น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯแน่


อันธรรมชาติของน้ำนั้น ย่อมไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำตามหลักความโน้มถ่วง (Gravity) มหาวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 นั้น มีปัจจัยหลักทั้งธรรมชาติ ที่มีปริมาณน้ำมากมหาศาล และการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ประสานกันดีระหว่างรัฐบาลส่วนกลางและรัฐบาลท้องถิ่น

เส้นเลือดของกรุงเทพฯ ก็คือ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่มาของเจ้าพระยาก็คือแควปิง-วัง- ยม-น่าน ก่อนจะไหลมารวมตัวกันเป็นเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ โดยมีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 เขื่อน เพื่อบริหารจัดการระบบระบายน้ำ คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์

หากจะดูว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่ ก็คงจะดูได้จากปริมาณน้ำกักเก็บใน 2 เขื่อนหลักนี้แหละ

เขื่อนภูมิพลปัจจุบัน มีน้ำในอ่างประมาณ 8,327 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 61.9 ของความจุอ่าง แต่ปี 2554 (ช่วง 23 ก.ย.) มีน้ำในอ่างสูงถึงร้อยละ 89 และต่อมาก็เกิน 100% ของความจุ ต้องระบายน้ำออกทางสปิลเวย์

เขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบัน มีน้ำในอ่างประมาณ 7,564 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 79.5 ของความจุอ่างแต่ปี 2554 มีน้ำในอ่างสูงถึงร้อยละ 98 และต่อมาน้ำในอ่างก็เกิน 100% ของความจุ ต้องระบายน้ำออกทางสปิลเวย์เช่นกัน

รวม 2 เขื่อนปัจจุบัน มีน้ำในอ่างประมาณ 15,891 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุรวม ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2554 มีน้ำในอ่างรวม 21,391 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93 ของความจุรวมเข้าไปแล้ว

สรุปน้ำใน 2 เขื่อนรวมปัจจุบัน อยู่ในระดับต่ำกว่าปีมหาอุทกภัยในอัตราส่วน 70:93% ของความจุอ่าง คิดเป็นปริมาณน้ำต่ำกว่ากันถึง 5,50 0ล้านลูกบาศก์เมตร

ปริมาณน้ำผ่าน C.2 นครสวรรค์ หน้าค่ายจิรประวัติ ปัจจุบัน (23 ก.ย.) 1,737 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที  ผ่านมาถึงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อัตราการไหลเพิ่มขึ้นเป็น 2,100 ล้านลบ.ม./วินาที ระบายน้ำ และระบายน้ำออกท้ายเขื่อนในอัตรา 1,620 ลบ.ม./วินาที

ส่วนวันเดียวกันของปีมหาอุทกภัย น้ำไหลผ่าน C.2 นครสวรรค์ในอัตรา 4,182 ลบ.ม./วินาที หน้าเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 4,500 ล้านลบ.ม./วินาที และระบายท้ายเขื่อน ประมาณ 3,700 ล้านลบ.ม./วินาที

จะเห็นได้ว่า น้ำปี 2554 ผ่านสถานีวัดน้ำนครสวรรค์กับปัจจุบัน ห่างกันมากถึง 2,445 ล้านลบ.ม./วินาที น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่จะลงมาสู่จังหวัดที่ราบภาคกลางและกรุงเทพฯ ก็สูงกว่ากันถึง 2,080 ล้านลบ.ม.วินาที

ปีมหาอุทกภัย 2554 ฤดูฝนเริ่มเร็วกว่าปกติ และมีฝนตกต่อเนื่อง เจอพายุมรสุมถึง 5 ลูกทั้งไหหม่า นกเตน ไห่ถาง ฯลฯ และตกยาวไปถึงต้นเดือนธันวาคม 2554 ส่วนปัจจุบันปี 2569 เริ่มต้นกลางเดือนพ.ค. และมีฝนตกหนักเอาในสัปดาห์นี้ (20-25 ก.ย.)

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องไปถึงกลางเดือนตุลาคม จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยอาจจะประสบปัญหาฝนแล้ง

สรุปว่าหากเทียบปริมาณฝนและคาดการณ์น้ำท่วม ปีนี้ในทางสถิติทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญลุ่มเจ้าพระยา และอัตราน้ำไหลผ่านวัดจากสถานีวัดน้ำนครสวรรค์และเขื่อนเจ้าพระยา ก็ยังต่ำกว่าปีมหาอุทกภัยเป็นอันมาก

ประกอบกับ ระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครที่มีคลองรับและระบายน้ำกว่า 2 พันคลอง ความยาวรวมกว่า 2.6 พันกิโลเมตร ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง บ่อสูบน้ำ 371 แห่ง และอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ 5 แห่ง

บวกกับประสบการณ์ผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัย และพื้นเพความรู้วิศวกรรม เรื่องน้ำท่วม คุณชัชชาติ “เอาอยู่” แน่นอนครับ