เอกนิติ ผลักดันเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ คว้าโอกาส ลงทุนเพื่ออนาคต

เอกนิติ ผลักดันเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ คว้าโอกาส ลงทุนเพื่ออนาคต ทั้งอุตสาหกรรมสมัยใหม่-พลังงาน-คน พยุงประชาชน ท่ามกลางโลกแตกขั้ว

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand Transition #เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย” ในงานสัมมนา “Beyond ESG : Thailand Transition #เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย” จัดโดยประชาชาติธุรกิจ ว่า

ปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งดิจิทัลและเอไอ 2.การเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยการลงทุนพลังงานสะอาด และ 3.การเปลี่ยนผ่านคน ด้วยโครงการ Thailand Skill Bridge เพื่อเป็นสะพานเชื่อมสู่การมีอาชีพมากขึ้น

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่าน (Transition) เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนเร็วมาก ความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และความผันผวนที่เกิดขึ้น ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวและเปลี่ยนผ่านให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หากเกาะกระแสการเปลี่ยนแปลงได้จะทำให้เศรษฐกิจดี และกลายเป็น K-Shape ขาขึ้น เช่น กลุ่มหุ้นเอไอ และกลุ่มดิจิทัล ขณะที่ถ้าเกาะกระแสไม่ทันก็จะกลายเป็น K-Shape ขาลง

อย่างไรก็ดี นอกจากจะเปลี่ยนผ่านด้วย Transition Now ด้านพลังงานและอุตสาหกรรมสมัยใหม่แล้ว ยังต้อง Stabilize Today ดูแลและพยุงกลุ่ม K-Shape ขาลง ให้โอกาสเร่งสู่การเปลี่ยนผ่าน ช่วยกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งเปลี่ยนผ่านด้วยการใช้เอไอนกกระซิบด้วย ทั้งยังต้อง Invest For Tomorrow ลงทุนเพื่ออนาคต

ท่านจะได้ยินที่ผมพูดประจำ 3 เรื่องนี้ คือ Stabilize Today ดูแลคนกลุ่มเปราะบาง Transition Now เปลี่ยนผ่านเดี๋ยวนี้ และ Invest For Tomorrow”

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า แม้แต่ในธุรกิจสื่อ หากไม่เปลี่ยนผ่านก็จะถูกดิสรัปต์ ดังนั้นต้องคว้าโอกาสในการเร่งเปลี่ยนผ่าน รวมถึงลงทุนเพื่ออนาคตโดยเฉพาะในเทคโนโลยีและดิจิทัล

ประชาชาติธุรกิจก็เป็นสื่อหนึ่งที่เปลี่ยนผ่านได้เร็วมาก จนอยู่มา 50 ปี เพราะลงทุนในเทคโนโลยีและดิจิทัล หากไม่ลงทุนในวันนั้นก็คงไม่มีวันนี้ สำหรับประเทศก็ต้องลงทุนเพื่ออนาคตในโลกที่เปลี่ยนไปเช่นกัน” ดร.เอกนิติ กล่าว

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า Transition Now คือสิ่งที่ยากที่สุด ไทยผ่านการเปลี่ยนผ่านมาหลายครั้ง และครั้งนี้อาจเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด เพราะโลกนั้นเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ทั้งสงครามการค้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเอไอ หากตามไม่ทันก็จะตกขอบและเป็น K–Shape ขาลง อีกทั้งวันนี้โลกยังแตกขั้ว (Fragmented) ทุกคนต้องการฐานการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด ค้าขายได้กับทุกคน และไทยก็เป็นประเทศนั้น

อุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่มาลงทุน เพราะไทยปลอดภัยและมีโครงสร้างพื้นฐานครบ โดยทุกวันนี้อุตสาหกรรมที่มาลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มากที่สุดคืออุตสาหกรรมเอไอและสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ราว 2.5 แสนล้านบาท ตามกระแสโลก รวมไปถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสง (Optical Transceiver) ที่ไทยเป็นแหล่งผลิตอันดับต้นๆ ของโลก

ตอนที่ผมเข้ามาเป็นประธานบอร์ดบีโอไอ ได้สั่งให้หยุดการทำดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เมื่อคืนผมพบกับนายกรัฐมนตรีของประเทศสิงคโปร์ที่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาแล้ว ดังนั้นต้องดูก่อนและเปลี่ยนผ่านให้ทัน และคว้าโอกาสให้มากที่สุด” ดร.เอกนิติ กล่าว

เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องเปลี่ยนผ่านเป็นรถอีวี ซึ่งเมื่อ 3-5 ปีที่แล้วยังไม่มี การเปิดให้มาลงทุนตั้งฐานการผลิตที่ไทยเพื่อให้ได้ภาษีถูกลง โดยตอนนี้มีอยู่ราว 9 โรงงาน และเริ่มส่งออก แสดงให้เห็นว่าถ้าเราไม่เริ่มทำตั้งแต่วันนั้น เราจะไม่มีวันนี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกแตกขั้ว ดังนั้นวันนี้เราต้องปรับตัว และขึ้นภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสม ลดการนำเข้าเพราะมีช่องว่างทางภาษีศุลกากรจากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กำหนดการใช้ Local Content ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 40-50% แล้ว

การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอีกหนึ่งคืออุตสาหกรรม นี่คือสิ่งที่เราทำ เราใช้โอกาสที่โลกแตกขั้ว ทะเลาะกัน คว้าโอกาสนั้นที่ลมพัดมาอาเซียนและเมืองไทย ให้เปลี่ยนผ่านสร้างงาน สร้างคุณภาพ สร้างรายได้ให้คนไทย โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม” ดร.เอกนิติ กล่าว

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากวันนี้เรานำเข้าก๊าซธรรมชาติกว่า 65% เมื่อเจอปัญหาความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานสูง และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 กว่า 6 แสนล้านบาท รวมทั้งนักลงทุนยังต้องการพลังงานด้วย

ขณะที่การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ก็มีแผนลงทุนในพลังงานสะอาด ทำ Solar Farm และ Floating Solar ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุน พร้อมทั้งต้องคุมหนี้สาธารณะไม่ให้สูงด้วย ผ่านการใช้ Thailand Future Fund และ Infrastructure Fund เพื่อระดมทุนจากตลาด และลงทุนเพื่ออนาคต รวมทั้งยังสนับสนุนช่วยประชาชนชาวบ้านเปลี่ยนผ่านหลังคาเป็นเงิน ผ่าน Solar Rooftop และขายไฟคืนให้การไฟฟ้าฯ ได้

โลกที่เปลี่ยนไป เราต้องคว้าโอกาส หากไม่เปลี่ยนผ่านก็ได้ ก็สบายดี แต่ประเทศไทยจะเป็น K–Shape ขาลง วันนี้เราต้องการให้ประเทศไทยเป็น K–Shape ขาขึ้น จึงเน้นให้ลงทุน ลงทุน และลงทุน เพราะมันคือ Investment Lets Growth และพยายามขับเคลื่อนให้การลงทุนดันเศรษฐกิจ เพราะการดันด้วยการบริโภค กินแล้วก็หมดไป แต่การลงทุนเป็นการสร้างรายได้ในอนาคต ทั้งเรื่องอุตสาหกรรมและพลังงานสะอาด” ดร.เอกนิติ กล่าว

สุดท้าย ผมว่าวันนี้เป็นเรื่องยากที่โลกนั้นเปลี่ยนเร็ว สิ่งที่เราต้องทำวันนี้คือเปลี่ยนผ่านวันนี้และเดี๋ยวนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีอนาคตที่ดีขึ้นกว่าเดิม” ดร.เอกนิติ กล่าว