เพนตากอนตั้งหน่วยบัญชาการสงครามระบบอัตโนมัติ เสริมขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ให้กับกองทัพสหรัฐฯ
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศจัดตั้งหน่วยบัญชาการทางทหารแห่งใหม่ ซึ่งมีภารกิจหลักในการสร้างและจัดหาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ให้กับกองทัพสหรัฐฯ
- ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงจาก AI
เฮกเซธประกาศเรื่องนี้ต่อหน้าเหล่าทหารหลายร้อยนายที่ฐานทัพควอนติโก (Quantico) ในรัฐเวอร์จิเนียวานนี้ (30 กันยายน)
โดยหน่วยบัญชาการดังกล่าว ซึ่งเฮกเซธระบุว่าจะใช้ชื่อว่า ‘Autonomous Warfare Command’ หรือ ‘หน่วยบัญชาการสงครามระบบอัตโนมัติ’ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของสงครามที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงความจำเป็นในการพัฒนาความก้าวหน้าและขีดความสามารถด้านระบบต่างๆ เช่น โดรนและการใช้ AI
“จังหวะของสงครามกำลังเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่ากระบวนการสนับสนุนทางการทหาร” เฮกเซธกล่าว พร้อมทั้งเสริมว่า “เทคโนโลยีการประมวลผลราคาประหยัด ระบบอัจฉริยะขั้นสูง (Super Intelligence) และกระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ที่ก้าวหน้า ได้เอื้อให้เกิดการแพร่หลายของขีดความสามารถในการโจมตีที่มีความแม่นยำสูงในราคาที่ต่ำ”
ปัจจุบัน กองทัพสหรัฐฯ มีหน่วยบัญชาการรบอยู่ 11 หน่วย ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกและภารกิจเฉพาะด้านที่แตกต่างกันไป
โดยการจัดตั้งหน่วยบัญชาการใหม่ของกองทัพสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยครั้งล่าสุดคือการจัดตั้งหน่วยบัญชาการอวกาศสหรัฐฯ (US Space Command) เมื่อปี 2019
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามของเพนตากอนที่จะเปลี่ยนผ่านจากการใช้ระบบอาวุธแบบดั้งเดิมที่มีราคาสูง ไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งมีราคาถูกกว่าและได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีบทบาทชี้ขาดในความขัดแย้งช่วงที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงจาก AI
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการพัฒนา AI ที่ขาดการควบคุมและการแข่งขันทางเทคโนโลยี ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกให้มากยิ่งขึ้น
โดยทั้งจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองประเทศหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนา AI ขั้นสูงและการนำ AI มาใช้ทั่วโลก ต่างมีความขัดแย้งกันในประเด็นนโยบายและแนวทางปฏิบัติทางอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ AI
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากทั้งสองประเทศได้เรียกร้องให้มีการกำหนดมาตรการกำกับดูแลและสร้างฉันทามติเกี่ยวกับการใช้ AI ในระบบทางทหาร ซึ่งรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้งบประมาณทางทหารจำนวนมหาศาลในการเสริมระบบอาวุธที่มีราคาสูงที่สุดในโลกมาประจำการ อย่างไรก็ตาม เพนตากอนเริ่มตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแนวทางที่เป็นอยู่นี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปในระยะยาวได้
“ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องมีทั้งคุณภาพและปริมาณ” เฮกเซธกล่าว
ภาพ : REUTERS/Evan Vucci/Pool
อ้างอิง: