ก.อุตฯ ยกเครื่องกลไกกำกับโรงงานตั้งแต่ “อนุญาต-กำกับรง.-บังคับใช้กฎหมาย”

  1. หน้าหลัก 
  2. เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  3. การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม 
  4. อุตสาหกรรม-พลังงาน 

ก.อุตฯ ยกเครื่องกลไกกำกับโรงงานตั้งแต่ “อนุญาต-กำกับรง.-บังคับใช้กฎหมาย”

เผยแพร่: 16 ส.ค. 2569 11:06   ปรับปรุง: 16 ส.ค. 2569 11:06   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงอุตสาหกรรมยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การกำกับโรงงาน และการบังคับใช้กฎหมาย ที่นำเอาระบบ e-license ระบบ iSingleForm และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกัน เพื่อปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบทำผิดกฎหมาย

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมที่ลักลอบทำผิดกฎหมายตั้งแต่การลักลอบปล่อยน้ำเสีย ระบายอากาศเกินค่ามาตรฐาน และการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน และระบบนิเวศ ดังนั้นกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การกำกับโรงงาน และการบังคับใช้กฎหมาย ที่นำเอาระบบ e-license ระบบ iSingleForm และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก

ซึ่งระบบต่าง ๆ จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบครบวงจร ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย มีการปรับแนวทางการกำกับและการลงโทษโรงงานโดยคำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น ควบคู่กับการแก้กฎหมายโรงงานและกฎหมายกากอุตสาหกรรม ดังนี้

1. การอนุญาตโรงงาน (รง.4) – "นำระบบ e-license มาใช้แบบเต็มรูปแบบ”
ลดการใช้ดุลยพินิจ ช่วยให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาในการพิจารณาลงได้กว่า 28 วัน

2. การกำกับโรงงาน - “ปรับแผนตรวจ ใช้ข้อมูลและเครื่องมือใหม่” จากเดิมที่เจ้าหน้าที่จัดทำแผนตรวจตามลำดับโรงงานกลุ่มเสี่ยง ยกระดับสู่การใช้ข้อมูลชี้เป้าการตรวจสอบโรงงานอย่างตรงจุด โดยการพัฒนาระบบรายงานข้อมูล หรือ iSingleForm นอกจากจะนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ดัชนีอุตสาหกรรมประกอบการจัดทำนโยบายขับเคลื่อนภาคการผลิตแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นระบบช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินตนเอง (Self-Declaration) ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ iSingleForm จะถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์และชี้เป้าการทำแผนตรวจสอบโรงงาน เช่น โรงงานมีข้อมูลการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ผิดปกติ มีการใช้น้ำ ไฟฟ้าและวัตถุดิบที่ไม่สมดุลกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์หรือไม่ หรือเข้าข่ายสวมสิทธิทางการค้า เป็นต้น ซึ่งข้อมูลผิดปกติเหล่านี้ จะถูกแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่หน้างาน เช่นเดียวกับระบบรับเรื่องเรียน “แจ้งอุต” ที่เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง

3. การบังคับใช้กฎหมาย - “ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐาน จัดการกากฯ ไม่ถูกต้อง สั่งหยุดโรงงานทันที” กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ปรับรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เปลี่ยนจากการกำกับ มายึดหลัก "ส่งเสริมผู้ประกอบการดี ควบคู่ความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ” ยกระดับการสั่งการ กรณีโรงงานปล่อยมลพิษเกณฑ์มาตรฐานและจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง ให้สั่งหยุดโรงงาน (มาตรา 39 วรรคหนึ่ง พรบ.โรงงานฯ) เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเร่งแก้ไข พรบ.โรงงาน และจัดทำ พรบ.จัดการกากอุตสาหกรรม เพื่ออัพเดทกฎหมายให้สอดรับบริบทการประกอบธุรกิจในปัจจุบันและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต