กรมอุทยานฯ ชี้ เสือโคร่งทำร้าย จนท.ห้วยขาแข้งเป็นลูกเสือวัยซน เป็นเหตุบังเอิญ ไม่เข้าข่าย ‘เสือกินคน’ - The Reporters
กรมอุทยานฯ ชี้ เสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้งเป็นลูกเสือวัยซน ย้ำ เป็นเหตุบังเอิญ ไม่เข้าข่าย ‘เสือกินคน’ ยัน ติดตามพฤติกรรมใกล้ชิด พร้อมประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในพื้นที่
วันนี้ (6 ส.ค. 69) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) พร้อมด้วยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า แถลงข้อเท็จจริงกรณีเสือโคร่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจนเสียชีวิตวานนี้ (5 ส.ค. 69) โดยจากการตรวจสอบฐานข้อมูลภาพถ่ายลายเสือโคร่ง (Camera Trap) ทำให้ยืนยันตัวตนเสือโคร่งได้แน่ชัดว่าเป็น 1 ในลูกเสือโคร่งเพศผู้จำนวน 3 ตัว ของ “แม่เสืออภิญญา” ซึ่งเป็นครอบครัวเสือที่อาศัยและใช้เส้นทางหากินตามธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร ในบริเวณดังกล่าว
จากการวิเคราะห์พฤติกรรมทางวิชาการ และสัญชาตญาณสัตว์ป่า เชื่อได้ว่าเป็นเหตุบังเอิญทางธรรมชาติ เนื่องจากลูกเสือโคร่งมีอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน เป็นช่วงวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้วิธีการล่า มีพฤติกรรมซุกซน อยากรู้อยากเห็น และเริ่มแยกตัวออกมาหากิน ประกอบกับช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ในท่านอนหลับราบขนานกับพื้น ทำให้ลูกเสือเข้าใจผิดว่าลักษณะดังกล่าวคือเหยื่อตามธรรมชาติจึงเข้าโจมตี ซึ่งโดยปกติหากเสือพบเห็นมนุษย์ในท่ายืน การเคลื่อนไหว หรือส่งเสียง เสือจะตกใจและหลบหนีไปทันที
ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังไม่เข้าข่าย “เสือกินคน” เนื่องจากยังไม่มีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำซาก หรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อหลัก อีกทั้งครอบครัวเสือยังคงหากินอยู่ในอาณาเขตเดิม ไม่ได้ตื่นตกใจจนแตกกระเจิงหนีออกนอกพื้นที่ หรือเข้าไปสร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรในพื้นที่รอบนอก
สำหรับแนวทางและมาตรการหลังจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพื่อติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมของลูกเสืออย่างใกล้ชิด หากพบว่าสามารถหากินและล่าเหยื่อในธรรมชาติได้ตามปกติ จะปล่อยให้อาศัยตามระบบนิเวศเดิม พร้อมเตรียมติดเครื่องมือติดตามศึกษาพฤติกรรมระยะยาว แต่หากพบแนวโน้มหรือมีพฤติกรรมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ซ้ำจะเข้าสู่กระบวนการจับเพื่อนำไปปรับพฤติกรรมตามหลักวิชาการทันที
ในส่วนของเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด ไม่เปิดโอกาสให้สัตว์ป่าเข้าถึงตัว ต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางปฏิบัติงานลำพัง ต้องมีคู่หูเดินทางไปด้วย ปรับปรุงพื้นที่พักอาศัยให้มิดชิด เพิ่มแสงสว่างในจุดมืด โดยเฉพาะการนอนหลับต้องอยู่ในอาคารที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและเข้าศึกษาธรรมชาติเป็นการชั่วคราว จนกว่าการศึกษาเฝ้าระวังพฤติกรรมเสือโคร่งและการประเมินความปลอดภัยในพื้นที่จะเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลประชากรเสือโคร่งที่ประเมินอัตราการรอดตายสูง (อายุเกิน 1 ปีขึ้นไป) ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ปัจจุบันมีเสือโคร่งเต็มวัยในระบบกว่า 100 ตัว มีลูกเสือวัยเจริญเติบโตที่ยังมีความเสี่ยงในการรอดชีวิตอีกประมาณ 30 ตัว รวมถึงมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ป่าข้างเคียงอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรอีกประมาณ 40 ตัว ซึ่งศักยภาพของพื้นที่และปริมาณเหยื่อตามขอบเขตป่าห้วยขาแข้งยังคงสามารถรองรับประชากรเสือโคร่งได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย