ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม
ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง
18 สิงหาคม 2569 - ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายอุเทน อินอ้าย อายุ 53 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อเอาผิดกับป้าดา พร้อมกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112
นายอุเทน กล่าวว่า ได้เข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อเข้ากราบสักการะ พร้อมทั้งเข้าพูดคุยและแจ้งให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสทราบว่าจะมีการดำเนินการเข้าแจ้งความเอาผิดกับบุคคลที่กล่าวอ้างเบื้องบน ตามที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ ขณะทำการปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าอาวาสฯบอกว่า ให้ดำเนินการได้เลย เพราะหลวงพ่อก็ไม่พอใจที่มีคนกล่าวอ้างแบบนี้ ทำให้วันนี้จึงมาทำหน้าที่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 (1) เพราะหลังจากมีคลิปภาพเผยแพร่ในภาพข่าวของสื่อมวลชนแล้วมีบางภาพบางมุม และคำพูดที่ไม่เหมาะสม
"ในคลิปปรากฎคำพูดว่า ท่านบุกรุกอยู่ ให้ออก ถ้าไม่ย้ายออก หลังจาก 15 วัน เราจะมาปิดถาวร เราจะมาเคลียร์วัด เรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่เบื้องบนฎีกาของในหลวงลงมาแล้วครับ”
นายอุเทน กล่าวต่อว่า การแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจวันนี้เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ เอาผิดกับชายที่กล่าวอ้างเบื้องบน รวมทั้งป้าดาและกลุ่มคนที่ร่วมกันก่อเหตุปิดประตูทางเข้าออกวัดในวันดังกล่าว ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ
"ในฐานะประชาชนคนขอนแก่น ประชาชนคนไทย ที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการปกป้อง สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เมื่อมีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตนเองในฐานะประชาชนชาวขอนแก่นรู้สึกไม่สบายใจ อยากถามไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นว่าท่านมีฎีกาจริงหรือไม่ และฎีกาที่แอบอ้างในหลวงนั้นเป็นอย่างไร หากมีฎีกาจริงก็ขอให้นำออกมาเปิดเผย แต่หากไม่มีก็จำเป็นที่จะต้องแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112"
นายอุเทน กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลนั้น บางส่วนก็ถือว่าวัดเป็นผู้เสียหาย เพราะมีบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในวัด บางคนอยู่นอกวัด ในส่วนของพระกฤษฏีกานั้น ไม่สามารถส่งตรงไปยังผู้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะถ้าจะร้องเรียนในการเขียนฏีกานั้น ต้องเขียนด้วยคำราชาศัพท์ เพื่อถวายพระเกียรติ และเนื้อหาต่างๆนั้น ต้องชอบด้วยกฏหมาย ไม่ใช่ว่ายังอยู่ในคดีความ แล้วตัวเองมิใช่ผู้ถูกกระทำหรือเป็นผู้เดือดร้อนโดยตรง แม้แต่จะเป็นผู้รับมอบอำนาจมาก็ไม่ได้ เพราะจะต้องเป็นผู้ที่เดือดร้อนโดยตรง
การยื่นก็ต้องไปยื่นที่ทำเนียบองคมนตรี เพื่อนำเลขลงรับ เพื่อทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเพื่อเป็นขั้นตอนต่อไป แล้วจากนั้นในการวินิจฉัยในเรื่องของคำร้อง ก็จะถูกส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ จังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นการที่มีคนและกลุ่มคนมากล่าวอ้างแบบนี้ ถือว่าผิดแปลก จึงอยากให้กลุ่มคนนำหนังสือฉบับนั้นมาแสดง เพื่อจะได้คลี่คลายข้อสงสัย แต่ถ้าเป็นเพียงการแอบอ้าง ตนในฐานะประชาชนก็ขอแจ้งความเอาผิดใน ม.112