ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นลท.หวังเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (14 ส.ค.) โดยปัจจัยหนุนมาจากกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีท นอกจากนี้ การปรับตัวลงของราคาน้ำมัน และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ยังช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายในตลาดเอเชียยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 68,889.01 จุด เพิ่มขึ้น 580.42 จุด หรือ +0.85%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,160.25 จุด ลดลง 236.26 จุด หรือ -0.93%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,918.65 จุด ลดลง 8.31 จุด หรือ -0.21%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1.90%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.94%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียดีดตัวขึ้นเช้านี้ โดยในตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น หุ้น SoftBank Group พุ่งขึ้น 5.08% ขณะที่หุ้น Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ปรับตัวขึ้น 2.13% หุ้น Advantest พุ่งขึ้น 4.02% และหุ้น Kioxia บริษัทผลิตชิปหน่วยความจำ พุ่งขึ้น 3.87%

ส่วนในตลาดดหุ้นเกาหลีใต้ หุ้น SK hynix ทะยานขึ้นกว่า 6% และหุ้น Samsung Electronics พุ่งขึ้น 2.05%

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.9% และชะลอตัวลงจากระดับ 5.5% ในเดือนมิ.ย.

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากระดับ 4.7% ในเดือนมิ.ย. และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ข้อมูลดัชนี PPI ประกอบกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์นั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนก.ย.

นอกจากนี้ การปรับตัวลงของราคาน้ำมันยังช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ลดลง 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.43% ปิดที่ 81.25 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 2.15% ปิดที่ 87.07 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะความขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ โดยศูนย์บัญชาการกลาง คาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นกองบัญชาการหลักของอิหร่าน แถลงในวันพฤหัสบดีว่า ไม่มีเรือพาณิชย์หรือเรือบรรทุกน้ำมันลำใดสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว ว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงประจำการในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ต่อไป

นักลงทุนจับตารายงานยอดค้าปลีกประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.จะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท