ททท.รุกเจาะตลาดอินโดนีเซีย เปิดเส้นทางบินตรงใหม่ดึงกลุ่มกระเป๋าหนัก
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 5 ตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยในการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในระหว่างวันที่ 3-4 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ททท. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการท่องเที่ยว 2 ฉบับ ร่วมกับ Datuk Bernard Francis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการบิน TransNusa และ Mr. Albert ผู้ร่วมก่อตั้ง Traveloka ณ โรงแรม Fairmont กรุงจาการ์ตา โดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งการลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญตามยุทธศาสตร์ยกระดับความเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสองประเทศอย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้ ททท. มุ่งเน้นการขยายเส้นทางบินตรง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ และ บาหลี-ภูเก็ต รวมถึงการต่อยอดกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศไทย ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” โดยความร่วมมือกับ TransNusa จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการพร้อมเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทางจาการ์ตา-สุวรรณภูมิ ในวันที่ 6 ส.ค. 2569 (ให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน) และเส้นทางบาหลี-ภูเก็ต ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 นอกจากนี้ TransNusa ยังมีบริการเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ซึ่งสอดรับกับกลยุทธ์ของ ททท. ในการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-spending Segment) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน การผนึกกำลังกับ Traveloka ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมในภูมิภาค จะช่วยให้ ททท. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายศักยภาพสูงได้อย่างแม่นยำ ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวการเดินทางด้วยตนเอง (FIT) กลุ่มครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม โดย ททท. ย้ำความพร้อมในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อมุสลิม (Muslim-Friendly Destination) พร้อมชูจุดขายด้านอาหารไทย ประวัติศาสตร์ ชุมชน สุขภาพ และธรรมชาติชายหาด
ทั้งนี้ จากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ก.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 376,337 คน โดยมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 6 คืน ซึ่ง ททท. มั่นใจว่าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการดึงดูดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียสู่ประเทศไทย 890,000 คน ภายในปี 2569 ได้อย่างแน่นอน