งานศิลป์ “พระพุทธรูปบามิยัน” แห่งอัฟกานิสถาน ตระหง่านบนสวนสาธารณะลอยฟ้านครนิวยอร์ก
- หน้าหลัก
- ท่องเที่ยว
- วาไรตี้ท่องเที่ยว
งานศิลป์ “พระพุทธรูปบามิยัน” แห่งอัฟกานิสถาน ตระหง่านบนสวนสาธารณะลอยฟ้านครนิวยอร์ก
เผยแพร่: 14 ส.ค. 2569 12:02 ปรับปรุง: 14 ส.ค. 2569 12:02 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เหนือย่านแมนฮัตตัน พระพุทธรูปหินทรายสูง 27 ฟุต ตระหง่านงามอยู่บน “High Line” สวนสาธารณะลอยฟ้า ใจกลางมหานครนิวยอร์ก นั่นคือผลงานศิลปะชื่อ “The Light That Shines Through the Universe” สร้างสรรค์โดย “ตวน แอนดรูว์ เหงียน” (Tuan Andrew Nguyen) ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ในประเทศอัฟกานิสถาน พระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ซึ่งถูกกลุ่มตอลิบานทำลายไปแล้วตั้งแต่ปี 2544
ผลงาน “พระพุทธรูปบามิยัน” ของศิลปินรายนี้ ไม่ใช่วัตถุโบราณที่ถูกนำกลับมาจากอัฟกานิสถาน และไม่ใช่การบูรณะ หรือจำลองพระพุทธรูปองค์เดิมแบบ 100% หากแต่เป็นผลงานประติมากรรมชิ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งศิลปินเชื้อสายเวียดนามอธิบายว่าเป็น “เสียงสะท้อนของพระพุทธรูปแห่งบามิยัน”
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะแทนที่จะพยายามสร้างสิ่งที่ถูกทำลายขึ้นมาใหม่ แอนดรูว์ เหงียน สนใจว่าความทรงจำสามารถดำรงอยู่ผ่านการทำลายล้าง และแปรเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบอื่นได้อย่างไร
พระพุทธรูปดั้งเดิมตั้งอยู่ในหุบเขาบามิยันของอัฟกานิสถานมานานราว 1,500 ปี บามิยันเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม ซึ่งผู้คน ศาสนา ภาษา และศิลปะจากหลากหลายพื้นที่เดินทางแลกเปลี่ยนกันทั่วภูมิภาคเอเชีย
แต่ในเดือนมีนาคม 2544 กลุ่มตอลิบานจงใจทำลายพระพุทธรูปขนาดมหึมาทั้งสององค์ แม้ว่าพระพุทธรูปเหล่านั้นจะผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนามานานหลายศตวรรษก็ตาม
ในปี ค.ศ.2026 หรือ พ.ศ. 2569 แอนดรูว์ เหงียน ได้มอบชีวิตอีกครั้งให้แก่ภาพแทนของพระพุทธเจ้า ในชื่อผลงาน The Light That Shines Through the Universe ซึ่งหมายถึง “ซัลซัล” (Salsal) ชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกพระพุทธรูปบามิยันองค์ที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยเขากล่าวถึงการพิจารณาแนวคิดเรื่องการเกิดใหม่ในความสัมพันธ์กับวัตถุ โดยไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งที่เคยมีอยู่กลับคืนมาอย่างตรงตัว แต่เป็นการเปิดทางให้บางสิ่งจากสิ่งเดิมยังคงดำรงอยู่ต่อไปในรูปแบบใหม่
แนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดออกมาอย่างทรงพลังที่สุดผ่านพระหัตถ์ของประติมากรรม แอนดรูว์ เหงียน ได้รับปลอกกระสุนทองเหลืองจากอัฟกานิสถานผ่านความร่วมมือกับ คาดิม อาลี (Khadim Ali) ศิลปินชาวอัฟกานิสถาน และเครือข่ายครอบครัวของเขาในอัฟกานิสถาน จากนั้นทองเหลืองถูกหลอมและหล่อเป็นชามเพื่อให้สามารถขนส่งข้ามไปยังปากีสถาน ก่อนจะถูกแปรสภาพอีกครั้งและส่งต่อไปยังเวียดนาม ในที่สุดโลหะดังกล่าวถูกหลอมและหล่อขึ้นใหม่เป็นพระหัตถ์ของพระพุทธรูป
ตามข้อมูลของ สวนสาธารณะ High Line พระหัตถ์ทั้งสองสื่อถึงท่าทางแห่งความไม่หวาดกลัว และความเมตตา วัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกผลิตขึ้นเพื่อความรุนแรง จึงกลายมาเป็นพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า
สำหรับ แอนดรูว์ เหงียน เขาเกิดที่ไซ่ง่อนในปี ค.ศ.1976 และเดินทางออกจากเวียดนามพร้อมครอบครัวในฐานะผู้ลี้ภัยในปี ค.ศ. 1979 มาเติบโตในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับไปเวียดนามและใช้ชีวิต ทำงานอยู่ที่นครโฮจิมินห์ ในปัจจุบัน โดยผลงานชิ้นนี้ได้รับทุน MacArthur Fellowship อันเป็นที่มาของพระพุทธรูปที่เคยตั้งอยู่ในบามิยันซึ่งสูญหายไปแล้ว กลับมายืนตระหง่านอยู่ในใจกลางมหานครนิวยอร์ก
ผลงานพระพุทธรูปบามิยัน "The Light That Shines Through the Universe” ของ แอนดรูว์ เหงียน จัดแสดงบนสวนสาธารณะลอยฟ้า High Line (ตั้งอยู่บริเวณ 30th Street และ 10th Avenue) ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2570