ภาษีบาปยังระอุ! นักกฏหมาย โต้ ออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทน ทำไม่ได้จริง

เปลี่ยนเส้นทางภาษีบาปยังระอุ นักกฏหมาย โต้ออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทน  ทำไม่ได้จริง  ยัน Earmarked Tax สมเหตุสมผล ไม่ขัดหลักวินัยการเงินการคลัง

4 ต.ค.2569-ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ นักกฏหมาย จากคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การดำเนินงานของ 4 กองทุน ที่ได้รับภาษีบาป รวมถึงกองทุนสำนับสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 ไม่ให้เสนอกฎหมายที่เก็บอัตราภาษีเพิ่มพิเศษเพื่อไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์โดยไม่นำส่งรายได้แผ่นดิน แต่มาตรา 82 ก็เขียนยกเว้นไว้ว่า กฎหมายที่มีการกำหนดไว้แล้วถือว่าทำได้ แสดงว่าคนร่างกฎหมายขณะนั้นมองว่า Earmarked Tax ทั้งกองทุน สสส. กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และไทยพีบีเอส มีความสมเหตุสมผล

“ร่างฉบับนี้ต้องการเอื้อให้นายทุน ทำให้ภาษีที่เก็บเพิ่มจากปกติ 2% คืนกลับไปสนับสนุนทุนสุรา แอลกอฮอล์ และยาสูบ มีแต่ธุรกิจที่ได้ประโยชน์ อีกส่วนคือการเมือง เพราะภาพรวมทุกวันนี้รัฐบาลควบคุมได้เกือบทั้งหมด ถ้าสามารถคุมประชาชนได้อีกส่วนหนึ่งก็จะเบ็ดเสร็จ นี่เป็น Hidden Agenda ของรัฐบาล ส่วนคนเสียประโยชน์คือสังคมและประชาชน เพราะการเขียนให้เข้าสู่ระบบงบปกติ เป็นการทำลาย Ecosystem ของกองทุนที่สร้างระบบเชิงภูมิคุ้มกันป้องกัน นำไปสู่การติดเหล้าบุหรี่มากขึ้น ที่สำคัญวิกฤตสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ก็จะสร้างภาระกับรัฐมากขึ้น”

ศ.ดร.บรรเจิด กล่าวว่า ส่วนที่ออกมาบอกว่า จะออกกฎกระทรวงเพื่อเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มทดแทนส่วนของ Earmarked Tax ยืนยันว่าทำไม่ได้ เป็นวาทะกรรมที่หลอกลวงประชาชน เพราะร่างฉบับใหม่ มาตรา 5 ไปตัดมาตรา 11-14 ของกฎหมายเดิมไปแล้วโดยสภา การจะไปออกกฎกระทรวงเพื่อเรียกเก็บทำไม่ได้ ตัดแล้วคือตัดเลย ซึ่งในกรณีนี้ควรจะถอนร่างกฎหมายนี้ออกไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความดันทุรังของรัฐบาล อยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้ไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากวิกฤตการเงินการคลังในอนาคตมาจากวิกฤตระบบสุขภาพโรคเรื้อรัง รัฐบาลถมค่ารักษากว่า 8 แสนล้านบาท ขณะที่งบป้องกันมี 4 พันล้าน การดึงเอางบป้องกันส่วนนี้กลับไปเท่ากับทำลายระบบสร้างนำซ่อมที่วางไว้

นอกจากนี้ ยังมีกรอบวินัยทางการเงินการคลังอีกหลักว่า รัฐบาลต้องบริหารตามกฎหมาย ดังนั้น การบริหารกองทุน สสส.จึงเป็นการบริหารตามกฎหมายอยู่แล้ว และเป็นไปตามระบบวินัยการเงินการคลังอีกด้วย เพราะมีระบบตรวจสอบ 3 ระบบ คือ 1.ระบบตรวจสอบภายในตามประกาศกระทรวงการคลัง และมีระบบคณะกรรมการประเมินที่เป็นอิสระ 2.ระบบตรวจสอบภายนอก คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 3.มีคณะกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเข้ามากำกับอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นการใช้ Earmarked Tax ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องวินัยการเงิน 100% และไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะมีบทเฉพาะกาลรองรับแล้ว

เพิ่มเพื่อน