ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อย ผลประกอบการแกร่งช่วยพยุงตลาด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (31 ก.ค.) แต่ยังสามารถปิดบวกได้ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.19 จุด ลดลง 0.76 จุด หรือ -0.12%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,509.64 จุด เพิ่มขึ้น 24.00 จุด หรือ +0.28%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,629.24 จุด เพิ่มขึ้น 17.21 จุด หรือ +0.07%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,868.05 จุด ลดลง 29.22 จุด หรือ -0.27%
ดัชนี STOXX 600 ปิดลดลง หลังจากระหว่างวันขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงท้ายการซื้อขาย
แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเดือนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่งได้ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว และหนุนให้ตลาดยังคงปรับตัวขึ้นได้เมื่อเทียบรายสัปดาห์และรายเดือน
ในสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายยังคงมุ่งมั่นที่จะควบคุมเงินเฟ้อ หลังเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการ ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนก.ค.ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย.
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.2% มากที่สุดในบรรดาหมวดอุตสาหกรรม โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และยังเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในดัชนี STOXX 600 นับตั้งแต่ต้นเดือน
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.3% แต่ลดช่วงบวกลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน หลังผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสหรัฐฯ สะท้อนภาพที่แตกต่างกัน โดย Microsoft ปรับตัวขึ้นจากสัญญาณว่าการลงทุนด้าน AI เริ่มให้ผลตอบแทน ขณะที่ Meta ถูกแรงขายกดดัน หลังกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ลดลงจากแผนการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ความกังวลว่าการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจไม่สร้างผลตอบแทนได้เร็วตามที่ตลาดคาดไว้ ทำให้นักลงทุนหันมาตรวจสอบความเหมาะสมของมูลค่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มนี้ยังคงมีความผันผวนสูง
นักวิเคราะห์ของ UBS ระบุว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers) มีแนวโน้มจะต่ำกว่ารายจ่ายฝ่ายทุนที่ใช้เงินสด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่การใช้จ่ายด้าน AI ในปี 2571 อาจต่ำกว่าปี 2570 และจะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม UBS ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ AI แต่แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังหุ้นเทคโนโลยีเชิงรับ (Defensive Tech) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของพอร์ต
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว หุ้น Universal Music Group ดิ่งลง 25.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มสื่อของ STOXX 600 ลดลง 5.5%
หุ้น Teleperformance พุ่งขึ้น 13.2% หลังบริษัทผู้ให้บริการเอาต์ซอร์สยืนยันเป้าหมายผลประกอบการสำหรับปี 2569
ส่วนหุ้น Puma ลดลงประมาณ 2.5% หลังนักลงทุนผิดหวังที่บริษัทไม่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ แม้ว่าผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 จะออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
ด้านหุ้น Credit Agricole ปรับตัวขึ้น 2.6% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าที่ตลาดคาด
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช