ปฏิรูปการเมือง ความฝันอันแสนสั้นของมาเลเซีย

ด้วยเหตุผลอันใดไม่ทราบได้ ชาวมาเลเซียมีทักษะพิเศษในการเล่นคำและการใช้อักษรย่อกับทุกสรรพสิ่ง เมื่อโลกโซเชียลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน อักรษรย่อและสำบัดสำนวนต่อเติมก็ยิ่งมากขึ้น ที่นั่นถ้าเพื่อนชาวมาเลเซียส่งข้อความถึงท่านว่า “xpe” โปรดรู้เถิดว่ามันมาจากคำมลายูว่า “Tak apa” (ไม่เป็นไร) คำว่า “Makan” ที่แปลว่า “กิน” นั้นคงยาวเกินไป มันจึงกลายเป็น “mkn” และถ้าอยากกิน Char Kway Teow หรือก๋วยเตี๋ยวผัดในภาษากวางตุ้ง ก็ไม่ต้องเขียนให้ยืดยาว แค่ย่อว่า “CKT” ก็พอแล้ว

ชื่อนักการเมืองดังๆ ของประเทศไม่เคยรอดจากตัวย่อในรายงานของสื่อ โซเชียลมีเดีย และในวงสนทนา ไครี จามารุดดีน (Khairy Jamaluddin) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีตัวย่อคือ “KJ” ฮิชามูดดีน ตุน ฮูเซน (Hishammuddin Tun Hussein) อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงถูกเรียกว่า “H2O” และแน่นอนที่สุดชื่อนักการเมืองดาวเด่นสองรายของประเทศย่อมได้รับอักษรย่อที่สมศักดิ์ศรี ตุน ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด (Tun Dr. Mahathir Mohamad) นั้นคือ “TDM”  ส่วน ดาโต๊ะ ศรี อันวาร์ อิบราฮิม (Datuk Seri Anwar Ibrahim) คือ “DSAI” และเมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชื่อย่อใหม่ของอันวาร์ก็คือ ”PMX” (prime minister number 10 – นายกฯ คนที่สิบ)

บ่อยครั้งเมื่อชาวบ้านไม่สบอารมณ์นักการเมือง อารมณ์ขันและทักษะการพลิกแพลงคำขั้นสุดคือทางออก ตัวย่อ TDM ของมหาเธร์ได้รับความหมายใหม่คือ “Tak Dan Mati” (ยังไม่ตาย หรือไม่ยอมตาย) จากอายุที่ยืนยาวถึง 100 ปีและการไม่ยอมวางมือจากการเมืองของเขา อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก (Najib Razak) ผู้ต้องโทษในคดีทุจริตมหึมา 1MDB ถูกเรียกอย่างจิกกัดในโลกออนไลน์ว่า “Jibby” และล่าสุดชื่อย่อ PMX ที่ครั้งหนึ่งผู้สนับสนุนเคยเรียกอันวาร์อย่างรักใคร่ศรัทธา เวลานี้ให้คนกลุ่มเดิมบางรายเริ่มกระแนะกระแหนว่าตัวย่อนี้อาจเปลี่ยนเป็น “XPM” (ex-prime minister – อดีตนายกฯ) ในอีกไม่นาน

อันวาร์จะเปลี่ยนฐานะเป็น XPM เร็วๆ นี้จริงหรือ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ ที่หลายคนไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน แต่ไม่ว่าจะยุบสภาฯ เมื่อไหร่ หลายฝ่ายดูเหมือนจะเห็นตรงกันว่าโอกาสที่อันวาร์ไม่ได้หวนกลับมาเป็นนายกฯ รอบสองนั้นสูงมาก เพราะแนวร่วมพรรคการเมืองปากาตัน ฮาราปัน (Pakatan Harapan: PH) และพรรค Parti Keadilan Rakyat (PKR) ภายใต้การนำของเขากำลังสั่นคลอนอย่างหนักทั้งจากความแตกแยกภายในและความเสื่อมศรัทธาของประชาชน

คะแนนนิยมของอันวาร์ตกต่ำลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ผลสำรวจคะแนนนิยมระดับชาติของอันวาร์ในเดือนธันวาคม 2565 สูงถึง 68 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปีแรก ในเดือนพฤษภาคม 2568 ผลการสำรวจของ Merdeka Center ระบุว่านายกรัฐมนตรีมีคะแนนนิยมอยู่ที่ 55 เปอร์เซ็นต์ และล่าสุดผลการสำรวจระดับชาติเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่สามของวาระห้าปี โดยสถาบัน Institut Masa Depan Malaysia (Masa) เผยให้เห็นว่า คะแนนนิยมของอันวาร์ อิบราฮิม ในไตรมาสที่สี่ของปี 2025 ยอดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

บทความ ‘Malaysia’s broken opposition, Anwar’s coalition held together with string’ โดย Dr. Azmil Tayeb ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ท้องถิ่น Aliran เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ชี้ถึงความผิดพลาด จุดอ่อน และความล้มเหลวของอันวาร์ อิบราฮิม และรัฐบาลว่า นอกจากจะบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดและทำได้ไม่ดีพอในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาเงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าจ้างที่โตช้า และโอกาสการจ้างงานที่จำกัดแล้ว นายกฯ อันวาร์ยังล้มเหลวในการบริหารพรรคร่วมรัฐบาล และไม่สามารถคุมเสียงข้างมากในสภาฯ ได้ ส่งผลให้การพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ไม่เกิน 10 ปี ที่ตกไปเนื่องจากรวบรวมเสียงไม่ถึง 2 ใน 3 ของสภาฯ จากสาเหตุอันไม่ควรจะเกิด นั่นคือ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลขาดการประชุม

ร่างกฎหมายนี้เป็นหนึ่งในคำสัญญาเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อปฏิรูปการเมืองที่แนวร่วม PH ให้คำสัญญาไว้ สะท้อนความล้มเหลวสำคัญเรื่องสุดท้ายคือการสูญเสียแรงขับเคลื่อนในการปฏิรูปประชาธิปไตย (Reformasi) ซึ่งผู้เขียนชี้ว่ามีเพียงคำมั่นสัญญาในการปฏิรูปในตอนหาเสียงที่ทำไม่ได้จริง สร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนที่ต้องการเห็นความก้าวหน้าทางการเมืองของประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนไม่ได้ชี้ถึงคือเรื่องปมทุจริตที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดอันวาร์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบบางกรณีที่ขัดแย้งกับภาพพจน์ต่อต้านทุจริตในอดีต ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของเขาลงอย่างรวดเร็ว ข่าวเหล่านี้ถูกติดตามโดยสื่อมาเลเซียและสื่อต่างประเทศ และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย ในขณะที่นายกฯ อันวาร์ไม่สามารถสร้างความกระจ่างต่อสาธารณะได้

ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2565 การเมืองมาเลเซียอยู่ในสภาพสุญญากาศถึงหนึ่งสัปดาห์เมื่อไม่มีพรรคการเมืองหรือแนวร่วมการเมืองใดได้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของที่นั่งในรัฐสภาฯ หรือ 112 จาก 222 เสียง หลังจากการพยายามอย่างยิ่งยวด อันวาร์สามารถเจรจาให้แนวร่วมบาริซาน เนชันแนล (BN) ที่นำโดยนาย ซาฮีด ฮามีดี (Zahid Hamidi) ประธานพรรค United Malays National Organisation (UMNO) ซึ่งเป็นพรรคโกงกินในสายตาของแนวร่วมปฏิรูปการเมืองฐานเสียงของตนจากกรณีทุจริต 1MDB ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้ประชาชนจำนวนมาก แนวร่วมทั้งสองร่วมกับพรรคการเมืองจากซาบาห์และซาราวักสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่เป็นรัฐบาลที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

นอกจากข้อกล่าวหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับคนของตนแล้ว การเข้าร่วมรัฐบาลทำให้อันวาร์ถูกมองว่ายอมประนีประนอมหลักการเพื่อความอยู่รอดทางการเมือง และรู้เห็นเรื่องการผ่อนผันโทษทุจริตให้นักการเมือง UMNO ที่กระทำผิด คืออดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก ที่ได้รับพระราชทนลดโทษลงเหลือกึ่งหนึ่ง และการที่ศาลยกฟ้องและ “จำหน่ายคดีโดยไม่เป็นการยกฟ้อง” (Discharge Not Amounting to an Acquittal – DNAA) ในคดีทุจริตใหญ่สองคดีของ ซาอีด ฮามีดี (Zahid Hamidi) ประธานพรรค UMNO ผู้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ โดยอันวาร์กล่าวว่าตนไม่อาจก้าวล่วงพระราชอำนาจและอำนาจศาลได้

ทั้งหมดนี้สร้างความเบื่อหน่ายการเมืองในหมู่ผู้สนับสนุนปากาตันฯ จนเสียงเปรยผ่านสื่อโซเชียลหนาหูขึ้นว่าตนอาจไม่ไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งทั่วไป การไม่ลงคะแนนหรือเปลี่ยนตัวเลือกเปรียบเสมือนการประท้วงเงียบของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในมาเลเซียที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต

ไม่ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สัญญาณขาลงของรัฐบาลอันวาร์ปรากฏชัดเจนแล้วเมื่อ PH พ่ายแพ้การเลือกตั้งระดับรัฐติดต่อกันสามรัฐรวด เริ่มจากรัฐซาบาห์ (Sabah) เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ PH เสียที่นั่งเดิมจำนวนมาก และพรรค Democratic Action Party (DAP) หนึ่งในพรรคหลักของแนวร่วม PH ถูกกวาดจนเหลือศูนย์ ในการเลือกตั้งที่รัฐยะโฮร์ (Johor) ในวันที่ 11 กรกฎาคม แนวร่วม PH ถูกลดเก้าอี้จาก 12 ที่นั่งเหลือ 8 ที่นั่ง ในขณะที่แนวร่วม BN ได้ที่นั่งเพิ่มจาก 40 เป็น 48 ที่นั่ง ยึดเก้าอี้ในสภารัฐยะโฮร์ถึง 85.7 เปอร์เซ็นต์

การเลือกตั้งในสองรัฐที่ว่าตกเป็นข่าวการเมืองใหญ่ในมาเลเซีย แต่ยังเล็กกว่าเลือกตั้งที่รัฐเนเกอรี ซัมบิลัน (Negeri Sembilan) รัฐเล็กๆ ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมมลายูที่มีประชากรราว 1.2 ล้านคน สาเหตุจากทั้งซาบาห์และยะโฮร์ไม่ได้เป็นรัฐฐานเสียงของปากาตัน แต่เนเกอรี ซัมบิลัน นั้นใช่ ดังนั้นผลการเลือกตั้งเนเกอรี ซัมบิลัน ในวันที่ 1 สิงหาคม จึงถูกมองว่าเป็นตัวชี้แนวโน้มสำคัญของการเลือกตั้งทั่วไปที่จะต้องจัดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 และถือเป็นตัวตัดสินชะตาของอันวาร์และแนวร่วม PH ว่าจะอยู่หรือจะไป

ฝันร้ายกลายเป็นจริง เมื่อแนวร่วม PH เสียที่นั่งเดิมถึง 7 ที่นั่ง มิหนำซ้ำนักการเมืองระดับนำเช่น แอนโธนี โล้ก (Anthony Loke) เลขาธิการพรรค DAP ผู้เป็นทั้ง ส.ส. ระดับชาติและระดับรัฐของเนเกอรี ซัมบิลัน และไม่เคยแพ้เลือกตั้งมาตลอด 22 ปี ต้องเสียเก้าอี้ให้คู่แข่งโนเนมจากพรรค Malaysian Chinese Association (MCA) ในสังกัดแนวร่วม BN ไป พรรค PKR ของอันวาร์เองก็ขายหน้าไม่แพ้กัน เมื่อ อามีนูดดีน ฮารุน (Aminuddin Harun) สมาชิกพรรคที่ครองตำแหน่งรักษาการมุขมนตรีอยู่แท้ๆ ต้องเสียเก้าอี้ให้แก่คู่แข่งจากพรรค UMNO

คะแนนเลือกตั้งของทั้งสามรัฐสะท้อนปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นคะแนนนิยมที่ลดลงของ PH อย่างชัดเจน ที่มากไปกว่านั้น  พฤติกรรมลงสมัครเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ และเนเกอรี ซัมบิลัน ของแนวร่วม BN และพรรค UMNO ได้เผยความแตกแยกของแนวร่วมรัฐบาลให้เห็น BN ที่แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ประกาศชัดว่าจะขอแยกตัวส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ขอร่วมระบบจัดสรรพื้นที่ลงเลือกตั้งระหว่างผู้สมัครพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อป้องกันการส่งผู้สมัครซ้ำซ้อนซึ่งเป็นแนวทางปกติของแนวร่วมพรรคการเมืองต่างๆ โดยในรัฐยะโฮร์ UMNO กวาดที่นั่งอย่างท่วมท้น แซงหน้าทั้ง PH และแนวร่วมพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรค Parti Islam SeMalaysia (PAS) ส่อสัญญานว่าฐานเสียงชาวมลายูของรัฐเริ่มหันกลับเข้าหา UMNO

ที่เนเกอรี ซัมบิลัน UMNO ตกลงเปิดทางให้ PAS และ BN เป็นพันธมิตรอย่างหลวมๆ มีการแบ่งเขตส่งตัวแทนลงสมัครอย่างชัดเจน หรืออีกนัยหนึ่งคือการจับมือโค่นรัฐบาลของรัฐที่นำโดย PH ทำให้เนเกอรี ซัมบิลัน หลุดมือ PH ไปอีกหนึ่งรัฐ ในขณะที่ BN และ PN ส่งสัญญาณว่าอาจใช้รูปแบบความร่วมมือแบบเดิมในการเลือกตั้งรัฐมะละกา (Malacca) ที่ต้องจัดไม่เกินวันที่ 25 กุมภาพันธ์ปีหน้า

ความร่วมมือระหว่าง UMNO และ PAS อาจไม่ได้จำกัดเพียงในระดับรัฐ แต่อาจขยายขอบเขตไปถึงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า เวลานี้แม้จะยังไม่มีความแน่นอน แต่ BN เริ่มส่งสัญญาณตีตัวออกห่างจาก PH อย่างเห็นได้ชัด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ สำนักข่าว Channel News Asia รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ ซาฮีด ฮามีดี (Zahid Hamidi) ประธานพรรคอัมโนและผู้นำแนวร่วม BN ที่กล่าวว่า เกือบแน่นอนแล้วว่า ในการเลือกตั้งระดับชาติครั้งต่อไป BN จะ “go solo” หรือส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ร่วมกับฝ่ายใด แต่ซาฮีดยังไม่วายแง้มประตูไว้หน่อยๆ ด้วยคำพูดว่า “แต่ไม่ควรมองข้ามความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจร่วมกับกลุ่มพันธมิตรพรรคการเมืองอื่นๆ”

ความสัมพันธ์แบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของแนวร่วม PH และ BN ชัดเจนขึ้นทุกที ผู้นำพรรค PAS เริ่มส่งสัญญาณเชื้อเชิญ UMNO ให้กลับมาสมานฉันท์กันเช่นในอดีตเพื่อ “ความเป็นหนึ่งเดียวของชาวมลายู” เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ ฮาดี อาหวัง (Hadi Awang) ประธานพรรค PAS ออกแถลงการณ์ระบุว่า PAS ไม่มีทางเลือกนอกจากจะฟื้นฟูความร่วมมือกับพรรค UMNO เพื่อรวมชุมชนมลายูมุสลิมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในขณะนี้เป็นชุมชนที่ถูกแบ่งแยกและเสี่ยงที่จะสูญเสียอำนาจทางการเมือง เขาอ้างว่าแนวคิดไม่ฝักใฝ่ศาสนา (secularism) อย่างสุดขั้วของพรรค DAP ร่วมกับอุดมการณ์อิสลามสายเสรีนิยม (liberal Islamic ideology) ของพรรค PKR (นำโดยอันวาร์) และพรรคร่วมรัฐบาลอามะนะห์ (Amanah) “ได้ทำให้กลุ่มนอกมุสลิมบางกลุ่มอาจเอื้อมมาท้าทายสถานะพิเศษของศาสนาอิสลามและกษัตริย์มลายู”

อันที่จริงพฤติกรรมของ UMNO และแนวทางของ PAS ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งสองพรรคโหมกระหน่ำแนวคิดมลายูนิยมโจมตีอันวาร์และแนวร่วม PH อย่างหนักหน่วงในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมทางการเมืองของขบวนการ Reformasi แข็งแกร่งเหนือวาทกรรมมลายูนิยม ส่งให้อันวาร์นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ ความอ่อนแอของรัฐบาลสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ทุกขั้วทุกพรรคกำลังถือไพ่ในมือ รอเวลาต่อรองหลังการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ตามเงื่อนไขที่ประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งปูทางให้

ฝันสลายต่อฮีโร่ประชาธิปไตยในของมาเลเซียละม้ายคล้ายคลึงกับความรู้สึกปัจจุบันในอินโดนีเซีย ที่เริ่มในยุคประธานาธิบดี โจโก วิโดโด (Joko Widodo) หรือ โจโกวี (Jokowi) ผู้ซึ่งนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสองสมัยเป็นเวลา 10 ปี (2557-2567) มีความละม้ายคล้ายคลึงกับอันวาร์ในฐานะผู้นำที่ขึ้นสู่อำนาจในฐานะสัญลักษณ์ของการปฏิรูปประชาธิปไตย อันเป็นผลพวงของขบวนการปฏิรูปการเมืองที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปลายทศวรรษ 1990 และลงเอยด้วยการถูกวิพากษ์วิจารณ์ทำนองเดียวกันว่าเป็นผู้ “ทรยศหลักการ” เช่นเดียวกัน

เปรียบเทียบกับอันวาร์ โจโกวีสามารถกุมเสียงในรัฐสภาฯ ได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และจำกัดอย่างเบ็ดเสร็จ วางคนของตนเององค์กรทางการเมืองหลักๆ ได้หลายแห่ง แม้แต่เมื่อพ้นวาระไปแล้วยังสามารถการใช้อิทธิพลต่อน้องเขยผู้เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญตัดสินปลดล็อกให้บุตรชายวัย 35 ปีได้รับตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาลต่อมา ในขณะเดียวกันอันวาร์ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าพยายามสร้างทายาททางการเมืองโดยแต่งตั้ง นูรุล อิซาห์ อันวาร์ (Nurul Izzah Anwar) บุตรสาวขึ้นเป็นที่ปรึกษาและรองประธานพรรค PKR ซึ่งมีเขาเป็นประธานฯ จนสร้างความแตกแยกในพรรคอย่างหนัก แต่ในขณะที่โจโกวีประสบความสำเร็จในการรวบอำนาจทางการเมือง อำนาจของอันวาร์กลับสั่นคลอนขึ้นทุกขณะ

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความฝันของประชาธิปไตยในสองประเทศเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน และอาจจบลงในเวลาใกล้เคียงกัน และรอเวลากลับมาอีกครั้ง


เอกสารประกอบ

Tayeb, A. (2026, April 15). Malaysia’s broken opposition and a coalition held together with string. Aliran. https://m.aliran.com/newsletters/malaysias-broken-opposition-and-a-coalition-held-together-with-string

Hutchinson, F. E. (2026, May 25). Barisan Nasional and Pakatan Harapan: Best frenemies forever. Fulcrum. https://fulcrum.sg/barisan-nasional-and-pakatan-harapan-best-frenemies-forever/

The Star. (2026, May 3). BN set to go solo in GE16, but may pursue other cooperation after polls, says Zahid. The Star. https://www.thestar.com.my/news/nation/2026/05/03/bn-set-to-go-solo-in-ge16-but-may-pursue-other-cooperation-after-polls-says-zahid

Free Malaysia Today. (2026, July 21). PAS forced to work with Umno to unite the Malays, says Hadi. Free Malaysia Today. https://www.freemalaysiatoday.com/category/nation/2026/07/21/pas-forced-to-work-with-umno-to-unite-the-malays-says-hadi

The Sun Malaysia. (2026, July 31). PAS Negeri Sembilan, PN, BN unity. The Sun Malaysia. https://thesun.my/news/malaysia-news/politics/pas-negeri-sembilan-pn-bn-unity/

Center for Strategic and International Studies. (2024, November 1). The death of Reformasi: Anwar Ibrahim, UMNO, and the betrayal of a movement. CSIS. https://www.csis.org/analysis/death-reformasi-anwar-ibrahim-umno-and-betrayal-movement

Bayuni, E. (2024, October 15). Jokowi’s 10-year presidency: A tragedy for Indonesia’s democracy? Indonesia at Melbourne. https://indonesiaatmelbourne.unimelb.edu.au/jokowis-10-year-presidency-a-tragedy-for-indonesias-democracy/

Baker, J. (2023, December 13). Reversing reformasi. New Mandala. https://www.newmandala.org/reversing-reformasi/

Reformasi การเมืองมาเลเซีย การเลือกตั้งมาเลเซีย ปฏิรูปการเมือง ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม