ฟาดยับโกงบนหัวเผาบ้านเรา

"มท.1" ลั่นโกงข้อสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่น ปชช. ฉะเรื่องสยอง-สะเทือนขวัญ "โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา"  ชี้สังคมพิพากษาแล้ว โอด "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง" ฟาดยับไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ขีดเส้นต้องจบ 30 ก.ย.นี้ไม่มีขยายเวลา "อาสพลธ์"   เผยคดีทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่งแล้วเกือบ 4,000 ราย สอบขยายผล 110 เครือข่ายนายหน้าทั่วประเทศ แต่ยังไม่พบเชื่อมโยงโดยตรงกับนักการเมืองระดับประเทศ

ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เวลา 08.30 น. วันที่ 17 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงหาดไทย โดยนายอนุทินกล่าวถึงประเด็นร้อนกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเรื่องนี้มันบั่นทอนความมั่นใจของประชาชนมากพอสมควร ไม่มีใครไม่เชื่อว่าเรื่องนี้สุจริต อันนี้ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ ถึงแม้ว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่สมมุติว่าไม่มีใครผิดเลยเรื่องนี้มันเกิดขึ้นโดยระบบโดยธรรมชาติของมัน ก็ไม่มีใครเชื่อ และที่ผ่านมาเครือข่ายจากการสอบสวนจากการข่าวและจากการเชื่อมโยงต่างๆ เราได้เห็นแล้วว่ามันมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วย

"เป็นที่น่าอเนจอนาถใจมาก ถ้าผมใช้ภาษาที่ผมพูดในฐานะพี่น้องก็คือมาโกงกันบนหัวผม  ตรงนี้สังคมสรุปเรียบร้อยแล้ว พิพากษาไปเรียบร้อย เพียงแต่ว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมันจะต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการ ฉะนั้นก็คงได้เห็นว่ามีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการแถลงยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยึดทรัพย์มาแล้ว 380 ล้านบาท ซึ่งเขาบอกว่ามันยังไม่หมด   ยังมีเงินสดและมีทองคำแท่งมูลค่าประมาณอีก  ฉะนั้นตรงนี้กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกลุ่มท้องถิ่นก่อนจะต้องขยายผล" 

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตอนนี้ข้างนอกเขาจับกุมเข้าคุก ห้ามเยี่ยม ห้ามประกันไปแล้ว ข้าราชการที่มีส่วนทำผิดกฎหมายก็ต้องเร่งดำเนินการ ตอนนี้แค่ย้ายไม่พอ ต้องดำเนินการให้เห็น ถ้าเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ ปลัด มท.ต้องสั่งให้มีการออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเราดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ซึ่งทุกคนในที่นี้ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเกรงกลัว ฟาดให้ยับ เพราะถือว่าเป็นการทำความเสียหายกับหน่วยงานของเรา เผาบ้านเรา

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านมีทรัพย์สินอยู่ดีๆ คนที่ไหนก็ตามที่มาทำร้ายทรัพย์สินทำลายบ้านของเรา เราต้องถือว่าเขาไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกันกับเรา ฉะนั้นจะต้องดำเนินการให้เต็มที่ ตนอยู่ที่นี่มา 3 ปี มันต้องเกรงใจกันบ้าง การทำแบบนี้จะมาบอกว่าทำมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ตนยังไม่เข้ามาตนไม่รับทราบ ถ้าตนอยู่ที่นี่ ทำเรื่องเหล่านี้ ทำไม่ได้  เพราะเวลาโดน พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน เขาบอกว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดใน มท.เท่านั้นที่จะทำเรื่องนี้ได้ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านไม่ต้องมากังวลจะไม่มีการไปบอกให้ท่านยั้งมือ เว้นคนนั้น เว้นคนนี้ การสอบสวนสืบสวน ถ้าพาดพิงไปโดนคนไหนก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

 “เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนขวัญ ผมต้องใช้คำนี้ น่าสยองสำหรับความเป็น รมว.มหาดไทยของผม  ฉะนั้นตรงนี้ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่และมั่นใจ ผมเข้าใจมีกฎหมายต้องยึด มีขั้นตอนต้องยึด แต่มันต้องเร่งรัด และตามงานจากลูกน้อง ตรงนี้พอเราเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้บริหาร เราต้องมองสเต็ปให้ได้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน และจะต้องเกี่ยวพันถึงคนนี้เราทำงานด้วยกันมา โดยเฉพาะในกรณีตั้งข้อสงสัยตรงไหนไม่เคยหลุดสักเรื่อง แต่ท่านยังจะมากลัวว่าเดี๋ยวเขาจะฟ้องกลับ ฟ้องกลับยิ่งดี จะได้เปิดเผยทุกอย่างที่เราเข้าไปไม่ถึงเพิ่มมากขึ้น กฎหมายยังไงก็ปกป้องคุ้มครองคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตอยู่แล้ว  อย่าช้า ปมไม่ให้ขยายเวลา ขอพูดตรงนี้มีคนมาบอกผมว่าจะมีการขยายเวลาเรื่องนี้ ไม่มีนะครับ ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ อย่าเลยวันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเปลี่ยนหน้าที่ของคนหลายคน ฉะนั้นขอให้ปลัด มท.และรองปลัดฯ ได้ช่วยกันการหารือ แม้กระทั่งพวกผมที่อยู่ที่นี่ก็หารือกัน และท่านไปดำเนินการในคณะกรรมการของท่าน ไม่มีการปกป้องช่วยเหลือ ขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จ อันนี้ถือเป็นข้อสั่งการอย่างชัดเจน เพราะเวลามันล่วงเลยมาขนาดนี้แล้วคดีต่างๆ ของหน่วยงานอื่นเขาไปไกลมากแล้ว จะต้องได้ข้อสรุปได้ภายในไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย.นี้” นายอนุทินกล่าว

 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.)  สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมได้เชิญผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ผู้แทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พร้อมด้วยผู้กำกับการ 3 บก.ปปป.  ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

 โดยทางผู้แทน สถ.รายงานว่า ได้พบความผิดปกติในการประมวลผลและแก้ไขคะแนนสอบ 5,925 ราย และตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องรวม 14,988 ราย ผลการดำเนินการมีผู้คงการบรรจุ 11,048 ราย แก้ไขการบรรจุ 71 ราย และผู้ได้รับการบรรจุจากกรณีแก้ไขคะแนน รวม 3,869 ราย พ้นจากตำแหน่งแล้วทั้งหมด แบ่งเป็น สอบไม่ผ่าน แต่แก้คะแนนให้ผ่าน 3,402 ราย สอบผ่าน แต่คะแนนเดิมมีลำดับไม่ถึงคิวบรรจุ 467 ราย จากนี้จะเรียกบรรจุทดแทนตามหลักเกณฑ์ ส่วนคดีอาญาและคดีแพ่งยังดำเนินต่อไป ไม่ได้ยุติเพราะพ้นจากตำแหน่ง

 นายอาสพลธ์กล่าวว่า ป.ป.ช.คาดว่าจะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาชุดแรกปลายเดือนตุลาคม 2569 ในส่วนข้าราชการกรม สถ.และผู้เกี่ยวข้องใน กสถ. ก่อนทยอยดำเนินการกับกลุ่มอื่นๆ เช่น นายหน้า เครือข่ายนายหน้าสายหลักที่อยู่ระหว่างตรวจสอบมี 110 สายทั่วประเทศ สอบปากคำสายหลักแล้ว 55 สาย และสายรองแล้ว 23 สาย โดย ป.ป.ช.ระบุว่า ขณะนี้ไม่ได้กันผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งกว่า 6,000 รายไว้เป็นพยาน ในส่วนของ DSI และตำรวจ ปปป. ที่ประชุมได้รับรายงานว่า สำนวนจากการสอบปากคำในจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงกรณีศาลออกหมายจับนายหน้าศรีสะเกษ 2 ราย ได้ส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช.แล้ว เมื่อวันที่ 31 ส.ค. และ 15 ก.ย.2569

 ส่วนผู้แทนเลขาธิการ ปปง.ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีรวม 108 รายการ มูลค่าประมาณ 320.8 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ เงินสด และบัญชีธนาคารต่างๆ   ของบุคคลประมาณ 20 ราย (แบ่งเป็นผู้ต้องหา 11 ราย ผู้เกี่ยวข้อง 7 ราย และอื่นๆ) โดยอยู่ระหว่างเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ก่อนจะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมส่งสำนวนให้อัยการยื่นศาลแพ่งราวปลายเดือน พ.ย. และจากการตรวจสอบ ณ เวลานี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงกับนักการเมืองระดับประเทศ.