เปิดเครือข่ายฟอกเงินสีเทา บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โยง ลาว–กัมพูชา–ไทย-จีน?
<ol>
เปิดเครือข่ายฟอกเงินสีเทา บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โยง ลาว–กัมพูชา–ไทย-จีน?
เผยแพร่: 18 ก.ย. 2569 06:47 ปรับปรุง: 18 ก.ย. 2569 06:47 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เป็นความจริงหรือไม่ ที่ธนาคารพัฒนาลาว หรือ LDB ชื่อเต็ม Lao Development Bank (LDB) เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจสีเทา บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ–ลาว–กัมพูชา–ไทย?
ก่อนหน้านี้เคยมี 3 สื่อโซเชียลมีเดียในเมืองไทย เปิดข้อมูลความไม่ชอบมาพากลของ LDB สงสัยพฤติกรรมมิชอบ เป็นช่องทางฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และเว็บพนันข้ามชาติ
ปรากฏว่าทางการลาวเต้นผาง ถึงขนาดส่งตัวแทนคณะกรรมการต่อต้านการฟอกเงิน สปป.ลาว และตัวแทนธนาคาร LDB บินด่วนข้ามประเทศแจ้งความต่อตำรวจ CIB ไทย ให้จับกุมดำเนินคดีสื่อโซเชียลไทยทั้งสาม ข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยยืนกระต่ายขาเดียวว่าพวกเขาสะอาด โปร่งใส และได้มาตรฐานสากล แต่คำแถลงของ LDB ที่อ้างว่าตัวเองสะอาดสดใสไร้มลทิน กลับขัดแย้งกับหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างสิ้นเชิง
เอกสารลับการสืบสวน ระบุถึงหลักฐานคาตาชิ้นแรก มีภาพถ่ายยืนยันว่า ธนาคาร LDB แอบเอาตู้คีออส ATM ที่ติดป้ายกำกับเป็น ภาษาจีนกลาง เข้าไปตั้งตระหง่านอยู่ ในคาสิโนในอาณาจักร Kings Romans ซึ่งตั้งในเขต สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ มี จ้าวเหว่ย มาเฟียจีน เป็นคิงปกครองที่นั่น
จ้าวเหว่ย คนนี้ โดนทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษรุมคว่ำบาตรข้อหาฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และค้ายาเสพติดมานานกว่า 8 ปี
อาณาจักรคิงส์โรมัน มีสภาพเป็นรัฐอิสระ ที่แม้แต่กฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐของลาวเอง ยังไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไป ยกเว้นก็แต่ LDB ที่ได้สิทธิ์เข้าไปเปิดกิจการในนั้นได้
มากกว่าตู้เอทีเอ็ม คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานรันระบบโอนเงินข้ามโลก หรือ SWIFT และระบบหลักของธนาคาร Core-banking ถึง 4 เครื่อง ถูกลากสายเคเบิล เข้าไปตั้งข้างในรังของแก๊งสแกมเมอร์ ในคาสิโนแห่งนั้น
โดยใช้ข้อมูลล็อกอินและสิทธิ์เข้าถึงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายต่างประเทศของ LDB ที่ชื่อ สิตาพร ดาราแสน
LDB ถึงคราวซวยโดนขุดความไม่ขอบมาพากล ก็เพราะตัวพ่อสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่าง เบน สมิธ และเมียสาวไทย ดันไปพัวพันนักธุรกิจต่างชาติ และบุคคล VIP ที่พำนักอยู่ฝั่งลาว มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท
ทำให้ เบน สมิธ และเมียไทย โดนศาลอาญาออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงและร่วมกันฟอกเงินข้ามชาติ เมื่อ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา เบนต้องบินหนีไปอยู่ที่ดูไบ
คดีของเบน สมิธ นี่แหละ ทำให้มีการสืบสวนด้วยนิติวิทยาศาสตร์ไซเบอร์ระดับโลก จนไปพบว่า ธนาคาร LDB ของลาว ถูกใช้เป็นเครื่องมือเชือดเหยื่อของ เบน สมิธ ซึ่งสถาบันการเงินโลกไม่มีวันยอมรับในพฤติกรรมฉากหลังนี้ของ LDB
ความที่ LDB เอง กำลังกลัวจนตัวสั่น ว่าจะโดนลงดาบสั่งคว่ำบาตรเด็ดขาด ตัดขาดจากระบบเงินดอลลาร์ อันเป็นชะตากรรมเดียวกับที่ฮุยวัน กรุ๊ป ในกัมพูชา โดนไปก่อนแล้ว
LDBและตัวแทนรัฐบาล สปป.ลาว ก็เลยต้องออกแอคชั่น ข้ามโขงมาเกรี้ยวกราดกับสื่อฝั่งไทย
แม้ชื่อจะฟังเหมือนเป็นธนาคารของรัฐ แต่จริงๆ แล้ว โครงสร้างหุ้นของ LDB จำนวน 70% เป็นของ จันทะหนอม พรหมมะนี มหาเศรษฐีลาว เหลือแค่ 30% เป็นหุ้นของรัฐบาล
แล้วดันมีหลักฐานภาพถ่าย จันทะหนอม นั่งชนแก้วกับ ฮุนโต หลานชายของอังเคิลฮุนเซน ซึ่งเป็นเจ้าของฮุยวัน องค์กรฟอกเงินของกัมพูชาระดับยานแม่
ซึ่งฮุยวัน ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรตัดขาดจากระบบการเงินโลกไปเรียบร้อยแล้ว
การสืบสวนมองเห็นภาพช้างทั้งตัว คือ เครือข่ายทุนสีเทา มีจีน กัมพูชา และลาว เป็นแก๊งเดียวกัน
ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ มีข่าวว่ากรรมาธิการ 2 ชุดของสหรัฐอเมริกา เสนอรายชื่อ 28 คน ที่เอี่ยวในขบวนการสแกมเมอร์ในลุ่มน้ำโขง ให้รัฐบาลสั่งคว่ำบาตร เพราะพวกนี้อาละวาดข้ามโลกไปต้มตุ๋นชาวอเมริกัน จนรัฐบาลมะกันนิ่งไม่ได้