อนุทิน เตือนอย่าโลภ อีซีมันนี่ไม่มีจริง ระวังเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ ย้ำไม่ต้องทำตาม

อนุทิน เตือนอย่าโลภ อีซีมันนี่ไม่มีจริง ระวังเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ ย้ำไม่ต้องทำตาม แม้จะขู่สารพัดหรืออ้างเป็นญาติ เจอแจ้งจนท.ทันที

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 2569 ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลําโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน DIGITAL SHIELD

โดยระบุว่า งานนี้เป็นงานรณรงค์เราต้องกระจายข่าวสารในงานนี้ ไปให้ทั่วทุกรูปแบบ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้ว่า การหลอกลวงทางเทคโนโลยีและการสื่อสารเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ในเรื่องพื้นฐาน เช่น หากใครโทรมาขอให้โอนเงิน หรือใครโทรมาแจ้งว่าเราเป็นหนี้ แม้แต่บอกว่าญาติของเราเป็นหนี้และว่าเราไปทำผิดตรงนี้มาตรงนั้นมา ต้องจ่ายค่าปรับ

“ขอให้พึงบอกกับตนเองก่อนว่า ไม่ต้องทำตามนั้น แม้ว่าเขาจะขู่อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดสามารถไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และตำรวจกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะประสานงานกันเร่งจับตัวมิจฉาชีพเหล่านั้นมาดำเนินคดี”

นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือการให้ข้อมูลที่ให้ได้มากที่สุด ให้พี่น้องประชาชนเชื่อว่าการที่ร่ำรวยข้ามคืนได้ผลตอบแทนเยอะๆ จากการโทรศัพท์ 1-2 สาย นั้นไม่มีจริงหรอก มีแต่เรื่องของการหลอกลวง ที่ทำให้เราเดือดร้อน

เมื่อถามว่า จากสถิติตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลชุดที่แล้วจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ แก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ลดลงไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ นายอนุทิน กล่าวว่า ฝากดูจากสถิติที่ทำมาร่วมกับหลายภาคส่วนเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ก็เข้ามาร่วมด้วยนั้น เรื่องของอาชญากรรมเหล่านี้และเกี่ยวโยงกับพวกสแกมเมอร์ด้วย ในช่วง 6-7 เดือนนั้นลดลงมาเกิน 50%

จากนั้น นายอนุทิน ชี้ไปยัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. แล้วบอกว่า วันนั้นผู้ช่วย ผบ.ตร. และทาง ปปง. รายงานมาว่าตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. ไปจนถึงเดือน ก.ค. ลดลงถึง 50% และสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และไล่ตามยึดทรัพย์ที่เป็นเงินสด

“บางทีกว่าจะไล่ตามก็อาจจะหายไปแล้ว หรือว่ากว่าจะเอามาคืนได้ เขาก็เอาทรัพย์สินตรงนี้ไปฟอกหรือเอาที่เรายึดมาได้ไปขายทอดตลาดเสียก่อน มันก็เสียเวลา” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณคดีการหลอกลวงไว้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งไว้สูงสุด ต้องมีการรณรงค์อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อที่น่าตกใจคือหลายคน ที่เป็นเหยื่อบางคนเป็นข้าราชการ มีเงินบำเหน็จบำนาญเก็บเอาไว้ พอคอลเซ็นเตอร์โทรมาครั้งเดียวมาหลอกให้ลงทุนแล้วบอกว่ามีผลตอบแทนสูง ก็โอนเงินไปหมดเลยเท่าที่มีอยู่ 4 ล้าน 5 ล้านบาท ที่เก็บมาทั้งชีวิต

“ถ้าไม่ตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้ ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่เป็นหนี้เป็นสิน และเกษียณได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นเราก็อย่าโลภด้วย”

“ในโลกนี้อีซี่มันนี่ไม่มีหรอกครับ ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ไปเชื่อ เรายังหาเองยังหาไม่ได้ ไปเชื่อให้คนอื่นมาหาให้ ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มี” นายอนุทินกล่าว