เหตุใดการวิ่งด้วยเท้าเปล่าของคุณแม่อินเดียกลายเป็นไวรัล จุดชนวนการถกเถียงเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศ - BBC News ไทย
เหตุใดการวิ่งด้วยเท้าเปล่าของคุณแม่ชาวอินเดียจึงกลายเป็นไวรัล และจุดชนวนการถกเถียงถึงการศึกษาในประเทศ

ที่มาของภาพ, Kiran Sakle/BBC
- Author, ศรีกันต์ บังกาเล
- Role, บีบีซี นิวส์ ภาษามราฐี
Published เมื่อ 52 นาทีที่ผ่านมา
เวลาอ่าน: 7 นาที
แม้ไม่ได้ฝึกซ้อมหรือไม่มีแม้แต่รองเท้าวิ่ง รามไบ รันเวียร์ วัย 47 ปี ก็คว้าชัยชนะในการแข่งขันวิ่งครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาได้ และวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเท้าเปล่า
การวิ่งระยะทาง 3 กิโลเมตรของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 47 ปีคนนี้ ในงาน อัมริต เตาด์ วิ่งเพื่อสุขภาพ มีแรงบันดาลใจมาจากค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาของลูกสาว หลังการแข่งขัน รามไบบอกว่าเธอ "มีความสุขมาก" ที่ได้นำเงินรางวัล 3,000 รูเปียห์ (ราว 1,043 บาท) ไปซื้อหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้ลูก
ความพยายามอันน่าทึ่งของรามไบในการหาเงินจำนวนน้อยนิดเช่นนี้ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ได้สร้างความสะเทือนใจและสะท้อนปัญหาสังคมในอินเดีย หลังการประท้วงด้านการศึกษาได้สร้างความปั่นป่วนทั่วประเทศมาเกือบตลอดทั้งปี ในขณะที่ขบวนการเยาวชนเชิงเสียดสีได้ระบายความคับข้องใจของคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกผิดหวัง
รายงานของรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้วระบุว่า มีบัณฑิตจบใหม่เพียง 8% เท่านั้นที่ได้ทำงานตรงกับวุฒิการศึกษาที่เรียนมา โดยอัตราการว่างงานของบัณฑิตอยู่ที่ 29.1% ซึ่งสูงกว่าอัตราการว่างงานของผู้ที่ไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนเลยถึงเก้าเท่า

ที่มาของภาพ, Kiran Sakle/BBC
เมื่อความโกรธเกรี้ยวของนักศึกษาปะทะเข้ากับความคับข้องใจทางเศรษฐกิจที่ขยายวงกว้างขึ้น ข่าวการวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเท้าเปล่าของรามไบจึงได้ดึงดูดความสนใจของคนบนโซเชียลมีเดียและหนังสือพิมพ์หลักของอินเดีย จนกลายเสมือนบททดสอบทางจิตวิทยาทั้งในบทวิเคราะห์และความคิดเห็นต่าง ๆ
สำหรับบางคน ความสำเร็จของเธอสะท้อนถึงการเสียสละของคนเป็นแม่และความพยายามทุกวิถีทางที่พ่อแม่ยอมทำเพื่อให้ลูกหลุดพ้นจากความยากจน
แต่สำหรับบางคน มันกลับสะท้อนถึงความเน่าเฟะที่กัดกินระบบการศึกษาของอินเดียและความไร้เดียงสาที่เชื่อว่าการศึกษาจะเป็นหนทางสู่ความเลื่อนทางสังคมได้
"นี่คือความรุ่งโรจน์หรือความอัปยศสำหรับสังคมของเรากันแน่" โชมา ซาร์การ์ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียโพสต์ความคิดเห็นใต้คลิปวิดีโอการวิ่งดังกล่าว
เงินรางวัล
สำหรับตัวรามไบเอง ทุกอย่างเริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นเรียบง่าย นั่นคือการที่ ปูจา ลูกสาวคนโตวัย 22 ปี ต้องการลงแข่งขันวิ่ง
"ลูกสาวมาหาฉันแต่เช้าตรู่แล้วบอกว่า 'หนูอยากไปร่วมแข่งขันวิ่ง'" รามไบบอกกับ บีบีซี นิวส์ แผนกภาษามราฐี ที่บ้านของเธอในเมืองบีด ทางตะวันตกของรัฐมหาราษฏระ
"ฉันถามเธอว่างานวิ่งจัดที่ไหนและเธอบอกว่าอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง เธอบอกฉันว่าถ้าเธอชนะเงินรางวัล มันจะช่วยเรื่องการเรียนของเธอได้"
"ลูกสาวคนเล็กของฉันอยู่ที่เมืองนันเดด ฉันไม่มีเงินให้เธอซื้อหนังสือ และเพราะอย่างนั้นเธอเลยไม่ยอมคุยโทรศัพท์กับฉันถึงแปดวัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจว่าฉันต้องวิ่งและชนะการแข่งขันครั้งนี้ให้ได้"
"ความปรารถนาเดียวของฉันคือการชนะรางวัลนี้"

ที่มาของภาพ, Kiran Sakle/BBC
รามไบมีความมุ่งมั่นมากถึงขั้นที่เมื่อรองเท้าแตะของเธอเริ่มหลุดออกจากเท้าในระหว่างการแข่งขัน เธอก็แค่ดึงมันออก ถกส่าหรีขึ้นแล้ววิ่งต่อไป
เมื่อตัวเบาและไม่มีอะไรขวางกั้น ในที่สุดเธอก็สามารถวิ่งนำหน้าผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ในรุ่นอายุ 30–60 ปี และคว้าชัยชนะมาได้
ปูจาก็คว้าเงินรางวัล 2,000 รูเปียห์ (ราว 695 บาท) เช่นกัน หลังจากเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองในรุ่นอายุของเธอและเธอได้บอกว่ามารดาเป็นคน "กล้าหาญ"
ทั้งนี้ รามไบเป็นเสาหลักดูแลครอบครัวมาตั้งแต่ปี 2012 หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิต

ที่มาของภาพ, Kiran Sakle/BBC
"ฉันทำทุกงานที่พอจะหาได้" เธอกล่าวกับบีบีซี นิวส์ ภาษามราฐี
"ฉันไปรับจ้างเก็บถั่วเหลืองและถั่วหัวช้างในไร่ของคนอื่น นอกจากนี้ฉันยังเก็บขมิ้นนำไปต้มแล้วก็นำไปขายด้วย"
และหลังจากที่เธอต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 13 ปี รามไบก็มีความตั้งแน่วแน่ว่าลูกสาวของเธอจะต้องได้เรียนต่อให้สูงกว่านั้น
"ฉันเชื่อว่าตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันควรทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้ลูก ๆ ของฉันได้รับการศึกษาที่ดี"

ที่มาของภาพ, KiranSakle/BBC
ทั้งปูจาและอารติ น้องสาวของเธอต่างพยายามสอบแข่งขันเพื่อเข้าทำงานในภาคราชการ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญ
ปูจากำลังฝึกเตรียมตัวสอบคัดเลือกเป็นตำรวจที่โรงเรียนกวดวิชาซึ่งรามไบทำงานเป็นแม่ครัว ส่วนอารติ นักศึกษาคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยวิศวา-ภาราติ กำลังเตรียมตัวสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการระดับสูง
ในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก งานภาครัฐเป็นหนึ่ในหนทางไม่กี่สายที่จะนำไปสู่การสร้างฐานะเป็นชนชั้นกลางพร้อมทั้งมอบความมั่นคงไปตลอดชีวิต รวมทั้งเงินบำนาญและสวัสดิการที่พักอาศัย
นักเรียนหลายล้านคนทุ่มเทเวลาหลายปีและเงินทองจำนวนมากเพื่อเตรียมตัวสอบแข่งขันที่มีเดิมพันสูงเหล่านี้
ทว่า ความผิดปกติและการทุจริตต่าง ๆ กลับบั่นทอนความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการสอบที่ชี้ชะตาชีวิตเหล่านี้
อาหารหมดอายุ
ในเดือน พ.ค. การสอบเข้าศึกษาต่อด้านการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียอย่าง การสอบคัดเลือกแห่งชาติเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี (NEET-UG) ถูกยกเลิกภายหลังเกิดเหตุข้อสอบรั่ว ส่งผลให้นักศึกษาเกือบสองล้านคนต้องสอบการสอบสุดหินนี้ใหม่อีกครั้ง
ความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนได้เปลี่ยนพรรคการเมืองเสียดสีอย่าง "พรรคประชาชนแมลงสาบ" (Cockroach People's Party - CJP) ให้กลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ การประท้วงครั้งใหญ่ที่นำโดยคนรุ่นเจนซี ส่งผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องลาออกในเดือน ก.ค. และปัจจุบัน การรณรงค์ดังกล่าวได้ขยายวงกว้างขึ้นด้วยข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปโรงเรียนรัฐบาล โดยเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมและความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังในพื้นที่ชนบท
"เด็ก ๆ ในชนบทของอินเดียอย่างน้อยก็ควรได้รับการศึกษาที่มีศักดิ์ศรี" อภิชีท ดิปเก ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนแมลงสาบกล่าวกับบีบีซี นิวส์ ระหว่างการลงพื้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้กับเขตที่รามไบอาศัยอยู่
โรงเรียนดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮิงโกลี ไม่มีห้องน้ำสำหรับนักเรียนหญิง และมีการนำซองอาหารที่หมดอายุแล้วมาใช้เตรียมอาหารกลางวัน
"ปัญหาเชิงระบบ"
ในขณะที่ทางการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ด้วยทั้งปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและการประนีประนอม แต่ความสำเร็จของรามไบก็ดึงดูดความสนใจจากพวกเขาเช่นกัน และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สุริยา คานต์ ประธานศาลสูงสุดแห่งอินเดีย ได้สั่งการให้ทางเขตมอบเงินช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 50,000 รูเปียห์ (ราว 1,700 บาท) ให้แก่เธอ
กระนั้น สุขเดโอ โธรัต อดีตประธานคณะกรรมการทุนการศึกษามหาวิทยาลัย กล่าวว่าเรื่องราวของรามไบและลูกสาวของเธอสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"หากผู้หญิงคนหนึ่งต้องดิ้นรนวิ่งวุ่นอย่างยากลำบากเพื่อให้ลูกสาวได้รับการศึกษา นั่นแสดงว่านโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลก็ยังไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพ" เขากล่าว
"ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นต่างดำเนินโครงการต่าง ๆ มากมายเพื่อการศึกษา แต่การนำไปปฏิบัตินั้นกลับไม่เหมาะสมและไม่ทั่วถึง"

ที่มาของภาพ, Kiran Sakle/BBC
ในระหว่างนี้ สิ่งที่รามไบต้องการก็แค่ให้ลูกสาวของเธอ "ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"
"ฉันไม่อยากให้พวกเธอต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างที่ฉันเคยเจอ" เธอกล่าวกับบีบีซี นิวส์ แผนกภาษามราฐี
"ฉันไม่อยากให้พวกเธอต้องมาดิ้นรนลุยโคลน หรือเดินทางท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาและสายฝน" เธอบอกพร้อมเสริมว่า "สิ่งใดก็ตามที่ฉันเคยทนทุกข์มา ฉันไม่อยากให้ลูก ๆ ของฉันต้องมาทนทุกข์เช่นเดียวกัน"
รายงานเพิ่มเติมโดย เลนี บาร์รอน


