ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบส่วนใหญ่ นลท.เทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในนี้ (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวดิ่งลงในการซื้อขายที่ตลาดวอลล์สตรีทและเป็นปัจจัยฉุดดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และรอดูข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 65,266.67 จุด ลดลง 1,033.77 จุด หรือ -1.56%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,463.51 จุด ลดลง 452.31 จุด หรือ -1.75%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,878.92 จุด ขยับขึ้นเพียง 0.49 จุด หรือ +0.01%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 4.6%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.43%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงเช้านี้ ซึ่งรวมถึงหุ้น SK hynix และหุ้น Samsung Electronics ที่ต่างก็ดิ่งลงในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

หุ้นบริษัทประกันภัยในตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดัชนีฮั่งเส็งปรับตัวลง โดยหุ้น AIA Group ร่วงลง 8.9%, หุ้น HSBC Holdings ร่วงลง 2.8% และหุ้น Standard Chartered ดิ่งลง 3.9% หลังจากมีรายงานว่าเมืองบางแห่งของจีนได้พุ่งเป้าจัดเก็บภาษีกรมธรรม์ประกันภัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี

รายงานระบุว่า ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ผู้ถือกรมธรรม์บางรายที่อาศัยอยู่ในปักกิ่งและได้แจ้งรายรับจากเงินปันผลของผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบมีปันผลที่ซื้อในฮ่องกง ได้ถูกขอให้ชำระภาษี 20% จากกำไรที่เกิดขึ้นจริง

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวในอัตรา 20% นั้น อาจทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เสนอขายโดยบริษัทต่าง ๆ ในฮ่องกง ชะลอตัวลง

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในวันนี้ โดย Warner Bros. Discovery จะรายงานก่อนปิดตลาดวอลล์สตรีทในวันพฤหัสบดี ส่วน Airbnb และ Lyft มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการหลังปิดตลาด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนในวันพรุ่งนี้ ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท