ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันฟุตบอลปรีซีซันนัดกระชับมิตรธรรมดาๆ ระหว่างเจ้าบ้าน ปัตตานี เอฟซี และมหาอำนาจฟุตบอลไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้น
แต่นี่คือ “ปรากฏการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ” ที่สะท้อนให้เห็นว่า กีฬาสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
คำถามที่น่าสนใจคือ “จังหวัดปัตตานี ได้อะไรมากกว่าผลการแข่งขัน 0-1 บนสกอร์บอร์ด?”
1.การปักหมุดยุทธศาสตร์ “Sport Tourism” อย่างเป็นรูปธรรม
การที่ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เดินหน้าดันกิจกรรมกีฬาใหญ่ระดับประเทศ ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ที่ตรงจุด
ฟุตบอลนัดนี้กลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดทั้งแฟนบอลในพื้นที่ ประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวและบุคคลสำคัญระดับประเทศ ให้เข้ามาในพื้นที่พร้อมๆ กัน
ช่วยลบภาพจำเดิมๆ และส่งสารไปยังคนภายนอกว่า ปัตตานีมีความพร้อมและปลอดภัยสำหรับการจัดงานอีเวนต์ระดับใหญ่
2.แรงกระตุ้นและอัดฉีดเม็ดเงินสู่ “เศรษฐกิจฐานราก”
กิจกรรมที่มีผู้คนเข้าร่วมชมแน่นสนาม ส่งผลกระทบเชิงบวกทันทีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ตั้งแต่ระดับจุลภาคไปจนถึงระดับจังหวัด:
ร้านค้า/พ่อค้าแม่ค้า: ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และสินค้าชุมชนรอบสนามได้รับอานิสงส์อย่างมาก
ธุรกิจบริการ: โรงแรม ที่พัก การเดินทาง และขนส่งสาธารณะในพื้นที่ได้รับการกระตุ้น
การพัฒนาต่อยอด: รายได้จากการจัดงานการกุศลครั้งนี้ จะถูกส่งต่อไปเป็นกองทุนเพื่อพัฒนากีฬาของจังหวัดปัตตานีในทุกระดับ สร้างความยั่งยืนให้กับวงการกีฬาในพื้นที่ต่อไป
3.การสร้าง “พื้นที่แห่งความสุข” และสะพานเชื่อมความสามัคคี
รูปเกมที่สู้กันอย่างสนุกตลอด 3 Periods และการที่ปัตตานี เอฟซี สามารถต่อกรกับทีมระดับแชมป์ได้อย่างสูสีจนถึงนาทีที่ 89 ได้สร้างทั้งความภาคภูมิใจ และ รอยยิ้ม ให้กับแฟนบอลในพื้นที่
กิจกรรมเช่นนี้ทำหน้าที่เป็น “ภาษาสากล” ที่ไร้พรมแดน ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค (อีสาน-ใต้) และสร้างพื้นที่ตรงกลางให้ผู้คนได้มาร่วมสนุก มอบพลังบวกให้แก่ชุมชน
4.นิมิตหมายทางนโยบายและการสนับสนุนระดับชาติ
การปรากฏตัวของระดับผู้บริหารประเทศและรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทั้งด้านคมนาคมและยุติธรรม พร้อมด้วยผู้นำการเมืองในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า ปัตตานีอยู่ในสปอตไลต์ของการพัฒนา
นี่ย่อมส่งผลดีต่อการผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยุทธศาสตร์กีฬา และงบประมาณเชิงพื้นที่ในอนาคต ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง
แม้ว่าในเกมการแข่งขัน ปัตตานี เอฟซี จะพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-1 แต่ในมุมมองเชิงการพัฒนา “ปัตตานี ได้ชัยชนะนอกสนามไปอย่างเต็มๆ”
ศึกมิตรภาพครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “กีฬา” คือเครื่องมือทรงพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เปลี่ยนภาพลักษณ์ และสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างแนบเนียน
หากจังหวัดปัตตานีสามารถถอดบทเรียนและต่อยอดจาก “ศึกมิตรภาพอีสาน-ใต้” ครั้งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง การก้าวไปสู่การเป็นเมืองศูนย์กลาง Sport Tourism ในชายแดนใต้ คงไม่อยู่ไกลเกินจริง”
ครับ..ในฐานะคนปัตตานี อ่านแล้วให้รู้สึกฮีลใจมากเลย ก็ต้องขอบคุณคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ที่นอกจากจะนุ่งขาสั้นลงไปสร้างความสุขด้านกีฬา (ฟุตบอล) ให้กับพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้ว..
ยังได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เปลี่ยนภาพลักษณ์ปัตตานีให้ดูคึกคัก สดใส มีชีวิตชีวา และสามารถ “หยุด” เสียงระเบิดลงได้แม้จะชั่วครู่ยาม!
เออ..อย่าเปลี่ยน “นุ่งสนับเพลาขายาว” เสียล่ะ!.
สันต์ สะตอแมน