ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่าเทียบเยน หลังญี่ปุ่นจับมือสหรัฐฯ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (3 ส.ค.) หลังจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเงินเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% แตะที่ระดับ 99.894

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.74 เยน จากระดับ 158.9 เยนในวันศุกร์ (31 ก.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8101 ฟรังก์ จากระดับ 0.8082 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4045 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4019 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1514 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1531 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3431 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3482 ดอลลาร์

ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการดำเนินการร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

การดำเนินการร่วมกันดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) ในช่วงเวลาการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่เยนร่วงลงแตะระดับ 163.99 เยน/ดอลลาร์เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี

คาตายามะระบุในแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า การแทรกแซงดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเมื่อเดือนก.ย.2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับความผันผวนที่มากเกินไปและการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบของเยนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ คาตายามะส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะดำเนินการอีกหากจำเป็น โดยระบุว่าญี่ปุ่นไม่ลังเลที่จะดำเนินการแทรกแซงร่วมกับสหรัฐฯ เพิ่มเติมในอนาคต และญี่ปุ่นยังคงติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังสหรัฐ

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 จากระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0

ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ มีการขยายตัว และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเดือนที่ 6 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น

โดย รัตนา พงศ์ทวิช