ส.กีฬาฟุตบอล จัดอบรมโค้ช พัฒนาฟุตบอลไทย สู่ความยั่งยืน ที่ จ.ศรีสะเกษ

ส.กีฬาฟุตบอล จัดอบรมโค้ช พัฒนาฟุตบอลไทย สู่ความยั่งยืน ที่ จ.ศรีสะเกษ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าสานนโยบายยกระดับการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนขั้นพื้นฐาน (Basic Youth) สอนในช่วงอายุ 13 – 18 ปี อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างและพัฒนาผู้ฝึกสอนในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดและชุมชนท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าถึงการฝึกสอนฟุตบอลที่มีมาตรฐานตามหลักสากล

การจัดอบรมครั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ สํานักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จัดการอบรมผู้ฝึกสอนหลักสูตร FAT ‘C’ Diploma ที่โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 12–25 กันยายน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 24 คน จากทุกภูมิภาคของประเทยไทย

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจ.ศรีสะเกษ/อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายชนินทร์ คุ้มใหญ่โต ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. จ.ศรีสะเกษ เป็นประธานพิธีเปิด โดยมี นายเฉลิมขวัญเหรียญทอง และ นายอาทิตย์ อ่อนคำ วิทยากรผู้ฝึกสอนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ โค้ชศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย (โค้ชโต๋ย) หัวหน้าผู้ฝึกสอนราษีไศล ยูไนเต็ด และอดีตผู้ฝึสอนทีมชาติไทย มาให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ ให้เห็นแนวทางนำความรู้ในหลักสูตรครั้งนี้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชนและประเทศชาติต่อไป

โดยการอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของนายกสมาคมฯ ที่มุ่งกระจายองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผู้ฝึกสอนสู่ระดับชุมชน เพื่อให้โค้ชในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้และนำหลักการฝึกสอนที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเยาวชนของ FIFA และ AFC ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนานักฟุตบอลไทยในระยะยาว

การพัฒนาโค้ชเยาวชนถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบฟุตบอลไทยจากฐานราก ตามวิสัยทัศน์ของ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพผู้ฝึกสอนในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ห่างไกล ได้รับการฝึกสอนฟุตบอลที่มีมาตรฐานเดียวกัน และเติบโตบนพื้นฐานของการพัฒนาที่ถูกต้องตามหลักสากล

โดยผู้ฝึกสอนที่เข้าร่วมอบรมจำนวน 24 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้
1.นายบุญฤทธิ์ ปอนแก้ว
2.นายเอกพรรดิ์ โชคทวีพูลลาภ
3.นายนัทธพงศ์ โชตินอก
4.นายกมลวัฒน์ นครไธสง
5.นายสวาท คำพันธ์
6.นายภานุพงศ์ พิจิตรธรรม
7.นายวิศรุต ไวงาน
8.นายปัญณวัฒน์ เรืองอรุณพงษ์
9.นายสะการียา กอและ
10. นายสิรธีร์ ภูสวัสดิ์เจริญ
11. นายหัสชัย คำโคตรสูง
12. นายกิตติไกร จันทะรักษา
13.นายณัฐพงษ์ นาถมทอง
14.นายธนากร สงเปือย
15.นายอภิชาต ศรีโพนดวน
16.นายชัยฤทธิ์ อภิรติพรพิมิล
17.นายปรัชญา นวลนาค
18.นายสุธิศักดิ์ บัวชัย
19.นายเสนีย์ สมเสนาะ
20.นายสราวุธ ยอดพุต
21.นายไพฑูรย์ อ่อนคำลุน
22.นายสุทธิรักษ์ มามะ
23.นายธนนน วัฒนมหาโชติ
24.มาซาเบ ไมเคิล

โดยผู้ที่ผ่านการอบรมผู้ฝึกสอนหลักสูตร FAT C Diploma Course จะสามารถทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอล ในระดับไทยลีก 3 และเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ในระดับ ไทยลีก 2 ได้ นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอด ได้สองแขนงคือ ผู้ฝึกสอนด้านผู้รักษาประตู ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส รวมไปถึงการต่อยอดในระดับ เอ ไลเซนส์ ได้เช่นกัน