ค่าบัตรหลักพัน รวมค่าเดินทางทะลุหมื่น ชีวิตของติ่งต่างจังหวัดต้องแลกอะไรบ้าง เพื่อเดินทางมาหาศิลปินที่รัก
ศิลปินมีคอนเสิร์ต เรายิ้มดีใจ แต่พอคำนวณค่าใช้จ่ายแล้วแอบหน้าซีด นี่มันเงินเดือนเกือบทั้งเดือนแล้วนี่นา
กว่าจะได้เจอศิลปินที่รัก สิ่งที่ต้องแลกของแฟนคลับมีมากมาย ยิ่งกับแฟนคลับต่างจังหวัดด้วยแล้ว ข้อจำกัด โอกาส และเม็ดเงินที่ใช้จ่ายไปก็ยิ่งทวีคูณ ไหนจะค่าบัตรคอนเสิร์ต แฟนมีตที่ขยับขึ้นราคาทุกวัน ยังต้องมาเจอค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากิน ค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกนับไม่ถ้วน จนราคารวมบางทีบินไปดูที่ต่างประเทศได้เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะรัก เพราะอยากเห็นเขาสักครั้ง ก็เลยต้องยอมแลกไป เติมแรงใจให้ตัวเอง
วันนี้ The MATTER ชวนฟังเสียงของแฟนคลับต่างจังหวัด ที่ต้องดั้นด้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาหาศิลปินที่รักกันว่า เวลาและค่าใช้จ่ายในการมาติ่ง 1 ครั้ง คือเท่าไหร่ แล้วมันคุ้มค่าแค่ไหนกับทุกอย่างที่แลกมา
3 จากนครราชสีมา แฟนคลับ ปอนด์-ภูวินทร์

3 แฟนคลับจากจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดที่ใหญ่ ติด 1 ใน 5 ของประเทศไทย เล่าให้เราฟังถึงการเดินทางจากนครราชสีมาเข้าสู่เมืองหลวง ว่าแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับราว 500 บาท หากรวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในกรุงเทพอื่นๆ เช่น ค่าเดินทางในกรุงเทพ ค่ากิน ค่าที่พัก แต่ละครั้งก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท
“สำหรับเรามันคุ้ม เพราะเรายังเวทการติ่งว่ามันเป็น ‘ความสุข’ อยู่ และเมนคือคนที่เติมหลอดความสุขเราได้เห็นผลที่สุดแล้ว”
นอกจากความคุ้มเรื่องเงินที่จ่ายไปแล้ว แต่คุณ 3 ยังให้มุมมองเพิ่มเติมถึงการเป็นแฟนคลับต่างจังหวัดด้วยว่า แต่ละครั้งต้องวางแผนเพื่อ ‘ความคุ้มในเวลา’ มากกว่าคนอื่นด้วย เช่น ถ้าวันศุกร์ศิลปินมีรวมพลคู่ วันเสาร์มีอีเวนต์ค่ายให้ไปซื้อสินค้า วันอาทิตย์มีงานวันเกิด จะถือคุ้มหากจะเข้ามา หรือถ้าไปคอนเสิร์ตก็จะพยายามไปเช้ากว่าคนอื่นให้ได้ใช้เวลารอบๆ ที่จัดคอนเสิร์ตนานๆ หรือถ้าไปคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีศิลปินหลายคน ร้อง 50-60 เพลง ก็ถือว่าคุ้มเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะคำนวณความคุ้มในแง่เม็ดเงินและเวลาแล้ว แต่สิ่งที่ไม่สามารถคำนวณได้ อย่างความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมาถึงงาน ทั้งการจัดการของผู้จัด พื้นที่ที่ได้จับจองและเพื่อนร่วมแฟนด้อม ณ หน้างาน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ต้องเสี่ยงดวงทั้งสิ้น
“บางทีก็เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง มีความอ่อมแก่ แต่คนที่ทุ่มเทขนาดนี้ คนที่อาจจะมีค่าใช่จ่ายแฝงมากกว่าคนอื่นสักนิด ต้องใส่ความพยายามมากกว่าคนเมืองหลวงสักหน่อย มันไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการเห็น 1 ยิ้มจากเมน เห็นเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีด้วยตาเนื้อหรอก ฉันรักของฉันมาก”
หยกเล็ก จากเชียงใหม่ แฟนคลับ จุง-ดัง

หยกเล็ก แฟนคลับจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระยะทางไกลจากกรุงเทพราว 700 กิโลเมตร มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางหลักพันบาท เพราะโดยปกติจะเดินทางด้วยเครื่องบิน อยู่ที่ราวๆ 3,000 บาท แต่นอกจากค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ อีก เช่น ค่าเดินทางระหว่างอยู่กรุงเทพ ค่าเดินทางไป-กลับสนามบิน ราว 1,000 บาท ค่าที่พัก 2,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายต่อครั้งที่เข้ามาตกอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงพอๆ กับค่าบัตรคอนเสิร์ตเลยทีเดียว
“สำหรับเราไม่มีคำว่าคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า หลักๆ เรามองเป็นความสุข ความคิดถึง ความต้องการอยากเจอ อยากเห็นเมนของเรากับตาแค่นี้เลยที่ทำให้เราตัดสินใจไปงานต่างๆ บวกกับจังหวะชีวิตในตอนนี้พอดีที่ทำให้เราสามารถมาตามน้องๆ ได้มากขึ้น ถ้าตารางเวลามันได้ก็จะไปหมด”
นอกจากค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หยกเล็กยังเล่าให้เราฟังเพิ่มถึงประสบการณ์ที่แฟนคลับต่างจังหวัดต้องเจอ คือปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากการเพิ่มวันแสดงคอนเสิร์ตกะทันหัน
“ที่เพิ่งเจอจากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือการเพิ่มรอบคอนเสิร์ต หลังจากที่วันแรกที่ประกาศขายขึ้น soldout ซึ่งยอมรับว่าเพิ่งมาตามแรกๆ เลยยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ทำให้มีปัญหาการวางแผนการจองตั๋ว จองที่พักที่คาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่ก็จัดการโดยการจองตั๋วใหม่และเพิ่มวันเข้าพักไปไม่มีปัญหาอะไร”
“เรารู้สึกว่าตัวเรายังโชคดีที่อยู่ในจังหวัดที่สามารถบินไปตามน้องได้ตลอด มีรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่บางครั้งประกาศตารางงานกระชั้นชิดเกินไป ทําให้บางงานเราไม่สามารถไปได้ หรือบางทีก็ชนกับตารางงานอื่นที่เราวางไว้แล้ว เลยทำให้เสียดายโอกาสอื่นที่เราพลาดไป แต่ก็มีตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยใน 1 เดือนก็จะหาจังหวะบินไปหาน้องๆ ให้ได้”
จูนี่ จากเชียงใหม่ แฟนคลับ NCT / Red Velvet

จูนี่ จากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งคนที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะแฟนคลับจากต่างจังหวัด แต่ที่ต่างออกไป คือจูนี่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่มีงานคอนเสิร์ตบ่อยไม่แพ้ศิลปินไทย เพราะมีทั้งคอนเสิร์ตของวงและสมาชิกรายคนที่ออกโซโล่ด้วย ซึ่งจูนี่เองก็เดินทางจากเชียงใหม่ เพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตในทุกครั้ง
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาคอนเสิร์ตแต่ละครั้งอยู่ที่ราวๆ 5,000 บาท โดยแบ่งเป็นค่าเดินทางไป-กลับ เชียงใหม่ กรุงเทพ หากเป็นเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท แต่ถ้าช่วงไหนพอมีเวลาจัดสรรได้ หรือตั๋วเครื่องบินราคาสูง รถทัวร์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยราคารถทัวร์ไป-กลับ ประมาณ 1,300 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าที่พักอีกประมาณคืนละ 700-1,000 บาท รวม 2 คืนราวๆ 2,000 บาท
จูนี่ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า รู้สึกชินกับการเสียค่าเดินทางไป-กลับ เพื่อดูคอนเสิร์ตแล้ว เพราะมองว่าเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาดู
“จุดมุ่งหมายเดียวคือการไปเจอศิลปิน เลยคิดว่าเป็นการตั้งใจไปหาที่คุ้มค่าและคิดมาแล้ว ผ่านการคิดมาตั้งแต่วางแผนราคาบัตรที่สามารถจ่ายไหว หาวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าที่สุด และที่พักที่ไม่ราคาสูงเกินไปแต่ยังสะดวกสบาย
แต่จริงๆ ก็เคยมีความคิดว่า ถ้าตัดเรื่องค่าเดินทางค่าที่พักที่ต่างจังหวัดต้องเสีย อาจจะได้ไปคอนเสิร์ตในราคาบัตรที่สูงขึ้นหรือจำนวนวันมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายที่เสียไปแทบจะได้บัตรคอนอีกวันหนึ่งเลย”
ส่วนความเสี่ยงที่เคยเจอในฐานะแฟนคลับต่างจังหวัด คือ หากคอนเสิร์ตยกเลิกกะทันหัน จะไม่ได้รับค่าเดินทาง ค่าที่พักคืน
“ส่วนตัวเคยเจอครั้งเดียว คือ ศิลปินป่วยกะทันหัน ก่อนการแสดงแค่ 2 วัน ทำให้คอนเสิร์ตนั้นต้องยกเลิกไปเลย ซึ่ง ณ เวลานั้นการจะยกเลิกที่พักหรือแก้ไขตั๋วเครื่องบินก็ทำไม่ได้แล้ว ทำได้แค่เดินทางตามกำหนดการเดิมแต่เปลี่ยนแพลน ก็มีเสียใจที่ไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตตามแพลนที่วางไว้ ก็จัดการตัวเองได้ด้วยการไปเที่ยวแทน ส่วนค่าบัตรคอนเสิร์ตทางผู้จัดคืนเงินให้เต็มจำนวน แต่ก็เป็นการชดเชยแค่การคืนค่าบัตรเท่านั้น ค่าเสียหายอื่นๆ ยังต้องแบกรับด้วยตัวเองอยู่ดี”
“อยากให้ศิลปินเกาหลีมีทัวร์ 4 ภาคบ้าง อยากลองสัมผัสประสบการณ์ที่นึกอยากจะไปคอนเสิร์ตก็ตื่นขึ้นมาไปได้เลย ไม่ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องของปัจจัยภายนอกต่างๆ คิดว่าถ้ามีเงินเสียให้กับปัจจัยภายนอกได้ ก็สามารถไปบัตรคอนเสิร์ตราคาแพงที่สุดได้แทบทุกคอนเลย”
ms จากลำพูน แฟนคลับ ยูโร

ms แฟนคลับจากจังหวัดลำพูน เล่าให้เราฟังถึงการเดินทางเพื่อเข้ามาดูศิลปินที่ชื่นชอบในกรุงเทพ ว่าในแต่ละงานที่เลือกเดินทางมากรุงเทพ จำเป็นต้องดูปัจจัยต่างๆ ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาประกอบการตัดสินใจ
ค่าใช้จ่ายหลักๆ จะเน้นไปที่ค่าเดินทาง อยู่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยรถไฟ รถทัวร์ หรือเครื่องบิน ตามความเหมาะสมกับเวลาที่มี มีตั้งแต่ราคา 1,000 บาท ไปจนถึง 4,000 บาท ถ้าเป็นงานอีเวนต์ที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ ก็จะเสียงราว 1,000 บาท เป็นค่าเดินทางและค่าอาหาร แต่ถ้าราว 4,000 บาทต่อครั้ง จะเป็นงานต่อเนื่อง 2-3 วัน ที่ต้องเสียค่าที่พักเพิ่มเติม
“ในแต่ละงานที่เราเลือกเดินทางมากรุงเทพเพื่อเจอศิลปิน มันไม่ใช่แค่อยากมาก็มาได้เลย ยังจำเป็นต้องดูหลายๆ อย่างประกอบ นอกเหนือจากคุณค่าทางจิตใจ ที่ได้รับจากศิลปินอยู่แล้ว ตอนนี้เราดูเป็น 2 พาร์ท หลักๆ คือ พาร์ทงานของศิลปิน รูปแบบงาน ระยะเวลาการจัดงาน สถานที่จัดงาน เงื่อนไขการเข้าร่วมงาน กับพาร์ทของตัวเราเองว่า เราว่างไหม ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจะเกินตัวเราไหม คือต้องเอาทั้ง 2 พาร์ทมาคิดไปพร้อมกันเพื่อดูว่าสิ่งที่เราคาดว่าจะได้รับประสบการณ์ตรงนั้นมันคุ้มกับค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้เดินทางลงมากรุงเทพหรือเปล่า”
“ส่วนตัวเลยไม่ได้อยากมีเมจิกโมเมนต์อย่างการได้คุยกับศิลปิน หรือต้องมีปฏิสัมพันธ์กับศิลปิน เลยไม่ได้ตั้งเป้าความคุ้มค่าเป็นจุดนี้ ในทุกๆ งานที่ไปคิดว่าความคุ้มค่าคือขอแค่เราสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อไปแล้วจะมองเห็นศิลปินได้ชัดเจน แฟนคลับและศิลปินได้มีเวลาร่วมกันตามรูปแบบงานนั้นๆ ได้รับประสบการณ์ตามจุดประสงค์ในแต่ละงาน เป็นเหตุผลที่ทำให้เลือกที่จะเดินทางมากรุงเทพ”
นอกจากนี้ ms ยังทิ้งท้ายกับเราเพิ่มเติมถึงสิ่งที่อยากได้รับในฐานะแฟนคลับ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดว่าอยากให้แต่ละงานของศิลปินประกาศรายละเอียดให้ครบถ้วน รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้แฟนคลับทุกคนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะต้องเสียเงิน เวลา และโอกาส
“การเป็นแฟนคลับต่างจังหวัด มันมีหลายเงื่อนไขที่จำเป็นต้องตัดสินใจในทุกๆ งานอยู่แล้ว ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ระยะเวลาเดินทาง ที่บางครั้งก็ต้องเดินทาง 8-13 ชั่วโมงเพื่อไปเจอศิลปินที่ชอบแค่ชั่วโมงเดียว ซึ่งเราตัดใจไม่ไปหลายงานจากระยะเวลาเปรียบเทียบกับพาร์ทของเรา เลยอยากให้เวลาประกาศงานของศิลปิน อยากให้บอกรายละเอียดอย่างครบถ้วน ชัดเจนรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และพอถึงหน้างาน ก็อยากให้ทุกอย่างดำเนินตามแผนมากที่สุด ได้เจอศิลปิน แฟนคลับได้ใช้เวลากับศิลปินตามความเหมาะสมได้”
premskyblue จากมหาสารคาม แฟนคลับ NCT DREAM

มหาสารคาม อีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสาน ที่ไม่มีสนามบิน premskyblue แฟนคลับที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนี้ เล่าถึงความลำบากที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในการเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อมาดูศิลปินที่รัก
“การเป็นแฟนคลับที่อยู่ต่างจังหวัดมันคือมหากาพย์การสู้ชีวิตที่ต้องใช้ทั้งเงินและใจที่โคตรสู้จริงๆ ค่าบัตรคอนเสิร์ตนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น มันยังพ่วงมาด้วยค่าเดินทางข้ามจังหวัด ค่าตั๋วเครื่องบินหรือถ้างบจำกัดก็ต้องยอมนั่งรถบัสยาวๆ 6-7 ชั่วโมง แบกกระเป๋าหลังขดหลังแข็งรุงรังไปหน้างาน แถมยังต้องมีค่าที่พัก และค่ากินอยู่จิปาถะอีก รวมๆ ออกมาต่อทริปเฉียด 20,000 บาทเลยก็มี นอกจากเรื่องเงินแล้ว ด้วยระยะทางที่ไกล เวลาศิลปินมีงานอีเวนต์กะทันหัน หรือมีกิจกรรมอื่นๆ เราทำได้แค่นั่งมองจอตาปริบๆ อยู่ที่บ้านและส่งกำลังใจผ่านหน้าจอเท่านั้น เพราะต่อให้อยากไปร่วมซัปพอร์ตแค่ไหน ระยะทางและเวลาก็ไม่อำนวยเลย ทำให้เราต้องรอคอยโอกาสที่สำคัญจริงๆ”
ค่าใช้จ่ายรวมราว 20,000 บาท คือค่าใช้จ่ายรวมตลอดทริปที่เดินทางเข้ามา ทั้งค่าบัตรคอนเสิร์ตที่ตีเป็นเลขกลมๆ ประมาณ 9,000 บาท ค่าเดินทางไปกลับ หากเป็นครื่องบินราว 2,500 บาท รถทัวร์ 500 บาท แต่ยังต้องมีค่ารถเดินทางไปสนามบินจากมหาสารคามสู่ขอนแก่นอีกครั้งละเกือบ 1,000 บาท เพราะจังหวัดมหาสารคามไม่มีสนามบิน นอกจากนี้ยังมีค่าที่พัก 2 คืน ประมาณ 2,500 บาท ค่าใช้จ่ายจิปาถะทั้งค่าเดินทางในกรุงเทพ ค่ากิน รวมๆ แล้วก็เฉียด 20,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถเดินทางไปดูคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศได้เลย
และเมื่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ากรุงเทพสูงขนาดนี้ premskyblue เลยมีเกณฑ์ในการเลือกเข้ามาดู เฉลี่ยปีละ 2-3 ครั้ง โดยพิจารณาจาก 2 ส่วนหลักๆ คือ ทุนทรัพย์ส่วนตัวและตารางเวลาการใช้ชีวิตในช่วงนั้น
“ถ้าเป็นงานแฟนไซน์ หากไม่ได้เป็นผู้โชคดีจากการสุ่มก็อาจจะไม่ไป ถ้าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ จะพยายามไปให้ได้สักวัน เพราะถือเป็นการไปเติมพลังใจจากการทำงานที่เหนื่อยล้า การได้เจอศิลปินเพียง 1-2 วันจาก 365 วัน สามารถกลายเป็นพลังใจที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนชีวิตต่อไปได้อีกนานเลย”
“มองว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะเรามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเดินทางมาเพื่อเจอเขาโดยเฉพาะไม่ว่าจะได้นั่งหรือยืนอยู่ตรงโซนไหนก็ตาม แค่การได้เห็นศิลปินทำการแสดงอย่างเต็มที่ตลอดเวลา 3 ชั่วโมง มันคือความรู้สึกที่ยิ่งกว่าคุ้มค่าเสียอีกค่ะ หากถามว่ามองความคุ้มค่าที่จุดไหน คงต้องเป็น ‘ด้านจิตใจ’ เพราะศิลปินเป็นคนจุดประกายให้เรามีแพสชั่นในการดำเนินชีวิต มีเป้าหมายและแรงผลักดันในการทำงานเพื่อเก็บออมเงิน ถ้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในจุดนี้ ก็จินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่าชีวิตตอนนี้จะมุ่งหน้าไปทางไหน แฟนคลับก็รักศิลปินเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ และที่สำคัญมันคือ ความรักที่บริสุทธิ์ที่เราพร้อมจะซัปพอร์ตและเป็นกำลังใจให้เขาเติบโตอย่างมีความสุข”
ซี จากนครศรีธรรมราช แฟนคลับ ปอนด์-ภูวินทร์ / JASP.ER / GOT7

มาถึงหัวเมืองใหญ่จากภาคใต้ กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ซี เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเราเล่าว่าศิลปินที่รักมีงานแทบจะทุกวัน โดยมากเป็นงานอีเวนต์ อาจจะมีแฟนมีต คอนเสิร์ตใหญ่ในประเทศราวๆ ปีละครั้ง ไม่รวมคอนเสิร์ตค่าย หรือคอนเสิร์ตรวมอื่นๆ อีก แต่ซีจะเลือกเดินทางเข้ามาร่วมงานแค่บางครั้งที่คิดว่าคุ้ม และมีความสุขที่สุด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง รวมแล้วมากกว่า 10,000 บาท
“ส่วนตัวคิดว่าคุ้มนะคะ เราไม่ได้มีโอกาสมาเจอเขาบ่อยๆ เหมือนคนอื่น การที่เราเลือกตัดสินใจไปในคอนเสิร์ต คงเหมือนการที่ไปรับพลังงานดีๆ เหมือนได้ไปชาร์จแบตด้วยการพบเจอศิลปินคนโปรด”
และซียังขยายความเพิ่มว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่คอนเสิร์ตถูกยกเลิกกะทันหัน ไฟล์ทบินถูกเลื่อน หรือเหตุขัดข้องใดๆ คงจะเสียใจมากและทำใจได้ยาก เพราะกว่าจะได้เดินทางไปแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาในการเก็บเงินมากพอสมควร
“ส่วนตัวรู้สึกว่าติ่งต่างจังหวัด แอบเสียดายในบางครั้งที่เวลาเมนมีงานบ่อยๆ แบบติดๆ กัน แต่เราต้องเลือกที่จะไปงานใดงานหนึ่ง เพราะไปทุกงานไม่ได้ ต่างจากติ่งกรุงเทพที่เขาสามารถไปได้ทุกงาน แต่ของเราทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน บางสิ่งก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้ติ่งต่างจังหวัดขนาดนั้น ค่าใช้จ่ายมันสูงมาก ส่วนมากที่เราทำหน้าที่ให้ได้ดีที่สุด ก็คือเป็นทีมหน้าจอ ทั้งที่ในใจก็อยากไปให้กำลังใจเขาหน้างานตลอดเหมือนกัน”
รีนน์ จากขอนแก่น แฟนคลับ NCT127 / NCT DREAM / RIIZE / TATTOO COLOUR

รีนน์ แฟนคลับจากจังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องตัดสินใจเลือกเข้ามาร่วมงานตามโอกาสที่เอื้ออำนวย แม้ว่าใจจริงอยากจะมาทุกงานก็ตามที แต่เพราะค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งค่อนข้างสูง จึงต้องบวกลบปัจจัยอื่นๆ ประกอบตามสเกลงาน แม้รีนน์จะอยู่จังหวัดที่มีสนามบินอย่างขอนแก่น แต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ต้องมีสำรองไว้ราว 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่มากพอจะเดินทางไปดูคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศได้เลย
“หลักๆ จะเดินทางด้วยเครื่องบิน เนื่องจากระยะทางจากขอนแก่นมาถึงกรุงเทพและข้อจำกัดของเวลาที่มี ซึ่งค่าใช้จ่ายที่สำรองไว้จะมีค่าตั๋วเครื่องบินประมาณ 3,000 บาท แล้วก็ค่าที่พัก ถ้าคอนเสิร์ตใหญ่ 2 วัน พัก 3 คืน แบบไม่มีคนหาร โรงแรมที่ปลอดภัยเดินทางง่ายหน่อยก็ 4,000-6,000 บาท รวมๆ แล้วนอกจากค่าบัตร เงินที่ต้องสำรองไว้ตีกลมๆ ประมาณ 10,000 บาท ไม่รวมค่าอาหาร หรือเดินทางภายในกรุงเทพ แต่ถ้ารวม 2 อย่างนี้เข้าไปด้วย คิดว่าน่าจะประมาณ 13,000-15,000 บาท ค่าใช้จ่ายอาจจะสามารถเทียบเท่ากับที่คนกรุงเทพไปดูคอนเสิร์ตที่ประเทศใกล้ๆ แบบสิงคโปร์ มาเลเซียได้เลย”
ความคุ้มค่าของเงินและเวลาที่เสียไป คืออีกสิ่งที่รีนน์นำมาพิจารณาร่วมด้วยในการติดตามศิลปินต่อไป
“ส่วนตัวคิดว่าความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับความคาดหวัง ที่เห็นหลายคนจะชอบพูดว่าเจอศิลปินก็คุ้มแล้ว ค่าบัตร 0 บาท แต่บางทีเราก็ไม่รู้สึกอย่างนั้น บางทีชอบศิลปินบางท่านมากๆ แต่พอมาดูคอนเสิร์ตแล้วเลิกชอบไปก็มี เพราะคำว่าคุ้มค่าสำหรับเราไม่ใช่แค่หน้าศิลปิน แต่คือการแสดงความเป็นมืออาชีพในการทำงานของศิลปิน รวมถึงโปรดักชั่น แสง สี เสียงในงาน ถ้าทั้งหมดทำออกมาในมาตรฐานที่เราคาดหวัง แบบนั้นคือคุ้มค่าสำหรับเราค่ะ”
ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกรอบด้าน และยิ่งเสี่ยงมากขึ้นหากเป็นแฟนคลับที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ทั้งอุบัติเหตุการเดินทาง โดนยกเลิกเที่ยวบิน ที่พักไม่ปลอดภัย กระทั่งคอนเสิร์ตยกเลิก
“ความเสี่ยงของแฟนคลับที่อยู่ต่างจังหวัด เริ่มต้นจากการเดินทางเป็นหลักเลยค่ะ ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็เสี่ยงอุบัติหตุ เดินทางด้วยเครื่องบินก็เสี่ยงเลื่อนไฟลท์ ไฟลท์ยกเลิก หรือแย่สุดอาจจะเป็นการตกเครื่องแล้วหาไฟลท์ใหม่มาไม่ได้ เรื่องที่พักคือถ้างบน้อยก็อาจจะต้องเลือกที่ที่ไม่แพงตามงบแต่ไม่มีความปลอดภัยมาก ยิ่งแฟนคลับส่วนมากเป็นผู้หญิงแล้วด้วย อันนี้ยิ่งเสี่ยงเลยค่ะ
ส่วนสุดท้ายที่แย่ที่สุดคือทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แบบที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้ แต่คอนเสิร์ตยกเลิกกะทันหัน เราไม่เคยเจอแต่ก็ไม่อยากเจอนะคะ ถ้าเกิดขึ้นจริงก็คงเคว้ง แต่ก็ทำใจยอมรับได้ เพราะคงมีเหตุผลจำเป็นที่ไม่สามารถจัดได้แล้ว แต่ถ้าต้องเจอจริงๆ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าผู้จัดจะต้องชดเชยในส่วนของที่พักและตั๋วเครื่องบินที่เราจ่ายไป มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินขอบเขตที่ผู้จัดต้องรับผิดชอบ เราก็อาจจะเดินทางมาที่กรุงเทพ อย่างน้อยก็ได้มากินซูชิโระหรือ hotpot man กับเพื่อนในด้อมที่สนิทกัน”
ในมุมของรีนน์แล้ว เรื่องความรักและการซัปพอร์ตศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับจากจังหวัดหรือภูมิภาคไหนๆ ก็คงมีให้ไม่ต่างกัน ทว่าสิ่งที่แฟนคลับต่างจังหวัดของเผชิญหน้ามากกว่าคือการพยายามขวนขวายเพื่อให้ได้เจอศิลปิน
“ถ้าเทียบกับแฟนคลับในกรุงเทพ ทุกคนก็คงจะมีความรักให้ศิลปินเท่าๆ กัน แต่ก็อยากจะบอกว่าการเป็นแฟนคลับต่างจังหวัดต้องพยายามและขวนขวายในการมาเจอศิลปินกว่าแฟนคลับที่อยู่ในกรุงเทพมากๆ นอกนอกจากค่าบัตรและสู้กับการกดบัตรแล้ว ยังต้องวางแผนทั้งการเงินค่าเดินทาง ที่พัก ไม่ให้กระทบกับการงานและการเรียน ที่ไหนเดินทางง่าย ที่ไหนอยู่ใกล้ที่จัด ดูคอนวันอาทิตย์เลิกดึกแล้วต้องเดินทางแบบไหนถึงจะกลับไปทำงานหรือไปเรียนตอนเช้าวันจันทร์ทัน ไหนจะต้องมาสู้ค่าครองชีพกรุงเทพในช่วงที่มาดูศิลปินอีก ทั้งหมดที่พูดมามันคือความทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และแรงเงิน ขนาดเราที่ทำงาน มีรายได้เป็นของตัวเองแล้วยังรู้สึกท้อแท้เรื่องค่าใช้จ่าย แล้วน้องๆ วัยเรียนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ต้องเจียดค่าขนมมาเจอศิลปินอีก แต่ก็รักอะเนอะ
“อีกอย่างทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่าถ้าพลาดครั้งนี้ก็ไม่รู้จะได้เจอศิลปินที่เรารักอีกทีตอนไหน แบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกว่าถ้ามีงานก็ควรไปให้ได้เลย เพราะบางทีมันอาจจะไม่ใช่การพลาดครั้งเดียวอย่างที่เราคิด แต่อาจจะเป็นการพลาดเจอศิลปินที่ตัวเองรักตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย ยอมเหนื่อย ถึงจะเหนื่อยมากทั้งจากการเดินทางและดูคอนเสิร์ต ใช้เงินเยอะมาก แต่ได้มาเจอแล้วเหมือนได้ความสุขกับพลัง กลับไปสู้ชีวิตต่ออีกปีก็ยอมค่ะ รักเขา”
ออย จากสงขลา แฟนคลับเตนล์

แฟนคลับอีกหนึ่งคนที่เราได้พูดคุยด้วย คือ ออย แฟนคลับจากหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ระยะทางไกลจากรุงเทพราว 950 กิโลเมตร และการจะเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อมาดูศิลปินที่รัก ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาไปพร้อมกัน
ออยเล่าให้เราฟังว่า การไปดูคอนเสิร์ต 1 ครั้ง ใช้เงินราวๆ 15,000 บาท เป็นค่าบัตรคอนเสิร์ต ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายจิปาถะ ยิบย่อยอีกมากมาย เธอเลยเลือกเดินทางเข้ามาเฉพาะงานใหญ่ที่สำคัญ เช่น คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง สักปีละ 1-2 ครั้ง
“การเป็นแฟนคลับต่างจังหวัดนี่ลำบากสุดๆ ยิ่งอยู่ไกล โอกาสไปเจอศิลปินก็ยิ่งยาก เพราะมีปัจจัยหลายๆ อย่างในการตัดสินใจ บางงานที่ไม่ไปไม่ใช่เราไม่รักศิลปินนะ แต่เราไม่สะดวกจริงๆ ที่ทำได้ก็คือเป็นทีมหน้าจอ คอยตามงานผ่านแฟนคลับคนอื่นๆ ที่ไปงานแทน เราก็คอยเทรนแท็ก ซัปพอร์ตทางอื่นเท่าที่เราสะดวก ใครที่อยู่ต่างจังหวัดแต่ไปทุกงานนี่เรานับถือเลยค่ะ”
การเดินทางขึ้นมากรุงเทพจากหาดใหญ่มีหลายวิธี ทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ แต่สำหรับออยการเลือกใช้ขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางมากรุงเทพจะต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับราคาและเวลา ถ้าจะมาด้วยเครื่องบินจะต้องจองล่วงหน้าหรือหาโปรโมชั่น เพราะตั๋วราคาสูงมาก แบบพื้นฐานอยู่ที่ราวๆ 2,200-2,500 บาท ถ้าเลือกได้และมีเวลามาพอออยก็จะทดลองเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ต่างไป รถทัวร์ ราคาประมาณ 800-1,300 บาท หรือ รถไฟ มีทั้งตู้นอนแอร์ ราคา 1,100 บาท ตู้นอนพัดลม 600-700 บาท ชั้น 2 ราว 500 บาท และชั้น 3 ราว 300 บาท
“ถามว่าคุ้มไหม สำหรับเรา คุ้มนะ เพราะการได้ไปเจอเมนตัวเอง ไปเจอเพื่อนคนอื่นๆ ที่ชื่นชอบเหมือนกันมันมีความสุขดี แล้วในช่วงเวลาที่เรายังติ่งเขาอยู่ ก็อยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ เวลาย้อนมองกลับมาหรือมีอะไรเกิดขึ้น เช่น ศิลปินที่เรารักไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว อย่างน้อยเราก็ไม่มานั่งเสียดาย”
นอกจากทั้ง 8 คนนี้ เรายังมีโอกาสได้พูดคุยสั้นๆ กับแฟนคลับอีกหลายคน บางคนเล่าว่าเวลามาคอนเสิร์ตสักครั้งต้องได้บัตรราคาแพงสุด ใกล้สุด เพราะรู้สึกว่าต้องเดินทางมาไกล เสียค่าใช้จ่ายไปเยอะ อยากเห็นเขาชัดๆ บางคนเพราะเสียเงินกับค่าเดินทาง ค่าที่พักไปแล้ว เลยต้องจำยอมเลือกบัตรราคาถูกลงมา และมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยมีโอกาสมาดูศิลปินที่รักกับตาตัวเองเลยสักครั้ง เพราะข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง
และถ้าหากเลือกได้ก็อยากมีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตศิลปินที่รัก แบบไม่ต้องคำนวณค่าเดินทาง ที่พัก และเวลาดูสักครั้ง
Editorial Staff: Paranee Srikham Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon (IG: 24n7.s)You might also like