สภาฯเดือด! 'รักชนก' ชำแหละงบดีเอสไอ โยงคดีฮั้ว สว. 'ภูมิใจไทย' รุมประท้วงวุ่น
สภาฯเดือด! 'รักชนก' ชำแหละงบ DSI 27 ล้าน กังวลตัวเต็งอธิบดีใหม่เอื้อคดีโกง สว. ด้าน 'ภูมิใจไทย' รุมประท้วงวุ่น อ้าง อภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก-ใช้คำแรง 'ขายตัวขายวิญญาณ'
9 กันยายน 2569 - จากนั้นเวลา 16.19 น. เข้าสู่การพิจารณางบประมาณมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เอกสารในชั้นคณะอนุกรรมมาธิการฯ ทำให้ตั้งคำถามว่าดีเอสไอตั้งโครงการมาตอบโจทย์สิ่งที่กำลังมีปัญหาหรือไม่ แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ บุคลากรทั้งหมด 165 ราย 70% ระบุว่าขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการวิเคราะห์เส้นเงิน ซึ่งจัดอยู่ในลำดับความเสี่ยงที่ 3 ที่ดีเอสไอเห็นว่ามีความเสี่ยง
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนกังวลว่าดีเอสไอจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เส้นเงินและคดีหรือไม่ เพราะในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินจากการโกง สว.ที่ดีเอสไอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เมื่อดูผลงานของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ชี้มูลว่าเห็นควรให้มีการสั่งฟ้อง 229 คน เมื่อดูในงบประมาณโครงการพัฒนาระบบแสดงความสัมพันธ์การทำธุรกรรมทางการเงิน และวิเคราะห์เส้นเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนคดีพิเศษ วงเงิน 27 ล้านบาท ตนรู้สึกดีใจที่มีการตั้งของบประมาณในสิ่งที่กำลังขาด เดาว่าหนีไม่พ้นซอฟต์แวร์ของ i2 ที่จัดสำหรับองค์กรดีเอสไอน่าจะมีความคุ้นเคยเพราะเคยจัดซื้อมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน สิ่งที่ตนกังวลคือคนที่จะมากุมบังเหียนดีเอสไอใช้ซอฟต์แวร์สืบเส้นเงินตัวนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่คนที่ไปยืนกุมเป้าที่สนามบินบุรีรัมย์และรอไหว้สวยๆ รับคณะบุคคลที่ถูกกล่าวหาใน คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. ที่สรุปว่าบางคนในนั้นมีมูลความผิดเรื่องคดีโกง สว.
จากนั้น น.ส.รักชนก ได้อภิปรายต่อโดยมีการนำภาพคณะบุคคลที่ไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งถูกเซ็นเซอร์หน้าของคณะบุคคล ก่อนจะโชว์ภาพเดียวกันที่ได้มีการปรินท์ออกมาทั้งใบใหญ่และใบเล็ก โดยระบุว่า ไม่ได้จะโชว์อะไร เพียงแต่จะนำมาติดหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น
จากนั้น นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.รักชนก กำลังออกนอกประเด็น จึงขอให้ประธานในที่ประชุมควบคุมการประชุม ก่อนที่น.ส.รักชนก จะอภิปรายต่อว่า ตนโดนเซ็นเซอร์สไลด์อีกแล้ว ทั้งที่ในสไลด์ได้มีการเซ็นเซอร์หน้ามาให้แล้ว ดูไม่รู้ว่าเป็นใคร หรือหากดูแล้วว่าเป็นนายอนุทิน ท่านก็เป็น สส.สามารถมาชี้แจงได้ในสภาฯ ว่า ใครที่ยืนไหว้ท่าน โดย ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มีชื่อลือหึ่งว่าจะขึ้นเป็นอธิบดีดีเอสไอกังวลว่าซอฟต์แวร์ที่ได้มีการของบประมาณจะได้ใช้อย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่ขาดแคลนหรือไม่
ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะเตือนให้ระมัดระวังการกล่าวถึงบุคคลภายนอก น.ส.รักชนก จึงกล่าวว่า ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะทราบอยู่แล้วว่า ร.ต.อ.ปิยะ จะขึ้นมาเป็นอธิบดี แต่สิ่งที่ไม่รู้จะเสียหายหรือไม่คือ ร.ต.อ.ปิยะ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ทำให้นายเลิศศักดิ์ จะขอให้ระมัดระวัง ไม่เอ่ยชื่อบุคคลภายนอกอีกครั้งหนึ่ง
น.ส.รักชนก กล่าวว่า หากอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ได้ดำรงตำแหน่ง สิ่งที่กังวลอย่างมากคือ ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย หากใครที่ไม่ได้ขายตัวขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงินกำลังโดนไล่ล่าอย่างหนัก ทำให้นายร่มธรรม ลุกขึ้นประท้วงขอให้ประธานควบคุมการประชุม
ด้านนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ลุกขึ้นประท้วง ประธานขอให้ควบคุมการประชุม ขณะที่นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงด้วยว่า ตนเข้าใจผู้อภิปรายดีถึงความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่วันนี้สิ่งที่พูดเป็นความคิดของท่านเอง เรากำลังพิจารณางบประมาณ ขออยู่ในประเด็นนี้ อย่าไปพาดพิงบุคคลอื่น และขณะนี้หมดเวลาอภิปรายแล้ว
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ในฐานะที่อภิปรายเสียดสี ไม่สุภาพ กำลังดูถูกดีเอสไอตัวเล็กตัวน้อย ถ้าไม่ขายตัวถือเป็นการดูถูกองค์กรคาดคะเนไปเอง เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านตนชื่นชมน.ส.รักชนก เป็นคนพูดเองว่าให้ทุกคนมีมารยาท แต่วันนี้ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาทต้องสะกดคำว่า มารยาทของตนให้สภาฯ เห็นก่อน
ก่อนที่นายยศวัฒน์ ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า มารยาทที่ผู้อภิปรายได้พูดมา ยังมาใส่ร้ายส่อเสียดหาว่าคนในครอบครัวหรือดีเอสไอขายตัว ถือไม่ถูกต้อง ตนเองไม่รู้ว่าผู้อภิปรายชินกับคำว่าขายตัวหรือรู้รายละเอียดคำว่าขายตัวอย่างไร
โดยระหว่างนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายอาสพลธ์ และนายสนอง ได้ลุกประท้วงโดยระบุว่า เวลานี้ท่านกําลังดูถูกองค์กรดีเอสไอ ซึ่งตัวเล็กตัวน้อยถ้าไม่ยอมขายตัว นี่คือการคาดคะเนไปเอง ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.รักชนกพูดเองว่าขอให้ทุกคนมีมารยาท แต่ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาท ท่านต้องสะกดคําว่า มารยาทของตนให้สภาฯ ได้เห็นก่อน ซึ่งนายเลิศศักดิ์ได้พยายามปรามน.ส.รักชนกแล้วว่า ขอให้เข้าเนื้อหาอย่าพาดพิง และวินิจฉัยให้จบ ไม่ต้องพูดต่อ
น.ส.รักชนก ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตนรักษามารยาทมาก ๆ แล้ว แต่ถ้าวันนี้ตนจะพูดคําหยาบขึ้นมา ก็อาจจะพูดกับนายสนองรายแรก