ซาบีดาผนึกดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทย ผลักดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่ยูเนสโกเดือนธันวาคม หวังต่อยอดรายได้ถึงชุมชน

วานนี้ (23 สิงหาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หารือร่วมกับดีไซเนอร์ ห้องเสื้อ และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยพระราชทานให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่กลุ่มช่างทอผ้า เกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงอุตสาหกรรมแฟชั่น

การหารือจัดขึ้นที่ร้าน Lady L Bistro โรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพมหานคร โดยมี ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ด้านการออกแบบแฟชั่น พร้อมตัวแทนห้องเสื้อและแบรนด์ไทย อาทิ ห้องเสื้อเธียเตอร์ แอตเตอลิเยร์ พิจิตรา ASAVA ISSUE และ Surface เข้าร่วม รวมถึง โชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และคณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย

ซาบีดาระบุว่า ชุดไทยพระราชนิยมมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงให้ศึกษาและออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีไทยสำหรับใช้เป็นฉลองพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อปี 2503 ก่อนพัฒนาเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบที่ได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องแต่งกายประจำชาติ

ขณะที่ชุดพระราชทานสำหรับบุรุษ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เมื่อปี 2523 เพื่อใช้แทนชุดสากล โดยคำนึงถึงความประหยัดและความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า การส่งเสริมชุดไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษารูปแบบการแต่งกายให้ถูกต้อง แต่ยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายก และผ้าทอพื้นถิ่น ซึ่งสามารถกระจายรายได้ไปยังช่างทอ เกษตรกร ผู้ผลิตสิ่งทอ และชุมชนทั่วประเทศ

“เสน่ห์ของชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยพระราชทาน คือความงดงามเหนือกาลเวลา และจะยิ่งมีความงดงามมากยิ่งขึ้นเมื่อได้รับการตัดเย็บให้เหมาะกับรูปร่างและผู้สวมใส่เลือกนำไปใส่ให้เหมาะสมกับโอกาส” ซาบีดากล่าว

ซาบีดายกตัวอย่างว่า ชุดไทยเรือนต้นสามารถประยุกต์ร่วมกับผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าลายอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือผ้าชาติพันธุ์ เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และช่างตัดเย็บสร้างสรรค์รูปแบบร่วมสมัย โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของชุดไทยไว้ได้

สำหรับความคืบหน้าในระดับนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมขึ้นบัญชีชุดไทยพระราชนิยมเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2566 ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 เห็นชอบให้เสนอรายการ ‘ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ’ หรือ *Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume* ต่อองค์การยูเนสโก

ซาบีดาระบุว่า ยูเนสโกยืนยันจะนำรายการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมขับเคลื่อนแคมเปญ ‘ชุดไทย (CHUD THAI)’ ภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อสืบสาน ต่อยอด และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย พร้อมเชิญชวนประชาชนสนับสนุนการสวมใส่ชุดไทยและงานหัตถศิลป์ในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเผยแพร่งานฝีมือไทยสู่สายตานานาชาติ

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 1ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 2ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 3ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 4ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 5ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 6ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือกับดีไซเนอร์และผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยม 7