ผู้สูงอายุในชุมชนใจแก้วมีประมาณ 80–90 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังประมาณ 2–3 คน ถือว่าชุมชนมีความเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมีผู้สูงวัยค่อนข้างมาก มีปัญหาทั้งเรื่องการเดินทาง ความเป็นอยู่ การเจ็บป่วย และทยอยเสียชีวิตลงเรื่อยๆ
อย่างช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีผู้สูงอายุเสียชีวิตต่อเนื่องมากถึง 8–9 คน ขณะที่ประชากรเด็กไทยลดลงอย่างมาก สะท้อนได้จากงานวันเด็กในชุมชนที่มีแต่กลุ่มลูกหลานแรงงานข้ามชาติ และชนเผ่าพื้นเมืองที่เข้ามาอาศัยอยู่ตามห้องเช่า
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
ประธานชุมชนใจแก้ว ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ผู้สูงวัยมีการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การรวมกลุ่มออกกำลังกาย ไทเก๊ก และฟ้อนรำ แต่กิจกรรมเหล่านั้นหายไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านและสุขภาพเสื่อมโทรมลง ชุมชนจึงหันมารวมกลุ่มช่วยกันดูแลตามกำลัง โดยทำหน้าที่เป็น Caregiver ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ร่วมกับหมอจากเทศบาล ซึ่งต้องใช้เงินส่วนตัว และเน้นการประสานงานช่วยเหลือเบื้องต้นเท่าที่ทำได้
สิ่งที่เราอยากได้เป็นอันดับหนึ่งคือ สวัสดิการ อยากให้ภาครัฐจัดเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาล มาตรวจสุขภาพให้ผู้สูงวัยในชุมชน เพื่อความสะดวกและไม่ต้องให้ผู้สูงอายุเดินทางไปโรงพยาบาลเอง และที่สำคัญคือ เงินสวัสดิการ ที่เคยมีการเรียกร้องเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน ผู้สูงอายุควรได้รับ รวมทั้งระบบรถรับ-ส่งผู้ป่วย โดยมีรถพยาบาลฉุกเฉินประจำศูนย์ในพื้นที่เทศบาล เพื่อรองรับเหตุเจ็บป่วยในยามค่ำคืน
ทศวรรษ บุญมา เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาวะชุมชน มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
ทศวรรษ บุญมา เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาวะชุมชน มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ เล่าว่า ในเขตเมืองเชียงใหม่มีผู้สูงอายุที่ "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" ให้การดูแลประมาณ 300 คน กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ต้องการการดูแล และยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์หรือการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยปัญหาและความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวคือ ผู้ดูแลหรือ Caregiver มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว เนื่องจากไม่มีลูกหลาน หรือมีลูกหลานแต่ต้องไปทำงานต่างพื้นที่
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
ในการดูแลผู้สูงวัย ถือว่าการทำฐานข้อมูลเชิงรุก การระบุพิกัดบ้าน และการวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นของผู้สูงอายุ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงจุด กลไกการดูแลโดย "อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน" ซึ่งเป็นคนในชุมชนเอง จะสามารถเฝ้าระวัง สังเกตความผิดปกติ และลงพื้นที่ติดตามช่วยเหลือได้ทันท่วงที
อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เป็นกลไกที่สามารถช่วยดูแลกลุ่มผู้สูงวัยได้ เพราะเป็นคนในชุมชน ก็จะรู้เลยว่าจุดไหนคือผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแล หรือจุดไหนที่ผู้สูงอายุอยู่คนเดียว อาสาสมัครจะรู้ทันทีหากผู้สูงวัยไม่อยู่บ้าน ไม่ได้ออกมาจากบ้าน หรือไม่เห็นหน้าเห็นตาเป็นระยะหนึ่ง เขาก็จะผิดสังเกต และรู้ทันทีว่าต้องไปติดตามว่า เป็นอะไรหรือเปล่า
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
ข้อมูลจากกรมการปกครองปี 2568 พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรอยู่ที่ 24.35% ถือเป็นจังหวัดในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และเริ่มพบกรณีผู้สูงวัยเสียชีวิตตามลำพังในบ้านพัก ล่าสุดคือการพบศพแห้งเป็นโครงกระดูก ภายในบ้านร้าง ที่กรมบังคับคดีประกาศขาย ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่าผู้เสียชีวิตคือ หญิงชราอายุ 93 ปี ที่เคยอาศัยอยู่กับลูกชายหรือไม่
สมบูรณ์ บุญเรือง นายกเทศมนตรีตำบลสันผีเสื้อ
สมบูรณ์ บุญเรือง นายกเทศมนตรีตำบลสันผีเสื้อ ให้ข้อมูลว่า หญิงชราที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านร้าง มีชื่อเป็นผู้ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ และยังคงมีการโอนเงินเข้าบัญชีของลูกชายทุกเดือน จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของผู้สูงวัยในบ้านอย่างโดดเดี่ยว ทางเทศบาลจึงปรับแผนป้องกันเหตุซ้ำรอย ด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้สูงอายุจำนวนกว่า 2,500 คนอีกครั้ง เพื่อทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
วางแผนการดูแลอย่างเป็นระบบผ่านทีม Caregiver แบบจับคู่ดูแลกันสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และยืนยันสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังเตรียมยกระดับการเฝ้าระวัง อาทิ การปรับเปลี่ยนจุดเสี่ยงในบ้านพักผู้สูงวัย การสร้างระบบฝากกุญแจสำรองไว้กับ อสม. หรือญาติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งเตรียมทุ่มงบประมาณสร้างศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแก่ผู้สูงวัย
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
เราจะเข้าไปดูแลฟื้นฟูกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ ไม่ให้ติดเตียง ขณะนี้กำลังออกแบบศูนย์ฟื้นฟู ศูนย์กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน งบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งฟื้นฟูผู้ป่วยติดเตียงให้กลับมาช่วยเหลือตัวเองได้
สว่าง แก้วกันทา ผอ.มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ระบุว่า การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุในเชียงใหม่ มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากคนรุ่นใหม่ ย้ายเข้าไปเรียนและทำงานในเมืองใหญ่ แม้ช่วงโควิด-19 จะทำให้คนบางส่วนกลับคืนถิ่นฐานเดิม แต่เชียงใหม่ยังคงมีชุมชนแออัด กลุ่มผู้สูงอายุต่างถิ่น และกลุ่มเปราะบางที่ขาดคนดูแลอยู่เป็นจำนวนมาก
แนวทางการป้องกันและกลไกในชุมชนคือ การอาศัยจิตอาสา อสม. หรือชาวบ้านในพื้นที่ เข้าไปเยี่ยมเยียนและสอดส่องดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางและยากจนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการครอบคลุมประมาณ 35 ชุมชน มีผู้สูงอายุที่ต้องการการพึ่งพาจริงๆ ประมาณ 100 คน
สว่าง แก้วกันทา ผอ.มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
สำหรับข้อเสนอแนะต่อกลไกรัฐและชมรมผู้สูงอายุ ข้อจำกัดของรัฐส่วนใหญ่ ยังเป็นการทำงานแบบรับคำสั่งจากบนลงล่าง และมีกำลังคนไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้สูงอายุจริงในพื้นที่ จึงควรเพิ่มบทบาทของชมรมผู้สูงอายุระดับหมู่บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้มีประสบการณ์และดูแลตัวเองได้ดี โดยปรับบทบาทให้สมาชิกชมรมฯ หันมาร่วมดูแลผู้สูงอายุกลุ่มอ่อนแอหรือผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในชุมชนเดียวกัน โดยไม่ต้องรอสั่งการจากส่วนกลาง
เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ไม่ควรมองแค่โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหรือทางเท้าเท่านั้น แต่ควรเน้นทุนทางสังคมและระบบการดูแล เพื่อรองรับสังคมสูงวัยในอีก 15–20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยสร้างสังคมที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและดูแลความปลอดภัยร่วมกัน
วิกฤตสูงวัยเชียงใหม่! ดัน "จิตอาสาดูแลถึงบ้าน" อปท. ปรับแผนสู้ ถอดบทเรียนผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว
ในปี 2568 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 14.2 ล้านคน คิดเป็น 21% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่อยู่ในระดับ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" มีสัดส่วนผู้สูงวัยมากกว่า 28% มีจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท ขณะที่อัตราการเกิดของประชากรก็น้อยกว่าอัตราการตาย โดยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 416,574 คน คิดเป็น 6.33 คนต่อประชากรพันคน ส่วนจำนวนการตายรวมทั้งหมด 559,684 คน คิดเป็น 8.50 คนต่อประชากรพันคน
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
อุตุฯ เตือนด่วน! ไทยรับมือฝนตกหนัก-ลูกเห็บตก-น้ำป่าไหลหลาก 10-13 ต.ค.นี้
ปภ.รายงาน 21 จังหวัด และ กทม. ยังน้ำท่วม เร่งช่วยเหลือ-ฟื้นฟูพื้นที่
ผบ.ตร.ยันทำสำนวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ยึดพยานหลักฐาน ส่ง ป.ป.ช.ตามกำหนด 30 วัน