วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ นักเขียนผู้ค้นหาความหมายของชีวิต
วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ หรือที่คนในแวดวงหนังสือและสื่อรู้จักกันในชื่อ พี่อ๋อง คืออดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร a day BULLETIN ผู้ผันตัวเป็นนักเขียนและนักแปล เจ้าของผลงานแปลหนังสือ อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่ และ คินสึงิ ความงามของบาดแผลแห่งชีวิต ทั้งยังเป็นผู้เขียนหนังสือที่รวบรวมบทบรรณาธิการอันคมคายอย่าง เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบานเอง ตลอดเส้นทางการทำงาน เขายึดมั่นว่าการเขียนไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือเครื่องมือทำความเข้าใจชีวิตของตัวเอง

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ จากนักข่าวการเงินสู่บรรณาธิการนิตยสาร
เส้นทางสายน้ำหมึกของวุฒิชัยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 ในฐานะนักข่าวสายการเงินที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ก่อนย้ายมาร่วมงานกับนิตยสาร GM นานกว่าสิบปี และไต่ระดับจนขึ้นเป็นบรรณาธิการบริหาร หลังจากนั้นเขาลาออกมาใช้ชีวิตฟรีแลนซ์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนรับตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN ในต้นปี พ.ศ. 2560 และสร้างชื่อจากบทบรรณาธิการรายสัปดาห์ที่หยิบประเด็นสังคมมาเล่าอย่างลึกซึ้ง จนมีผู้อ่านติดตามอย่างเหนียวแน่น
อิคิไก คำที่ไม่ควรกลายเป็นภารกิจ
เมื่อได้รับมอบหมายให้แปลหนังสือ The Little Book of Ikigai วุฒิชัยกลับตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจต่อคำคำนี้ อิคิไก มักถูกอธิบายผ่านแผนภาพวงกลมสี่วง ได้แก่ สิ่งที่รัก สิ่งที่ถนัด สิ่งที่สร้างรายได้ และสิ่งที่โลกต้องการ แต่เขาเตือนว่าหากตีความเป็น “ภารกิจ” ที่ต้องค้นหาให้เจอ อาจพาให้เราห่างจากความเป็นจริงของชีวิตมากกว่าเดิม เพราะคนอายุยี่สิบต้น ๆ ยังไม่อาจรู้ได้ว่าตัวเองถนัดหรือรักอะไรอย่างแท้จริง
เขาเปรียบแผนผังสี่วงกลมเหมือน “นาฬิกา” ที่เป็นเพียงภาพแทนของเวลา ไม่ใช่ตัวเวลาเอง และอาจถูกนำไปขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นให้คนดิ้นรนหาความหมายจนเครียดเกินเหตุ ข้อสรุปของเขาจึงเรียบง่ายกว่านั้นมาก คือการอยู่กับสิ่งที่ทำ ยอมรับตัวเอง และใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอย่างสอดคล้อง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะสร้างรายได้หรือโลกต้องการหรือไม่ก็ตาม

เชือกที่ผูกกลับบ้านท่ามกลางพายุหิมะ
วุฒิชัยอธิบายว่าเหตุที่หนังสือแนวปรัชญาความสุขอย่างอิคิไกและฮุกกะได้รับความนิยมในยุคนี้ เป็นเพราะผู้คนหลงทางท่ามกลาง “พายุหิมะ” ของการแข่งขันทางธุรกิจและเทคโนโลยี เขาหยิบอุปมาจากหนังสือ องค์รวมอันแฝงเร้น ของ Parker J. Palmer ที่เปรียบชาวนาต้องผูกเชือกจากประตูบ้านไปยังโรงนา เพื่อไม่ให้หลงทางในฤดูหนาว หนังสือประเภทนี้จึงทำหน้าที่เสมือนเชือกที่ช่วยสาวกลับบ้าน ไม่ใช่การบอกให้ออกไปไล่ตามอะไรเพิ่มเติม
ความหมายที่กำหนดได้เอง ไม่ใช่ความสุขหรือความสำเร็จ
ในขณะที่ผู้คนมักแบ่งเป็นสองขั้วระหว่างไล่ล่าความสำเร็จหรือแสวงหาความสุข วุฒิชัยกลับเชื่อในแนวคิดของ Viktor E. Frankl จิตแพทย์ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซี ผู้เขียน ชีวิตไม่ไร้ความหมาย ที่ชี้ว่าปลายทางที่แท้จริงของมนุษย์คือ “ความหมาย” และเรามีเสรีภาพเดียวที่ไม่มีใครพรากไปได้ คือเสรีภาพในการกำหนดความหมายให้ชีวิตตัวเอง เขายังแยกความต่างระหว่างคำว่า Meaning ที่ให้ความรู้สึกถาวรตายตัว กับ Significant ที่เป็นความสำคัญซึ่งแต่ละคนนิยามได้เอง

จุดเปลี่ยนบนสะพานพระราม 5
วุฒิชัยเล่าถึงช่วงเวลาที่ชีวิตรู้สึกไร้ทิศทาง หลังคุณแม่ป่วยและย้ายไปอยู่กับพี่ชายต่างจังหวัด ขณะที่เขาตกงานและอยู่บ้านคนเดียวดูซีรีส์ไปวัน ๆ จนวันหนึ่งคุณแม่โทรมาบอกว่าจะโอนเงินค่าดูแลพี่ชายผู้พิการให้ เขาจึงตัดสินใจขับรถไปถอนเงินและข้ามสะพานพระราม 5 ไปยังศูนย์ดูแลพี่ชาย ในวินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือน “ฟ้าสว่าง” เพราะเข้าใจว่าทักษะการขับรถที่พ่อสอน การศึกษาที่พ่อแม่ส่งเสีย และอาชีพนักเขียนที่ทำรายได้ ล้วนมาบรรจบเพื่อให้เขาทำหน้าที่นี้ได้ ความหมายของชีวิตจึงไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าการอยู่ตรงนั้น ณ ขณะนั้น
ข้อจำกัดของการให้คุณค่าผ่านยอดไลก์
อีกประเด็นที่วุฒิชัยพูดถึงอย่างตรงไปตรงมาคือภาวะ “สุญญากาศของอัตถิภาวะ” ในยุคโซเชียลมีเดีย เมื่อผู้คนไม่รู้ว่าตัวเองคือใครจนกว่าจะมีคนอื่นประเมินผ่านยอดไลก์ เขายอมรับว่าตัวเองในฐานะคนทำสื่อก็ต้องเผชิญความย้อนแย้งนี้เช่นกัน แต่ทางออกที่เขาเสนอคือการย้ายความหมายออกจากสิ่งภายนอก แล้วเก็บไว้ที่ตัวเรา เพราะหากเอาชีวิตไปผูกกับความพึงพอใจของผู้อื่น ย่อมมีวันที่ตัวตนเทียมเหล่านั้นพังลง
งานเขียนที่ต่อเนื่องจากบทบรรณาธิการสู่นิยาย
นอกจากงานแปลและงานบรรณาธิการ วุฒิชัยยังขยายขอบเขตงานเขียนไปสู่นิยายเล่มแรกของเขา วินาทีไร้น้ำหนัก ที่เล่าเรื่องราวของผู้คนหลากอาชีพตั้งแต่มนุษย์เงินเดือน พนักงานเสิร์ฟ สถาปนิก ไปจนถึงหมาจรจัด เพื่อสำรวจคุณค่าของตนเองและผู้อื่นท่ามกลางเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกัน ต่อมาเขายังตัดสินใจเกษียณตัวเองจากตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร ซึ่งสะท้อนปรัชญาการใช้ชีวิตที่เขาพูดถึงมาตลอดว่า ไม่ต้องยึดติดกับบทบาทหรือสถานะใดนานเกินไป
เรื่องราวของวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ จึงเป็นตัวอย่างของนักคิดนักเขียนที่ไม่ได้เสนอคำตอบสำเร็จรูปให้ชีวิต แต่เชิญชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามกับตัวเองอย่างซื่อตรง และเลือกกำหนดความหมายในแบบของตัวเองอย่างอิสระ