งานศิลป์ “พระพุทธรูปบามิยัน” แห่งอัฟกานิสถาน ตระหง่านบนสวนสาธารณะลอยฟ้านครนิวยอร์ก

  1. หน้าหลัก 
  2. ท่องเที่ยว 
  3. วาไรตี้ท่องเที่ยว 

งานศิลป์ “พระพุทธรูปบามิยัน” แห่งอัฟกานิสถาน ตระหง่านบนสวนสาธารณะลอยฟ้านครนิวยอร์ก

เผยแพร่: 14 ส.ค. 2569 12:02   ปรับปรุง: 14 ส.ค. 2569 12:02   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
เหนือย่านแมนฮัตตัน พระพุทธรูปหินทรายสูง 27 ฟุต ตระหง่านงามอยู่บน “High Line” สวนสาธารณะลอยฟ้า ใจกลางมหานครนิวยอร์ก นั่นคือผลงานศิลปะชื่อ “The Light That Shines Through the Universe” สร้างสรรค์โดย “ตวน แอนดรูว์ เหงียน” (Tuan Andrew Nguyen) ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ในประเทศอัฟกานิสถาน พระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ซึ่งถูกกลุ่มตอลิบานทำลายไปแล้วตั้งแต่ปี 2544

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
ผลงาน “พระพุทธรูปบามิยัน” ของศิลปินรายนี้ ไม่ใช่วัตถุโบราณที่ถูกนำกลับมาจากอัฟกานิสถาน และไม่ใช่การบูรณะ หรือจำลองพระพุทธรูปองค์เดิมแบบ 100% หากแต่เป็นผลงานประติมากรรมชิ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งศิลปินเชื้อสายเวียดนามอธิบายว่าเป็น “เสียงสะท้อนของพระพุทธรูปแห่งบามิยัน”

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะแทนที่จะพยายามสร้างสิ่งที่ถูกทำลายขึ้นมาใหม่ แอนดรูว์ เหงียน สนใจว่าความทรงจำสามารถดำรงอยู่ผ่านการทำลายล้าง และแปรเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบอื่นได้อย่างไร

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
พระพุทธรูปดั้งเดิมตั้งอยู่ในหุบเขาบามิยันของอัฟกานิสถานมานานราว 1,500 ปี บามิยันเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม ซึ่งผู้คน ศาสนา ภาษา และศิลปะจากหลากหลายพื้นที่เดินทางแลกเปลี่ยนกันทั่วภูมิภาคเอเชีย

แต่ในเดือนมีนาคม 2544 กลุ่มตอลิบานจงใจทำลายพระพุทธรูปขนาดมหึมาทั้งสององค์ แม้ว่าพระพุทธรูปเหล่านั้นจะผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนามานานหลายศตวรรษก็ตาม

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
ในปี ค.ศ.2026 หรือ พ.ศ. 2569 แอนดรูว์ เหงียน ได้มอบชีวิตอีกครั้งให้แก่ภาพแทนของพระพุทธเจ้า ในชื่อผลงาน The Light That Shines Through the Universe ซึ่งหมายถึง “ซัลซัล” (Salsal) ชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกพระพุทธรูปบามิยันองค์ที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยเขากล่าวถึงการพิจารณาแนวคิดเรื่องการเกิดใหม่ในความสัมพันธ์กับวัตถุ โดยไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับคืนมาอย่างตรงตัว แต่เป็นการเปิดทางให้บางสิ่งจากสิ่งเดิมยังคงดำรงอยู่ต่อไปในรูปแบบใหม่

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
แนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดออกมาอย่างทรงพลังที่สุดผ่านพระหัตถ์ของประติมากรรม แอนดรูว์ เหงียน ได้รับปลอกกระสุนทองเหลืองจากอัฟกานิสถานผ่านความร่วมมือกับ คาดิม อาลี (Khadim Ali) ศิลปินชาวอัฟกานิสถาน และเครือข่ายครอบครัวของเขาในอัฟกานิสถาน จากนั้นทองเหลืองถูกหลอมและหล่อเป็นชามเพื่อให้สามารถขนส่งข้ามไปยังปากีสถาน ก่อนจะถูกแปรสภาพอีกครั้งและส่งต่อไปยังเวียดนาม ในที่สุดโลหะดังกล่าวถูกหลอมและหล่อขึ้นใหม่เป็นพระหัตถ์ของพระพุทธรูป

ตามข้อมูลของ สวนสาธารณะ High Line พระหัตถ์ทั้งสองสื่อถึงท่าทางแห่งความไม่หวาดกลัว และความเมตตา วัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกผลิตขึ้นเพื่อความรุนแรง จึงกลายมาเป็นพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)
สำหรับ แอนดรูว์ เหงียน เขาเกิดที่ไซ่ง่อนในปี ค.ศ.1976 และเดินทางออกจากเวียดนามพร้อมครอบครัวในฐานะผู้ลี้ภัยในปี ค.ศ. 1979 มาเติบโตในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับไปเวียดนามและใช้ชีวิต ทำงานอยู่ที่นครโฮจิมินห์ ในปัจจุบัน โดยผลงานชิ้นนี้ได้รับทุน MacArthur Fellowship อันเป็นที่มาของพระพุทธรูปที่เคยตั้งอยู่ในบามิยันซึ่งสูญหายไปแล้ว กลับมายืนตระหง่านอยู่ในใจกลางมหานครนิวยอร์ก

ผลงานพระพุทธรูปบามิยัน "The Light That Shines Through the Universe” ของ แอนดรูว์ เหงียน จัดแสดงบนสวนสาธารณะลอยฟ้า High Line (ตั้งอยู่บริเวณ 30th Street และ 10th Avenue) ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2570

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)

Photo: Friends of the High Line (Timothy Schenck)