เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
พื้นที่แม่น้ำกก ตอนปลาย บริเวณ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง เหมาะสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจระยะสั้นสร้างรายได้ เช่น ข้าวโพด ฟักทอง กระเจี๊ยบ
แม่น้ำกก ที่เคยพัดพาตะกอนและปุ๋ยตามธรรมชาติ นับตั้งแต่ตรวจพบสารโลหะหนัก เมื่อเดือน เม.ย.2568 ปัจจุบันแม่น้ำที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตเกษตรกร วันนี้สินค้าการเกษตรหลายชนิดที่ปลูกริมน้ำกก ต้องลดพื้นที่เพาะปลูก เช่น ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากข้อกังวลปัญหาสารพิษ
เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
นายคมจิตร เตรอด บ้านหนองกล้วยต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย นำทีมข่าวไปดูพื้นที่น้ำท่วมถึงที่ชาวบ้าน ในหมู่บ้านจะปลูกข้าวโพดข้าวโพดหวาน ฟักทอง ในพื้นที่น้ำท่วมถึง กว่า 1,500 ไร่ กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.และ ต.ค.-มี.ค.ของทุกปี
ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมามีบริษัทจาก จ.เชียงใหม่ ชวนปลูกข้าวโพดหวาน แต่เมื่อตรวจพบมีสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำกก แม้จะไม่เกินค่ามาตรฐาน บริษัทก็ไม่กล้าเสี่ยงปลูก
ปัจจุบันปัญหาสารพิษที่เริ่มส่งผลกระทบต่ออาชีพคนปลูกพืชริมน้ำกก ที่เคยมีบริษัทมาให้ปลูกและรับซื้อ เช่น ข้าวโพดหวานตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่เกษตรกรยังต้องปลูกพืชอื่น ๆ เหมือนทุก ๆ ปี เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปัจจุบันแม้ราคาจะตกต่ำมากอยู่แล้ว หากยังมีปัญหาสารพิษซ้ำเติมอีก กังวลว่าจะไม่มีคนรับซื้อหรือถูกกดราคาต่ำ
นายคมจิตร ได้เสนอให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลเกษตรกร แม้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่หากสัตว์ที่กินสารพิษเข้าไปทุกวัน คนก็เสี่ยงที่จะได้รับสารพิษด้วย
นางประนอม อ้นรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านผ่านศึก ต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย นำทีมข่าวไปดูแปลงเกษตรขนาดใหญ่ริมน้ำกกที่เตรียมการเพาะปลูก แม้ทุกวันนี้ผักที่ปลูกยังมั่นใจการบริโภค แต่เมื่อแม่น้ำกกยังมีสารพิษสะสมเรื่อย ๆ อนาคตไม่รู้ผลกระทบจะมีมากน้อยแค่ไหน เพราะเกษตรกรยังต้องใช้น้ำจากแม่น้ำกกทำการเกษตร เพราะไม่มีแหล่งน้ำอื่น
เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
สอดคล้องกับ นายยัง พรมเมือง ประธานสภาเกษตรกร อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ระบุว่า ปัญหาสารพิษสิ่งที่น่าห่วงมากสุดคือ เกษตรกร ทุกคนกังวลว่าสินค้าเกษตรริมแม่น้ำกกจะถูกกดราคา และอยากให้กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรฯ ลงตรวจ ดินและน้ำที่ใช้การเกษตร ตลอดพื้นที่ 6 หมู่บ้านใน อ.ดอยหลวง
นายอุดม จันทร์ต๊ะวงศ์ ประธานสภาเกษตรกร จ.เชียงราย ย้ำถึงสถานการณ์น้ำปนเปื้อนสารพิษโลหะหนัก เฉพาะ จ.เชียงราย มีลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบ มีพื้นที่เกษตรกรรม 1.2- 1.3 แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ เมื่อรับฟังสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย พบว่า มีข้อกังวลหลักๆ คือ ไม่มีบริษัทมารับซื้อสินค้าเกษตร และความเชื่อมั่นการบริโภค ซึ่งอาจกระทบไปถึงเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว จะทำอย่างไรให้อาหารปลอดภัย
นายอุดม กล่าวต่อว่า ภาคการเกษตรยังถือเป็นรายได้หลักหนึ่งของ จ.เชียงราย โดยเฉพาะพื้นที่ อ.แม่สาย อ.เวียงชัย อ.แม่จัน และ อ.เชียงแสน เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหลักของจังหวัด หากเกษตรกรถูกปฏิเสธรับซื้อและต้นทุนการผลิตสูงอยู่แล้ว ซึ่งภาครัฐจะชดเชยเยียวยาเกษตรกรอย่างไร หากได้รับผลกระทบจากสารพิษ
สภาเกษตรกรแห่งชาติ เตรียมเสนอปัญหาสารพิษสู่คณะรัฐมนตรี และสำคัญสุดอยากให้มีเจ้าภาพระดับจังหวัดแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยตรง
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันแม่น้ำกกยังพัดพาตะกอนเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ นับตั้งปี 2568 เกิดการปนเปื้อนสารพิษโลหะหนัก ตอนนี้ชาวบ้านกังวลสารพิษที่มากับน้ำด้วย ข้อเสนอตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจต้องเร่งทำ คือตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดูแล ตรวจสอบ และเฝ้าระวังพื้นที่ความเสี่ยงสะสมของสารโลหะหนักในดินเพาะปลูก และผลผลิตทางการเกษตรริมแม่น้ำกกที่น้ำท่วมถึง
กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำแผนที่เฝ้าระวังผลิตทางการเกษตรและห่วงโซ่สินค้าเกษตร และจำแนกพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมถึงนอกเขตชลประทาน และกำหนดพื้นที่เป็นโซน
เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
ดร.สืบสกุล กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่แบ่งโซนเพราะปลูก กำหนดเป็นโซน คือ โซนที่ 1 คือ น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โซนที่ 2 น้ำท่วมเฉพาะปี 2567 และโซนพื้นที่ 3 พื้นที่เกษตรกรรมไม่เคยถูกน้ำท่วม
เมื่อแบ่งโซนพื้นที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องแบ่งโซนการเพาะปลูก เกษตรกรจะใช้น้ำบาดาล มาเพาะปลูกและเพิ่มผลผลิต สร้างหลักประกันให้เกษตรกรขายได้ราคาและผู้บริโภคได้สินค้ามีความปลอดภัยต่อการบริโภค
หลังจากกระทรวงเกษตรฯ แบ่งพื้นที่แล้ว อาจต้องตรวจสอบดินและผลิตทางการเป็นประจำหากพื้นที่ดินหรือผลิตทางการเกษตรไม่ปลอดภัย ตรวจสอบพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานปลอดภัยในการบริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ต้องมีกองทุนเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษโลหะหนัก และสนับสนุนการปรับปรุงดิน ฟื้นฟูดิน พร้อมกับชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกร หลังจากไม่ใช้พื้นที่ได้
เกษตรกรโอดสารพิษลุ่มน้ำกก กระทบวิถีชีวิต-รายได้จากการเพาะปลูก
ดร.สืบสกุล กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มีหลักเกณฑ์ หรือกองทุนเยียวยาชดเชย กรณีแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากการเกษตร มีเฉพาะน้ำท่วม ฝนแล้ง ผลผลิตเสียหาย แต่ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำชดเชยอย่างไร กระทรวงเกษตรฯยังไม่มีการทำหลักเกณฑ์เรื่องนี้
ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน ได้ประชุมติดตามการประกาศเขตภัยพิบัติ และเขตควบคุมมลพิษ โดยมีความคืบหน้าการแก้ปัญหาสารพิษในพื้นที่เกษตรกรรม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ร่วมประชุมเตรียมเสนอตั้งคณะทำงานระดับกระทรวง ที่ดูด้านนโยบาย และระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนเรื่องผลกระทบด้านการเกษตรกรรม ทั้งแนวทางในการช่วยเหลือ ชดเชยหรือเยียวยา เพราะปัญหาสารพิษในภาคการเกษตรยังไม่มีเกณฑ์การช่วยเหลือเพราะเป็นภัยพิบัติใหม่
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
“ฆ่า” ตะกอน ...น้ำกกขุ่นทั้งปี ทำลายระบบนิเวศพันธุ์ปลา
อนุ กมธ.แก้สารพิษฯ จี้ตรวจสอบนำเข้าแร่ กระทบน้ำกก-สาย จ.เชียงราย
คพ.เปิดผลตรวจ "ตะกอนดิน" พบสารหนูสูงบางจุดในแม่น้ำกก–รวก–โขง
กมธ.กฎหมายฯ แนะเปิดผลตรวจสารพิษในพืชผัก ชาวบ้านท่าตอน จ.เชียงใหม่ กินผักปนเปื้อนเกือบ 2 ปี