‘อัมพร’ แนะเร่งปฏิรูปโครงสร้าง ศธ. ชี้ งบเรียนฟรีไม่ตรงปก ทำผู้ปกครองแบกค่าใช้จ่ายเพิ่ม - The Reporters

‘อัมพร’ แนะเร่งปฏิรูปโครงสร้าง ศธ. ชี้ งบเรียนฟรีไม่ตรงปก ทำผู้ปกครองแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่ม จี้ สกร.-กสศ. แก้ Zero Dropout ชี้ ไม่เพียงพอแก้เด็กหลุดระบบกว่า 5 แสนคน

นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการศึกษา อภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

นายอัมพร ระบุว่า แม้ปัจจุบันไทยจะจัดการศึกษาครอบคลุมกว่า 28,000 โรงเรียน มีครู 5 แสนคน และนักเรียน 6 ล้านคน แต่งบประมาณถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายบุคลากร 76% เมื่อรวมงบประจำสูงถึง 96% เหลืองบเพื่อการพัฒนาเพียง 4% พร้อมตั้งคำถามถึง สพฐ. เหตุใดแผนปี 2570 จึงไร้ทิศทางแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน ทั้งที่มีเป้าหมายทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) ปรับลดโครงสร้างโรงเรียนประถมเหลือเพียง 7,000 แห่งทั่วประเทศ เน้นสร้างโรงเรียนคุณภาพแทนการย่อยุบ

นายอัมพร ชี้ให้เห็นถึงปัญหาโรงเรียนซ้อนโรงเรียน อย่างโรงเรียนขยายโอกาสที่มีเด็ก ม.1–ม.3 ไม่ถึง 20 คน เสี่ยงกลายเป็นการกักขังโอกาสของเด็ก รวมถึงปัญหาโรงเรียนแข่งขันสูงในเมืองใหญ่ที่แย่งงบสร้างตึกจนไม่มีพื้นที่เล่นกีฬา ขณะที่งบพัฒนาก่อสร้างโรงเรียนคุณภาพกระจายสู่ต่างจังหวัดกลับได้รับการจัดสรรเพียง 1 โรงเรียน

นายอัมพร ยังถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา นำเกณฑ์คัดเลือกพิเศษของ ก.ค.ศ. มาใช้ส่งเสริมโรงเรียนคุณภาพจริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้เน้นการทำข้อตกลงในการปฏิบัติงาน (ว PA) ระหว่าง ผอ.โรงเรียน กับ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ที่มีตัวชี้วัด 3 ด้านชัดเจน ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินผลและแต่งตั้งโยกย้าย ป้องกันคำครหาเรื่องการทุจริตย้ายตำแหน่ง

ส่วนประเด็นงบประมาณโครงการเรียนฟรี 15 ปี จากการตรวจสอบงบประมาณ 5 รายการ พบว่าบางระดับชั้น ค่าจัดสรรแบบเรียนที่ให้ไปสามารถซื้อหนังสือเรียน 8 กลุ่มสาระได้เพียง 1 ใน 4 ของหนังสือทั้งหมด ทำให้ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม จึงขอให้ สพฐ. เร่งตรวจสอบและแก้ไข

นายอัมพร ซักถามกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ถึงการปรับโครงสร้างองค์กรจาก กศน. มาเป็นกรม เกิดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ แก้ปัญหาวิกฤตคนว่างงานอย่างไร พร้อมถามถึง สพฐ. และ กสศ. เรื่องการใช้ระบบข้อมูลติดตามเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) โดยชี้ว่า โมเดล “1 โรงเรียน 3 ระบบ” ที่ตั้งเป้าขยายจังหวัดละ 1 แห่ง ไม่เพียงพอที่จะพาเด็กนอกระบบกว่า 500,000 คน กลับเข้าสู่ระบบได้จริง จึงเสนอให้ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ บังคับใช้ทั้ง 3 ระบบพร้อมกันในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ

นายอัมพร ยังฝากคำถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ถึงทิศทางและสถิติการปรับสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะต่อสายสามัญให้ได้ 60 ต่อ 40 เพื่อผลิตกำลังคนป้อนตลาดแรงงานและสร้างรายได้ดูแลสังคมสูงวัย และฝากถึงสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เร่งทบทวนโครงสร้าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการ ปลดล็อกโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยต่อไป

แนะแนวเรื่อง