"สี จิ้นผิง" เยือนสหรัฐฯ "ทรัมป์" รอต้อนรับถึงสนามบิน

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 เครื่องบินของสายการบิน "แอร์ไชนา" ที่ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ เดินทางถึงฐานทัพอากาศร่วมแอนดรูว์ส รัฐแมริแลนด์ สหรัฐฯ โดยมีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ เดินทางมาต้อนรับ

เมื่อเครื่องบินของผู้นำจีนลงจอด สี จิ้นผิง และเผิง ลี่หยวน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจีน ได้พบกับทรัมป์และเมลาเนีย โดยทั้งสองผู้นำจับมือทักทายและร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ท่ามกลางธงชาติของทั้งสองประเทศและวงดุริยางค์ทหารสหรัฐฯ

ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางมารอต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยตัวเองถึงที่สนามบิน เพราะโดยปกติผู้นำสหรัฐฯ จะรออยู่ที่ทำเนียบขาวเป็นธรรมเนียม แต่ไม่ใช่กับสี จิ้นผิง ซึ่งทรัมป์รอรับถึงบันไดเครื่องบิน ก่อนที่สองผู้นำจะทักทายคณะเจ้าหน้าที่ และเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศร่วมกัน

บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีเป็นมิตรเป็นพิเศษของทรัมป์ สะท้อนถึงความสำคัญของวาระการเจรจาระดับโลกที่ทั้งสองมหาอำนาจต้องตกลงกัน

จับตาผู้นำสหรัฐฯ-จีน หารือ AI-การค้า-ไต้หวัน-อิหร่าน

การเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างเป็นทางการของผู้นำจีน ถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิด โดยจะเป็นการเยือนทำเนียบขาวในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีของผู้นำจีน จากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2015 ไม่นับการไปร่วมประชุมเอเปค 2023 งานนี้ต่างฝ่ายต่างมีวาระสำคัญในการขยายข้อตกลงพักสงครามการค้าที่เคยบรรลุร่วมกันในการพบกันที่เกาหลีใต้เมื่อปีก่อน ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงในเดือน พ.ย.นี้

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ทรัมป์จะใช้โอกาสนี้ในการผลักดันให้จีนลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้แก่สหรัฐฯ ขณะที่ฝั่งผู้นำจีนจะพยายามกดดันให้ทำเนียบขาวชะลอ หรือยกเลิกอนุมัติแผนขายอาวุธมูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 แสนล้านบาท) ให้แก่ไต้หวัน รวมถึงการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจ


ผู้นำจีนและสหรัฐฯ เพิ่งจะพบกันเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่ง ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่าย นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อความมั่นคงและการป้องกันประเทศของไต้หวัน (INDSR) เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักของการเยือนครั้งนี้ คือการเจรจาต่ออายุข้อตกลงการค้า

นักวิจัยไต้หวันประเมินว่า จีนจะพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความตึงเครียดขึ้น เนื่องจากสี จิ้นผิง ต้องการให้เกิดบรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศที่ราบรื่นล่วงหน้า ก่อนเข้าสู่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 21 ในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นการอนุมัติครองอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 4 อย่างเป็นทางการ

ขณะที่ทรัมป์เองกำลังจะเข้าสู่ศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่รีพับลิกันส่อแววจะเพลี่ยงพล้ำในอีกเดือนเศษ ๆ ดังนั้นความตึงเครียดไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใด

สำหรับกำหนดการ 3 วันของการเยือน ระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย.2569 หลังจากเพิ่งเดินทางถึงซึ่งเป็นช่วงเย็นตามเวลาวอชิงตัน วันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ สองผู้นำจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว พร้อมการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเข้าสู่การเจรจาทวิภาคีแบบปิดร่วมกัน และปิดท้ายวันด้วยงานเลี้ยงรับรองรัฐพิธี โดยมีบรรดาผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ ฝ่ายจีน และซีอีโอระดับแถวหน้าจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าร่วมงาน ซึ่งทั้งสองผู้นำจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้ด้วย

สำหรับภารกิจในวันศุกร์ ผู้นำจีนและภริยาจะร่วมจิบชาเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดีทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ณ ทำเนียบขาว ก่อนที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อชมเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์การก่อตั้งสหรัฐฯ อาทิ คำประกาศอิสรภาพ และรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ก่อนที่ผู้นำจีนและคณะจะเดินทางกลับ ณ ฐานทัพอากาศร่วมแอนดรูว์สเพื่อเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนอย่างเป็นทางการ

อ่านข่าว :

กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.6 เตือน 43 จังหวัด ฝนตกหนักถึงหนักมาก ถึง 27 ก.ย.

ฝนถล่ม "พัทยา" น้ำท่วมหลายพื้นที่ - ต่างชาติพลัดตกคลอง สูญหาย 1 คน

กองประกวด "มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา" แจงปมใช้ภาพหญิงไทย อ้างตรวจสอบที่มาไม่เพียงพอ