ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด พร้อมชี้ปัญหาบริหารเงินของ สถ.
ถกงบประมาณ อปท. 2570 “อ.วีระ” แนะแจกแจงปัญหาเงินอุดหนุนที่ติดขัด พร้อมชี้ปัญหาบริหารของ สถ. เผยเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา 2 แสนล้าน ต้องบริหารจัดการให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 24 มาตรา 33 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด สำนักงบประมาณ และรัฐบาลจัดสรรให้ 219,727 ล้านบาท โดยนำไปดูแลเรื่องโรงเรียน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ ข้อจำกัดหนึ่งที่ตนกำลังขอข้อมูลกับทางกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คือ ถ้าเป็นเทศบาลเมือง เทศบาลนคร อาจจะมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ละที่ก็ไม่เท่ากัน ในเวลาเดียวกันก็มีรายจ่ายเรื่องบุคลากร การบำรุงสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และที่จะสร้างเพิ่มเติมให้เกิดความสะดวกกับประชาชน ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
นายวีระ กล่าวต่อไปว่า มีรายการเงินอุดหนุนทั่วไป อีกรายการคือเงินอุดหนุนเฉพาะ ถ้าจำไม่ผิดมีระเบียบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำกับกรรมวิธีในการดำเนินการ และจะต้องมีการ Co-payment (โคเพย์เมนต์) จาก อปท. ถ้าจะทำอะไร ซึ่งตรงนี้จะไปลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่อยากจะชี้คือ งบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้ อปท. ตามมาตรา 23 ตาม พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 คือ ถ้าดูในหนังสือที่เป็นของสำนักงบประมาณ เอกสารฉบับที่ 7 รายงานสถานะและแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ ประจำปีงบประมาณปี 2570 อยากจะบอกว่า ปี 2568 เงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 ของกระทรวงมหาดไทย มียอดรวมกันทั้งสิ้น 189,634 ล้านบาท ความน่าสนใจอยู่ที่ในจำนวนนี้ เป็นเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา 189,616 ล้านบาท อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
“หรือพูดง่ายๆ คือว่า เงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมาของกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และถ้าเราดูตัวเลขที่เป็นตัวเลขประมาณการในปีงบประมาณปี 2570 จะเห็นตัวเลขเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา 218,395 ล้านบาท ขอให้ลองเทียบเคียงกับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ปีนี้ 219,727 ล้านบาท ตัวเลขใกล้เคียงกันมาก ซึ่งแต่ละองค์กรปกครองท้องถิ่นจะทราบดีว่าตัวเองมีเงินนอกงบประมาณสะสมเก็บเอาไว้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นจำนวนเท่าไหร่ จึงอยากขอข้อมูลรายละเอียดแต่ละองค์กรใน อปท. มีเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือเท่าไหร่ แยกรายการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลนคร (ทน.) เทศบาลเมือง (ทม.) เทศบาลตำบล (ทต.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะทำให้รู้ว่าแต่ละที่มีความจำเป็น มีภาระ และรายได้แตกต่างกันไป ถ้าใช้เงินสนับสนุนจากส่วนกลางเป็นมาตรฐานเดียวกัน เกรงว่าจะบริหารจัดการได้ค่อนข้างลำบาก”
ทั้งนี้ อปท. จะมีภารกิจหนึ่งซึ่งเป็นภาระมาก ซึ่งตนได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในวงอนุกรรมาธิการและได้สอบถาม คือ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ บางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเช่น ถนน อาจจะร่วมไปถึงไฟทางด้วย เมื่อมีการรับโอนจากหน่วยงานที่สร้างไปก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกรมทางหลวงชนบท ประเด็นคือต้องมีค่าบำรุงรักษา ตรงนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิด เป็นค่าใช้จ่ายของ อปท. ซึ่งเป็นตัวตัดทอนทำให้ไม่สามารถไปขยายสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ คงจะต้องจัดระบบในการบริหารจัดการ ส่วนรายได้อื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งแต่ละที่ไม่เท่ากัน เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ ถ้าต้องเจาะดูแต่ละรายคงยาก อาจจะต้องดูเป็นภาพรวม
“แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ ถ้าเรายังใช้วิธีบริหารเงินนอกงบประมาณโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อย่างที่เราทำมาโดยตลอดเนี่ย ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหา ผมทราบครับว่าเขามีการกันเงินเอาไว้ให้กับข้าราชการหรือพนักงานจำนวนหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ที่มันเป็นข้อจำกัดที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ เพราะรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย แต่เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ อย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่าไหร่ก็ตามที เราจะได้ร้อยละ 0.1 มันยังมีอื่นๆ อีก ซึ่งตรงนี้มันก็จะต้องจัดสรรให้ ซึ่งเราก็จัดสรรให้ไม่ได้ทั้งหมดตาม พ.ร.บ.จัดสรรเรื่องเงินเนี่ยเข้าใจว่าจะต้องร้อยละ 32 ประมาณนี้ แต่ว่าก็ยังจัดสรรให้ได้ไม่ถึงจำนวนที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นการบริหารแบบนี้มันจะเป็นปัญหา”
นายวีระ กล่าวต่อไปถึงข้อเสนอ ว่า อยากเรียกร้องให้ อปท. แจกแจงปัญหาออกมาว่าติดขัดเรื่องเงินอุดหนุนทั่วไปตรงไหน เงินอุดหนุนเฉพาะกิจตรงไหน ระเบียบเรื่องการบริหารจัดการเงินในองค์กรของท่านจะต้องแก้ไขอย่างไร ตนคิดว่าถ้าเป็นสมัยก่อนเราคงไม่สนใจเรื่องนี้ แต่เมื่อถึงเวลา ตอนนี้ต้องเรียนว่าถ้าเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา ปีหนึ่งเป็น 2 แสนล้านแบบนี้ ควรจะต้องมีการบริหารจัดการให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และถ้าตนมีเวลาจะแยกแยะและศึกษาเรื่องนี้ แล้วจะเสนอทางออกให้ในอนาคต แต่เฉพาะหน้าเบื้องต้นอยากจะให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องลองมาช่วยกันดูว่าเราจะบริหารจัดการเรื่องนี้กันอย่างไร
พร้อมยกตัวอย่างในต่างประเทศ จะมีการออกพันธบัตรเทศบาล ซึ่งประเทศไทยยังไม่ไปถึงขั้นนั้น แต่ถ้า อปท. ไหนมีความเข้มแข็งทางการเมือง ต้องการจะลงทุนแล้วมีความจำเป็นจะต้องก่อหนี้ แล้วมีรายได้ที่จะใช้คืนได้อย่างแน่นอน ก็อาจจะสามารถใช้ช่องทางระดมเงินด้วยการออกพันธบัตร เช่น พันธบัตรกรุงเทพมหานคร พันธบัตรเทศบาลนคร หรือพูดง่ายๆ ว่า ระดับของเทศบาลขนาดใหญ่ของจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีรายได้เพียงพอ และต้องการการลงทุนสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ในระดับที่เป็นเงินจำนวนมาก อาจจะไม่จำเป็นจะต้องใช้กฎระเบียบอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งตนทราบว่ามีข้อกฎหมายที่ต้องทำอีกเยอะ เพียงแต่บอกไว้เป็นแนวทาง ถ้าเราใช้อย่างที่เป็นอยู่ หาอย่างที่เป็นอยู่ สิ่งที่เราเห็นในชนบทไม่ว่าจะเป็นระดับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง ไม่ต้องพูดถึงระดับเทศบาลตำบล เราก็จะไปไม่ถึงไหน