ดาวโจนส์ลงต่อเนื่อง

ทันทีดัชนีดาวโจนส์เริ่มอ่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ ก็ทำให้หุ้นทั่วโลกมีแรงขายออกมาอย่างหนักหน่วง และทำให้ความหวังของอีฉันที่จะได้เห็นดัชนีขึ้นไปทดสอบระดับ 1,620 จุดเป็นหมันในทันที เพราะตลาดหุ้นกลับมากังวลเรื่องขึ้นดอกเบี้ย กับบอนด์ยีลด์พุ่งทำนิวไฮในรอบ 19 ปี ซึ่งเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนสถาบันขายหุ้น เพื่อโยกเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวไงล่ะคะ
ประกอบกับทั่วโลกมีความกังวลว่า ราคาน้ำมันดิบจะกลับขึ้นไปยืนแถว 110 เหรียญต่อบาร์เรล และอาจพุ่งขึ้นไปแถว 120 เหรียญต่อบาร์เรล หากการเจรจาสงบศึกยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นหนังม้วนเดิมที่ถูกนำมาฉายซ้ำอีกครั้ง ผนวกกับแรงส่งของหุ้นกลุ่ม AI & Tech ที่ช่วยผลักดันดัชนีขึ้นไปทำนิวไฮก่อนหน้านั้น ตลาดหุ้นได้ซึมซับรับข่าวไปหมดแล้วนะจ๊ะ
ตรงนี้แหละที่ทำให้ดัชนีดาวโจนส์อ่อนตัวลงเรื่อย ๆ ในช่วงเดือนครึ่ง โดยเห็นได้จากตอนนั้นดัชนีดาวโจนส์ได้ขึ้นไปถึงระดับ 54,744 จุด แต่จากนั้นก็แกว่งตัวลงต่อเนื่อง จนล่าสุดลงมายืนอยู่ที่บริเวณ 51,511 จุด แถมกราฟสัญญาณแท่งเทียนมีลักษณะโค้งตัวลงอย่างชัดเจน “โมนิก้า” ถึงมองว่า ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงของการพักฐาน และอยู่ในช่วงที่เลือกจะ “ไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้” นะนายจ๋า!
ตัดภาพกลับมาที่ตลาดหุ้นบ้านเราบ้างดีกว่า เพราะจังหวะนี้ต้องบอกว่า เหนียวแน่นยิ่งกว่ากาวตราช้าง เพราะการพยายามยืนหยัดบริเวณ 1,600 จุด ถือเป็นป้อมปราการสำคัญที่บรรดานักลงทุนพยายามกอดไว้สุดชีวิต “โมนิก้า” เลยอยากเตือนว่า อย่าเพิ่งไล่ราคาตอนยอดเขา เพราะตราบใดที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่น ดัชนีก็มีโอกาสย่อตัวลงมาได้ทุกเมื่อนะจะบอกให้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือ หุ้นสายเฮลท์แคร์ปลอดภัยสูงอย่าง BDMS ที่วันนี้ราคาหุ้นยังย่ำไปมาที่ระดับ 19-20 บาทเป็นเวลาสามเดือน “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตที่น่าลงทุนอย่างแน่นอน เพราะเมื่อดูจากตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมาคึกคัก ย่อมช่วยหนุนกำไรให้กลับมาโตอีกครั้ง และอย่าลืมว่า หุ้นทรงนี้เหมาะสุดๆ สำหรับในยามที่ตลาดย่อตัวลงมา เพราะมีปันผลรองรับไงล่ะคะ
อีกรายที่น่าช้อนก่อนข่าวจริงจะเกิดขึ้นก็คือน้องมิ้น MINT เพราะเตรียมรับอานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของท่องเที่ยวทั้งฝั่งยุโรป และเอเชีย ซึ่งน่าจะทำให้ยอดจองห้องพักโตเร่งตัว แถมมีแบรนด์ร้านอาหารช่วยเติมกระแสเงินสดเข้ามาไม่ขาดสาย “โมนิก้า” ถึงมองจังหวะนี้เป็นโอกาสของการเข้าทำอย่างแน่นอน เพราะการเทรดบน PE 13 เท่าสำหรับหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตแบบนี้..ไม่ควรมองข้ามค่ะ
ส่วนนักลงทุนที่ชอบธุรกิจที่มีรายได้แน่นอน และเก็งกำไรตามสตอรี่แรง เดี๊ยนขอแนะนำให้ดูหุ้น KTC เพราะพอร์ตบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงทำกำไรสม่ำเสมอ ผสานกับการบริหารพอร์ตลูกหนี้คุณภาพดี และการคุม NPL ทำได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่ม “โมนิก้า” ถึงมองการ “เด้งขึ้น เด้งลง” ในกรอบ 36-38 บาทในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เหมาะต่อการเล่นสั้น ๆ ก็เท่านั้นเอง!
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงหุ้น COM7 เพราะได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากกระแสเปิดตัวสมาร์ทโฟน และโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ที่มีชิป AI ที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ และที่สำคัญคือ หุ้นตัวนี้มีจุดเด่นอยู่ตรงการซื้อขายบน PE ที่ระดับ 15 เท่า ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไร แถมมีปันผลสวย ๆ รองรับจึงเหมาะต่อการช้อนหุ้นเมื่อย่อตัวลงมาที่จุดเด้ง 28 บาทนะออเจ้า
โมนิก้าและทีมงาน
Back to top button