ระบบการศึกษาในฝรั่งเศสแย่แค่ไหน ทำไมนักเรียนถึงออกไปประท้วงครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ

ภาพจาก GEOFFROY VAN DER HASSELT / AFP

เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์แล้ว ที่การประท้วงในฝรั่งเศสกินเวลาลากยาวและขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นการชุมนุมเต็มรูปแบบ กินพื้นที่ตั้งแต่ปารีส, มาร์แซย์และลียง โดยผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย, คุณครูและผู้ปกครองกว่า 250,000 ราย ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อระงับการชุมนุมในบางพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

ทั้งนี้ ต้นธารของการชุมนุมเริ่มขึ้นมาจากโรงเรียนมัธยมปลายในเครแตย์ ชานเมืองปารีส เมื่อนักเรียนเข้าร่วมกับคุณครูเพื่อประท้วงที่จำนวนบุคลากรในโรงเรียนที่น้อยจนพวกเขาต้องแบกรับภาระเกินหน้าที่ และสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ในโรงเรียนที่ถ่วงรั้งการสอนของพวกเขา นอกจากนี้ พวกเขายังระบุว่า นอกจากขาดแคลนคุณครูแล้ว ที่โรงเรียนก็ยังไม่มีผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ ไม่มีคุณครูที่ประจำการห้องพยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลเด็กนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ กระทั่งอาคารเรียนเองก็เต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องซ่อมแซม เช่น ห้องน้ำบางจุดในโรงเรียนไม่มีน้ำ และหลายพื้นที่ก็เต็มไปด้วยรังแมลงสาบและหนูท่อ ห้องเรียนบางห้องไม่มีโต๊ะเรียนเพียงพอสำหรับนักเรียน ซึ่งแออัดเกินไปในชั้นเรียนหนึ่ง กล่าวคือแต่ละห้องมีนักเรียนจำนวน 32-36 รายซึ่งถือว่าเกินกว่าที่คุณครูแต่ละวิชาจะดูแลได้ทั่วถึง

“หวังสุดๆ ว่าการชุมนุมครั้งนี้ มันจะขยายตัวใหญ่โตจนกลายเป็นขวนการของคนรุ่นใหม่” วอลแตร์ นักเรียนชั้นมัธยมปลายให้สัมภาษณ์ The Guardian สื่อสัญชาติอังกฤษ “เราแค่อยากให้รัฐบาลรับฟังเสียงพวกเราบ้าง ยืนประท้วงแบบนี้ยังจะดีเสียกว่าก้มหน้ายอมรับเงื่อนไขการศึกษาห่วยๆ และการประท้วงก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลรับฟังปัญหาเรา”

และก็เป็นเช่นนั้น เมื่อการชุมนุมในเมืองเครแตย์ขยายตัวไปถึงเมืองใหญ่อย่างปารีสและลียง โดยนักเรียน คุณครูและผู้ปกครองที่โรงเรียนอื่นๆ ต่างร่วมกันออกมาแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวต่อเด็กนักเรียนจากเครแตย์ และชี้ว่า โรงเรียนที่พวกเขาสังกัดนั้นก็เจอปัญหาไม่ต่างจากที่โรงเรียนในเครแตย์เผชิญ ทั้งปัญหาคุณครูขาดแคลน ไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง, ค่าตอบแทนคุณครูน้อยนิด, นักเรียนมากเกินไปในแต่ละห้อง, ตารางเรียนนานเกินความจำเป็น, อาคารเรียนทรุดโทรม ตลอดจนคลื่นความร้อนร่วม 40 องศาที่ปกคลุมยุโรปตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา รบกวนสมาธินักเรียนและคุณครูอย่างยิ่ง ซ้ำเติมด้วยปัญหาเว็บไซต์ Parcoursup ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับสมัครเรียนชั้นอุดมศึกษาของฝรั่งเศส ที่ล่มบ่อยเสียจนทำให้เหล่านักเรียนชั้นมัธยมปลายเกิดความตึงเครียด นำมาสู่การลงถนนประท้วงเพื่อเรียกร้องคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเวลาต่อมา โดยการประท้วงเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ามีการวางเพลิง การปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีผู้ถูกจับกุม 1,949 รายภายในวันเดียว

ไม่ใช่การประท้วงแรกในประวัติศาสตร์ของเหล่านักเรียน

ภาพจาก AFP

ย้อนกลับไปยังปี 1990 นักเรียนชั้นมัธยมปลาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชนชั้นแรงงานในชานเมืองปารีส ลงถนนประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการความเป็นอยู่ในโรงเรียนให้ดีขึ้น ทั้งความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากร, ความสะอาดและจำนวนคุณครู โดยการประท้วงครั้งนี้ขยายตัวเป็นวงกว้าง มีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่าหนึ่งแสนคน พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ มีแชล โรการ์ด (Michel Rocard) อดีตนายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศสที่ไม่อาจสร้างความปลอดภัยในรั้วโรงเรียน และลดจำนวนคดีอาชญากรรมในปารีสลงได้ ขณะที่ ลียอแนล ฌ็อสแป็ง (Lionel Jospin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเวลานั้น ต้องสั่งประชุมรัฐมนตรีด่วนเพื่อเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาในปีนั้น

ทั้งนี้ โรการ์ดเข้าพบผู้ชุมนุม และภายหลังจากเจรจาต่อรองข้อตกลง เขาให้คำมั่นว่าจะสร้างตำแหน่งคุณครูเพิ่มอีกหกพันตำแหน่ง และเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนอีกสามพันตำแหน่ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในการทำนุบำรุงอาคารและสถานศึกษาอีกหนึ่งพันตำแหน่งด้วย

ต่อมาในปี 2005 นักเรียนชั้นมัธยมและคุณครู รวมตัวกันประท้วงเพื่อต่อต้านระบบการศึกษา ที่ร่างขึ้นโดย ฟร็องซัว ฟียง (François Fillon) อดีตนายกรัฐมนตรี หัวใจสำคัญของนโยบายดังกล่าวคือการลดจำนวนวิชาที่นักเรียนต้องสอบข้อเขียน จากสิบสองวิชาเหลือเพียงหกวิชา วิชาที่ไม่ได้สอบจะใช้วิธีติดตามการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักเรียนและคุณครูจำนวนมากกังวลว่า อาจเอื้อประโยชน์ให้เหล่านักเรียนในโรงเรียนชั้นนำ ที่เข้าถึงความพร้อมด้านการศึกษามากกว่านักเรียนจากชานเมือง

หรือแม้แต่ในปี 2018 ที่เกิดการชุมนุมโดยนักเรียน ผลมาจากความตึงเครียดที่พวกเขาต้องรับมือกับความไม่เสถียรของแพลตฟอร์ม Parcoursup และเงื่อนไขการสมัครหรือขอทุนเข้ามหาวิทยาลัยที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยในภายหลัง การประท้วงถูกหลอมรวมเข้ากับขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (the yellow vest movement) ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบการขึ้นราคาของเชื้อเพลิง และภาษีในปีนั้น

แมลงสาบ หนู และรูโหว่บนอาคารเรียน

ประเด็นปัญหาที่ถูกหยิบมาพูดถึงในการประท้วงหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา หนีไม่พ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผลสำรวจจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development -OECD) ชี้ว่า เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เด็กที่เกิดในพื้นที่ห่างไกลหรือย่านด้อยโอกาสในฝรั่งเศส แทบไม่มีโอกาสในการผลักดันหรือหลุดพ้นจากกรอบเศรษฐกิจทางครอบครัว หรือชุมชนที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา

อีริก ชาร์บงนิเยร์ (Éric Charbonnier) นักวิเคราะห์การศึกษาชาวฝรั่งเศส OECD บอกว่า ช่องว่างของผลการเรียนระหว่างเด็กในเมืองหรือในพื้นที่พัฒนาแล้ว กับเด็กที่ยังอยู่ในพื้นที่ด้อยโอกาส เห็นชัดมากขึ้นทุกที มากไปกว่านั้น เขายังชี้ว่าเด็กนักเรียนด้อยโอกาสเหล่านี้ ก็มักได้ศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพห่างไกลจากโรงเรียนในเมือง ซึ่งด้านหนึ่งก็เป็นผลมาจากการขาดแคลนคุณครู ทั้งยังเกี่ยวพันไปถึงค่าแรงของบุคลากรทางการศึกษาที่น้อยนิด ซึ่งประเด็นหลังนี้ ถูกโยงไปถึงการใช้งบประมาณของภาครัฐในช่วงปีที่ผ่านมาด้วย

“งบประมาณด้านการศึกษาถูกตัดทิ้ง แต่ที่เพิ่มคืองบประมาณของกองทัพ” โซฟี หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมการประท้วงให้สัมภาษณ์ The Guardian และเธอหวังว่าการประท้วงจะยังลากยาวต่อไปจนถึงสัปดาห์หน้า เพื่อให้รัฐบาลเข้าใจความเดือดร้อนของพวกเขา

อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบมาพูดในการประท้วงหนาหู คือคุณภาพของอาคารที่ทรุดโทรม โรงเรียนบางแห่งมีรังหนูและรังแมลงสาบในห้องเรียน ซึ่งหลายคนหวาดกลัวว่าอาจเกิดการแพร่เชื้อโรค หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็ไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสำหรับสุขอนามัยของนักเรียนและคุณครู

“ห้องเรียนผมมีแมลงสาบไต่ยั้วเยี้ยทั้งห้อง ไปถึงห้องโถงกลางของอาคารเลย” นักเรียนชายรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ “อ้อ มีหนูด้วยนะ”

“โรงเรียนฉันไม่มีประตูห้องน้ำด้วยซ้ำ แล้วทั้งโรงเรียนเนี่ย มีห้องน้ำอยู่สี่ห้องเอง” นักเรียนหญิงคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ CNN ขณะที่อีกคนเสริมว่า “รัฐบาลเอาเงินไปให้งบฝั่งโรงเรียนเอกชนมากกว่า โรงเรียนเอกชนเหล่านั้นเลยไม่เดือดร้อนอะไร แต่โรงเรียนรัฐบาล -โดยเฉพาะในมาร์แซย์นี่สิ- เหมือนจะพังลงทุกวันๆ” เธอบอก “แต่ละห้องมีนักเรียน 35 คน บางทีก็ 40 คนเลยแน่ะ ตอนที่อากาศร้อนมากๆ หรือตอนที่คลื่นความร้อนปกคลุมในประเทศ ทางโรงเรียนก็ไม่มีพัดลมให้นะ ไม่มีสักอย่าง แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนละก็มีทุกอย่างพร้อมเลย ขณะที่พวกเราก็แค่อยากให้คุณภาพอะไรต่ออะไรในโรงเรียนมันดีขึ้นก็เท่านั้นเอง”

“เราอยากได้คนที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ”

การประท้วงขยายตัวใหญ่ขึ้นภายในไม่กี่วันให้หลัง สื่อต่างประเทศรายงานว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่าสองแสนห้าหมื่นคน ระหว่างนี้มีการทำลายทรัพย์สินในที่สาธารณะ และปะทะกับตำรวจปราบจลาจล โดยตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและไม้กระบองในการบีบให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ ทั้งนี้ มีเด็กวัยรุ่นราว 215 รายและบุคลากรด้านการศึกษาราว 85 รายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บราว 715 ราย

“เราเป็นแค่เด็กวัยรุ่นที่มีแค่ฝาถังขยะไว้ป้องกันตัวเอง ส่วนพวกตำรวจน่ะมีอาวุธร้ายแรงไว้กับตัวมากมาย มันเป็นการต่อสู้ที่เหมาะสมกันที่ไหนล่ะ” ลีเวีย เด็กนักเรียนวัย 17 ในปารีสให้สัมภาษณ์ “จะบอกว่า พวกตำรวจในฝรั่งเศสน่ะใช้ความรุนแรงหนักมือมากเลยนะ อย่างที่เห็นตอนนี้นี่แหละ มันน่ากลัวจะตายไป คุณก็เห็นว่าพวกตำรวจน่ะเล็งเด็กๆ ไว้แล้ว”

อย่างไรก็ดี การประท้วงในครั้งนี้นับเป็นการประท้วงโดยนักเรียนนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ หลายฝ่ายนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ประท้วงเดือนพฤษภาคมปี 1968 (Mai 68) ซึ่งนำโดยนักศึกษา และเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองฝรั่งเศสครั้งใหญ่

“เราไม่ได้เรียกร้องแค่เพื่อการศึกษาระดับชั้นมัธยมเท่านั้นนี่ แต่เรากำลังเรียกร้องให้เปลี่ยนทั้งระบบเลยต่างหาก” ผู้เข้าประท้วงรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ “รัฐบาลไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง แล้วนี่เราก็อยู่กับมาครงมาตั้งนานแล้วนะ แล้วเขาก็พิสูจน์ให้เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาไม่ได้เรื่อง และตอนนี้เราก็ไม่ได้อยากให้คนไม่ได้เรื่องที่ว่ามาทำงานในรัฐบาลอีกแล้ว เราอยากได้คนที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ”

ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า แสดงทีท่าตอบรับต่อการประท้วงล่าช้า ขณะที่ ฌ็อง-ลุก เมล็องชง (Jean-Luc Mélenchon) นักการเมืองสังกัดพรรคลาฟร็องแซ็งซูมีซ (La France Insoumise) พรรคการเมืองฝั่งซ้ายในฝรั่งเศส ออกมาประกาศว่าเข้าข้างเหล่าการประท้วงของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ให้นักเรียนเข้าไปแสดงความคิดเห็นสำหรับพัฒนาระบบการศึกษาที่พวกเขาต้องการ

ทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเงินของรัฐบาลฝรั่งเศสไม่สู้ดีนัก โดยรัฐบาลพยายามผ่านงบประมาณปี 2027 ที่จะถึงนี้ ด้วยการรัดเข็มขัดอย่างหนักในทุกมิติ ซึ่งทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างหนัก และขณะเดียวกันนี้ การชุมนุมในครั้งนี้ ก็เป็นสนามสำคัญของเหล่าแคนดิเดตที่เตรียมลงเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนปีหน้าด้วย โดยพรรคการเมืองฝั่งซ้ายคาดว่าจะได้คะแนนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักเรียนเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมยังคงเกิดขึ้นต่อไปในปารีสและเมืองใกล้เคียง โดยเหล่าผู้ชุมนุมยังยืนกรานว่า พวกเขาไม่ได้ร้องขอในสิ่งที่ใหญ่โตเกินกว่ารัฐบาลจะให้ได้ แต่คือเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับตามสิทธิขั้นพื้นฐาน นั่นคือระบบการศึกษาที่เอื้อให้พวกเขาได้เรียนรู้และเติบโตตามสมควร

2026 French lycée protests การประท้วง ฝรั่งเศส ระบบการศึกษา

เรื่อง: พิมพ์ชนก พุกสุข

ฝันอยากไปดู โคบี ไบรอันต์ ลงเล่นในลีก NBA แต่จนไบรอันต์รีไทร์ไปแล้วก็มีเงินติดตัวเดินทางไปได้ไม่ถึงสุวรรณภูมิ