อียูเล็งเพิ่มงบหนุนโมร็อกโกคุมชายแดน หลังผู้อพยพทะลักเข้าเซวตา
อียูเล็งเพิ่มงบหนุนโมร็อกโกคุมชายแดน หลังผู้อพยพทะลักเข้าเซวตา
วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 07.31 น.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเพิ่มการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการชายแดนให้กับโมร็อกโก หลังเกิดเหตุผู้อพยพกว่า 50,000 คน หลั่งไหลเข้าสู่เมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเมืองยุโรป และกลายเป็นบททดสอบสำคัญของข้อตกลงด้านการย้ายถิ่นฐานฉบับใหม่ของอียู
อัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ว่า สหภาพยุโรปพร้อมยกระดับความร่วมมือกับโมร็อกโก ทั้งในด้านการบริหารจัดการชายแดน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ตลอดจนการสนับสนุนด้านเทคนิคและงบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การอพยพครั้งใหญ่ซ้ำอีก
เธอระบุว่า โมร็อกโกเป็น พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะในความร่วมมือด้านการปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนผู้อพยพและการอพยพผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือกับสเปนในประเด็นเมืองเซวตาและเมลียา (Melilla) จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไป
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ก.ค.) บริเวณชายแดนระหว่างโมร็อกโกกับเมืองเซวตา ซึ่งเป็นหนึ่งในสองพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวของสหภาพยุโรปที่เชื่อมต่อกับทวีปแอฟริกา โดยอีกแห่งคือเมืองเมลียา ส่งผลให้ผู้อพยพจำนวนมหาศาลพยายามข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนของสเปน และสร้างความกังวลให้กับประเทศสมาชิกอียู
รัฐบาลโมร็อกโกชี้แจงว่า การอพยพครั้งใหญ่เกิดจากข้อมูลที่บิดเบือนบนสื่อสังคมออนไลน์ การเคลื่อนไหวของเครือข่ายค้ามนุษย์ และการตีความคำพิพากษาของศาลสเปนอย่างคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่สามารถข้ามชายแดนเข้าไปได้กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือการต้อนรับ และตัดสินใจเดินทางกลับโมร็อกโกในเวลาต่อมา
แม้เหตุการณ์จะยุติลง แต่ผลกระทบทางการเมืองยังคงต่อเนื่อง โดยอิตาลีประกาศระงับการเดินทางแบบไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางภายใต้ข้อตกลงเชงเก้น (Schengen) กับสเปนเป็นเวลา 1 เดือน ขณะที่ 22 จาก 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเรียกร้องให้มีมาตรการร่วมกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพรมแดนภายนอกของอียู
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





