ฝรั่งยังไม่ไปไหน

นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย ล่าสุดวานนี้ (3 สิงหาคม) กว่า 1,619 ล้านบาท
ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า Fund Flow กำลังเปลี่ยนทิศหรือไม่
แต่ถ้ามองเฉพาะตัวเลขวันเดียว อาจทำให้วิเคราะห์ภาพตลาดคลาดเคลื่อนได้ครับ เพราะการดูทิศทางของเม็ดเงินลงทุน ต้องดูภาพรวมมากกว่าภาพรายวัน
หากย้อนกลับไปดูข้อมูลทั้งเดือนกรกฎาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยรวมกว่า 1.02 ล้านล้านบาท
ขายรวมประมาณ 9.72 แสนล้านบาท
ทำให้เดือนเดียวซื้อสุทธิถึง 48,760 ล้านบาท ขณะที่ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม อยู่ที่ 74,314 ล้านบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แม้จะมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่ภาพใหญ่ยังเป็นการไหลเข้าของเงินทุน
ประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้ Fund Flow คือมูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทย ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 69) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 68,000 ล้านบาทต่อวัน
ถือว่าฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2568
ซึ่งในช่วงนั้น มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 40,000-45,000 ล้านบาทต่อวัน
การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายสะท้อนว่า สภาพคล่องของตลาดกลับมา
และเป็นสัญญาณว่านักลงทุนทุกกลุ่มเริ่มกลับเข้ามาทำธุรกรรมมากขึ้น
หากแบ่งเป็นรายช่วง จะเห็นพัฒนาการที่ค่อนข้างชัด คือ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 46,000-55,000 ล้านบาทต่อวัน
ตลาดได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังทางการเมือง และการกลับมาของเงินทุนต่างชาติในตลาดเกิดใหม่
หลังจากนั้น ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 70,000-85,000 ล้านบาทต่อวัน
ปัจจัยสนับสนุนมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศ
ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกมาดีกว่าคาด
ทำให้ดัชนีปรับขึ้นจากบริเวณ 1,350 จุด ไปสู่ระดับประมาณ 1,550 จุด
จากนั้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม มูลค่าการซื้อขายเริ่มชะลอลง
ตลาดเข้าสู่ช่วงรอการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 และรอความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีจึงเคลื่อนไหวในกรอบแคบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือเม็ดเงินต่างชาติยังคงเป็นบวกในภาพรวม
อีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนตลาดคือ การซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยที่ยังอยู่ในระดับ 3.8-3.9%
เมื่อเปรียบเทียบกับหลายตลาดในภูมิภาค ถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
คำถามที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้ จึงไม่ใช่ว่าต่างชาติขายสุทธิวันละกี่ล้านบาท
แต่ต้องติดตามว่า ยอดซื้อสุทธิสะสมจะยังรักษาทิศทางเป็นบวกได้หรือไม่
รวมถึงมูลค่าการซื้อขายของตลาดจะสามารถยืนเหนือระดับ 60,000 ล้านบาทต่อวันได้หรือเปล่าครับ
เพราะหากเม็ดเงินต่างชาติยังอยู่ สภาพคล่องยังดี และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังเติบโต
ตลาดหุ้นไทยก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนให้เดินหน้าต่อได้
แม้อาจมีแรงขายสลับเข้ามาเป็นระยะบ้าง