ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด สาเหตุ แม่เสียชีวิตขณะคลอด | theAsianparent Thailand
เหตุการณ์สุดสะเทือนใจของคุณแม่วัย 32 ปี ที่ต้องสูญเสียชีวิตพร้อมลูกน้อยในครรภ์ โรงพยาบาลลี้ จังหวัดลำพูน ชี้แจงสาเหตุ ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic Fluid Embolism) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก 1 ใน 80,000
โดยทางโรงพยาบาลลี้และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ได้เปิดเผยรายละเอียดการดูแลรักษา พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ดังนี้
หญิงตั้งครรภ์ อายุ 32 ปี เป็นครรภ์ที่ 2 ประวัติการฝากครรภ์ รพ.สต.บ้านห้วยต้ม และโรงพยาบาลลี้ รวมจำนวน 15 ครั้งเป็นครรภ์ระดับความเสี่ยงต่ำ หมายถึง ณ เวลาประเมินยังไม่พบปัจจัยหรือภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ และสามารถดูแลตามระบบฝากครรภ์ปกติได้
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 มาฝากครรภ์ตามนัด อายุครรภ์ 40 สัปดาห์ 1 วัน(ครบกำหนดคลอด) สูติแพทย์ประเมินให้นอนโรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตร เวลา 11.30 น. ประเมินอาการแรกรับที่ห้องคลอด มดลูกบีบรัดตัว 7 นาทีต่อครั้ง ไม่สม่ำเสมอ อัตราการเต้นของหัวใจเด็ก 142 ครั้งต่อนาที ตรวจภายใน พบ ปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร เนื่องจากเริ่มมีปากมดลูกเปิด แต่มดลูกบีบรัดตัวไม่สม่ำเสมอ สูติแพทย์ประเมินไม่พบความเสี่ยงภาวะศีรษะทารกไม่สมดุลกับอุ้งเชิงกรานหรือ CPD Risk Score และสามารถคลอดธรรมชาติทางช่องคลอดได้เอง และพิจารณาให้ยาส่งเสริมการคลอด โดยมีการติดตามการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ การบีบรัดตัวของมดลูก และสัญญาณชีพของมารดา ตามมาตรฐานการดูแลหญิงตั้งครรภในห้องคลอดเวลา
เวลา 18.00 น. พบ ปากมดลูกเปิด 3 เซนติเมตร เวลา 20.30 น. ปากมดลูกเปิด 6 เซนติเมตร 21.30 น. ปากมดลูกเปิด 9 เซนติเมตร และเวลา 22.00 น. ปากมดลูกเปิด 10 เซนติเมตร ถุงน้ำคร่ำแตกตามธรรมชาติ น้ำคร่ำสีปกติ ตลอดเวลาสัญญาณชีพมารดาและอัตราการเต้นหัวใจทารกในครรภ์ปกติ เข้าสู่กระบวนการเบ่งคลอดทางช่องคลอด
ต่อมาหลังเบ่งคลอด 30 นาที พบว่า ไม่มีความก้าวหน้าของการคลอด และหัวใจทารกเริ่มเต้นช้าลง สูติแพทย์พิจารณาผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที ระหว่างเตรียมผู้ป่วยไปห้องผ่าตัด ผู้ป่วยเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก กระสับกระส่าย หายใจเหนื่อยแต่รู้สึกตัวดี ยังถามตอบรู้เรื่อง สัญญาณชีพ ระดับความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือดลดลง
สูติแพทย์ประเมินว่าเป็นภาวะฉุกเฉินของมารดาในระยะคลอด พิจารณาให้ออกซิเจนและสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพิ่มเติม โดยมารดาเข้าถึงห้องผ่าตัดภายในเวลา 30 นาที ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานภายใต้การดูแล ของสูติแพทย์ และวิสัญญีแพทย์
จากนั้นระดับความรู้สึกตัวมารดาลดลง ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจทันท์โดยวิสัญญีแพทย์ ให้สารน้ำ จากนั้นระดับออกซิเจนในเลือดและระดับความดันโลหิตกลับมาปกติ เริ่มผ่าตัดคลอด เวลา 23.13 น. ทารกคลอดเวลา 23.16 น. ระหว่างผ่าตัด พบว่า มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง มีการให้ยาและสารน้ำเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพ และยังตรวจพบภาวะมดลูกไม่หดรัดตัว
ในด้านทารกแรกเกิดได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ พบว่า ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ไม่ร้อง ไม่หายใจ กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ตัวคล้ำ ฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ ผลการประเมินคะแนนทารกแรกเกิดได้ศูนย์คะแนน (Apgar Score o-0T-OT) ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด (Neonatal Resuscitation) จนสุดความสามารถอย่างต่อเนื่อง แต่ทารกไม่ตอบสนอง จึงยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ เวลาประมาณ 04.19 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569
ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลลี้ ได้ประสานสูติแพทย์ อายุรแพทย์ ของโรงพยาบาลลำพูน และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เกี่ยวกับการดูแลรักษาและประสานส่งต่อผู้ป่วยระยะวิกฤตทางสูติกรรมระหว่างการดูแลก่อนส่งต่อ มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้รับการฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง แต่ชีพจรและการไหลเวียนเลือดไม่สามารถกลับมาได้ จึงแจ้งญาติผู้ป่วย และ ยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ มารดาเสียชีวิตเวลา 01.31 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569
หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้องได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้ป่วยทันที พร้อมทั้งรายงานต่อหัวหน้าหอผู้ป่วย ผู้บริหารทางการพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามลำดับ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สูติแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาลหัวหน้าเวร และหัวหน้าหอผู้ป่วย ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ทำความเข้าใจ และให้ข้อมูลเหตุการณ์แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน และได้ให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนสถานการณ์ และกระบวนการปฏิบัติงาน ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุ แนวทางการพัฒนาระบบบริการ และการดูแลช่วยเหลือ ทั้งนี้ ทีมแพทย์จากนิติเวชและพยาธิแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในเบื้องต้นให้ความเห็นสาเหตุการตายมารดาว่า เกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic Fluid Embolism)
โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการคลอดโดยธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอดบุตร ภาวะนี้พบได้น้อยมากในอัตราประมาณ 1 ใน 80,000 ของการคลอดบุตรทั้งหมด ภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันได้ล่วงหน้า และมีอัตราเสียชีวิตสูงแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทีมแพทย์และพยาบาลได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพและได้ร่วมกันทบทวนการดูแลรักษาอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลต่อไป ขอแสดงความเสียใจอย่างสูงอีกครั้ง

theAsianparent ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ค่ะ
สารบัญ
- ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด คืออะไร
- ปัจจัยเสี่ยงที่คุณแม่ควรรู้ (แต่ป้องกันล่วงหน้าไม่ได้)
- สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์
- เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คุณหมอมีวิธีรับมืออย่างไร?
ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด คืออะไร
ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic Fluid Embolism – AFE) คือภาวะที่น้ำคร่ำหรือเศษเนื้อเยื่อเล็กๆ ของทารกหลุดเข้าไปในกระแสเลือดของคุณแม่ ซึ่งปกติจะแยกจากกันอย่างชัดเจน เมื่อสิ่งเหล่านี้หลุดเข้าไป ร่างกายของคุณแม่จะ “ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมเหมือนการแพ้อย่างรุนแรง” โดยจะส่งผลกระทบต่อระบบหลักๆ ดังนี้
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ความดันในปอดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและความดันโลหิตต่ำลงกะทันหัน
- ระบบทางเดินหายใจ: เกิดภาวะหายใจล้มเหลว ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
- ระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน: ร่างกายเกิดปฏิกิริยาการอักเสบทั่วตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชักหรือหมดสติ
ปัจจัยเสี่ยงที่คุณแม่ควรรู้ (แต่ป้องกันล่วงหน้าไม่ได้)
ทางการแพทย์พบปัจจัยบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้ไม่สามารถป้องกันล่วงหน้าได้ และไม่ใช่ความผิดของคุณแม่เลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง |
คำแนะนำ / ข้อเท็จจริงที่คุณแม่ควรรู้ |
| อายุและจำนวนครรภ์ | คุณแม่ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป หรือผ่านการคลอดมาแล้ว มากกว่า 5 ครั้ง |
| ภาวะที่เกี่ยวกับรก | เช่น รกเกาะต่ำ รกฝังแน่น หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด |
| กระบวนการคลอด | การผ่าตัดคลอด การใช้เครื่องมือช่วยคลอด หรือการใช้ยาเร่งคลอด* |
| ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ | ครรภ์เป็นพิษ หรือมีการฉีกขาดของมดลูกและปากมดลูก |
*แม้จะมีข้อสงสัยเรื่องยาเร่งคลอด แต่ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยัน ว่าเป็นสาเหตุของภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือดโดยตรง
สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์
ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขณะเจ็บครรภ์คลอดหรือหลังคลอดทันที แต่ที่สำคัญคือ “สามารถเกิดในช่วง 48 ชั่วโมงหลังคลอด หรือในรายที่แท้งบุตรไตรมาสแรกและไตรมาสที่สองได้ด้วย” ทีมแพทย์จะเฝ้าระวังคุณแม่อย่างใกล้ชิดผ่านสัญญาณเหล่านี้:
บทความจากพันธมิตร
- อาการนำ (Warning Signs): คุณแม่อาจรู้สึกหนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย หรือความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
- อาการรุนแรง (Critical Signs): หายใจลำบาก ตัวเขียวคล้ำ (ขาดออกซิเจน) เลือดออกไม่หยุดจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ชัก หรือหมดสติ
สำหรับทารกในครรภ์: หากเกิดขึ้นก่อนคลอด แพทย์จะสังเกตพบการเต้นของหัวใจทารกที่ผิดปกติ ซึ่งทีมสูติแพทย์จะรีบดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คุณหมอมีวิธีรับมืออย่างไร?
หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทีมสูติแพทย์ไทยมีมาตรฐานการดูแลที่เป็นสากล และมีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือด้วยวิธีประคับประคอง ดังนี้
- การจัดการระบบหายใจ: ให้ออกซิเจนอย่างเต็มที่ หรือใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ
- การดูแลระบบไหลเวียนโลหิต: ให้สารน้ำ ยาเพิ่มความดัน และให้เลือดทดแทนในกรณีที่มีการตกเลือด
- การช่วยเหลือทารก: หากทารกยังไม่คลอด แพทย์จะประเมินอย่างดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองชีวิต โดยพิจารณาทำคลอดทันทีหากเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น
ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด แม้ภาวะที่ฉุกเฉินและรุนแรง แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ขอให้คุณแม่เชื่อมั่นในทีมแพทย์ที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลคุณแม่และลูกน้อยให้ปลอดภัยคะ และทีมงาน theAsianparent ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ท้องคลอดลูกน้อยอย่างปลอดภัยทุกคนนะคะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ท้องไม่ลดใกล้คลอด คลอดธรรมชาติได้ไหม หรือต้องผ่าคลอด?
ท้องสองคลอดง่ายกว่าท้องแรกจริงไหม? แม่ๆ แชร์ประสบการณ์จริง
ตกขาว กับ มูกใส ต่างกันยังไง? คนท้องต้องสังเกตให้ดีก่อนถึงวันคลอด
แหล่งอ้างอิง
- ภาวะน้ำคร่ำอุดตันหลอดเลือดที่ปอดขณะคลอด, โรงพยาบาลสมิติเวช
- ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic fluid embolism syndrome), ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- โรงพยาบาลลี้ แจงสาเหตุ สาวเสียชีวิตขณะคลอด พร้อมลูกน้อย เป็นภาวะพบได้น้อยมาก 1 ใน 80,000, ข่าวสด
บทความอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!