ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว นักลงทุนจับตาวิกฤตฮอร์มุซ-ทิศทางดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันพุธ (26 ส.ค.) โดยนักลงทุนประเมินความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์เล็กน้อยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 656.41 จุด ลดลง 0.07 จุด หรือ -0.01%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,462.39 จุด เพิ่มขึ้น 23.19 -จุด หรือ +0.27%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,285.96 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 -จุด หรือ +0.08%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,878.12 จุด ลดลง 8.04 จุด หรือ -0.07%

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านและโอมานยังคงหารือรายละเอียดของข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ช่องทางเดินเรือดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกราว 1 ใน 5

อย่างไรก็ตาม การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งยังขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านหรือไม่ แม้ราคาน้ำมันดิบจะลดลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญในยุโรป

การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนจึงยังมองประเด็นนี้เป็นความเสี่ยงต่อตลาด มากกว่าจะนำมาใช้เป็นปัจจัยในการคาดการณ์ทิศทางตลาด

เศรษฐกิจยุโรปยังคงมีความยืดหยุ่นและรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวก ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและลดสัดส่วนการออมลง ส่งผลให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ด้านสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์เล็กน้อยว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.

ในตลาดหุ้นยุโรป หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1% นำโดยหุ้น Deutsche Bank ที่พุ่ง 4.3% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2554 ขณะที่หุ้น Commerzbank เพิ่มขึ้น 2.8%

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี มีแผนพบกับ อันเดรีย ออร์เชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ UniCredit ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งจะเป็นการติดต่อโดยตรงครั้งแรกของเยอรมนีเกี่ยวกับความพยายามของธนาคาร UniCredit ของอิตาลี ในการเข้าซื้อกิจการธนาคาร Commerzbank ของเยอรมนี

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. เพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน แต่ยังไม่ต้องการส่งสัญญาณว่าจะมีการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมหลังจากนั้น

นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Nvidia ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยหลังปิดตลาดยุโรป เพื่อประเมินว่าการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะยังสามารถรองรับความคาดหวังที่อยู่ในระดับสูงของตลาดได้หรือไม่

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ร่วงลง 1% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Hochschild Mining ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 5.4% โดยปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี หลังราคาทองคำที่พุ่งขึ้นในปีนี้ช่วยหนุนรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก

ด้านหุ้น SAP ร่วงลง 2.9% และเป็นหุ้นที่กดดันดัชนีมากที่สุด หลัง Intuit บริษัทซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ออกคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ขณะที่ UBS ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้น SAP เป็น คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral)

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช