สงครามคอนเทนต์กีฬาไทย ยุคธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬาเต็มรูปแบบ - มติชนสุดสัปดาห์

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่
[email protected]
ที่ผ่านมาการรับชมการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ของคนไทยแทบไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมาก ทั้ง ฟุตบอลโลก, โอลิมปิก, เอเชี่ยนเกมส์, ซีเกมส์ หรือแม้แต่ ฟุตบอลลีกชั้นนำยุโรป ล้วนเป็นคอนเทนต์ที่แฟนกีฬาสามารถเปิดโทรทัศน์แล้วรับชมได้ทันที ไม่ว่าจะผ่านฟรีทีวี หรือเปย์ทีวีที่มีราคาไม่สูงนัก
แต่ภาพเหล่านั้นกำลังกลายเป็นอดีตไปแล้ว…เพราะวันนี้การรับชมกีฬาในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุค “ธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬา” อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ผู้ชมไม่ได้เป็นเพียง “แฟนกีฬา” อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ผู้บริโภคคอนเทนต์กีฬา” ที่ต้องเลือกว่าจะสมัครแพ็กเกจใด เพื่อดูรายการที่ตัวเองต้องการ
หากมองภาพรวมปัจจุบันของตลาดคอนเทนต์กีฬาในไทยจะพบว่า มีผู้เล่นหลักอยู่ 3-4 ราย คือ AIS PLAY, TrueVisions NOW, Monomax และ BG Sports ซึ่งต่างแย่งชิงกันครอบครองลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก และไม่ใช่เพียงการแข่งขันของผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง แต่คือการแข่งขันของธุรกิจกีฬามูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
ในอดีตลิขสิทธิ์กีฬามักถูกซื้อโดยสถานีโทรทัศน์เพื่อสร้างเรตติ้งจากโฆษณา ยิ่งมีผู้ชมมาก ยิ่งขายเวลาโฆษณาได้แพง โมเดลธุรกิจนี้จึงอาศัยรายได้จากสปอนเซอร์เป็นหลัก แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล คนทั่วไปต่างดูโทรทัศน์น้อยลง ขณะที่การรับชมผ่านอินเตอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว โมเดลเดิมก็เริ่มไม่ตอบโจทย์
ลิขสิทธิ์กีฬาจึงกลายเป็น “พรีเมียมคอนเทนต์” ไม่ต่างจากภาพยนตร์, ซีรีส์ หรือคอนเสิร์ต ทำให้ผู้รับชมต้องจ่ายค่าสมาชิกเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการรับชม
ดังนั้น กีฬาจึงไม่ได้ถูกขายเป็นการแข่งขันอีกต่อไป แต่ถูกขายในฐานะคอนเทนต์ที่สามารถสร้างสมาชิกและรักษาฐานลูกค้าได้
จากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาคธุรกิจสตรีมมิ่งเจ้าต่างๆ จะลงทุนกับคอนเทนต์กีฬาระดับพรีเมียม เพื่อเลือกที่จะสร้างจุดยืนและภาพลักษณ์ ผ่านลิขสิทธิ์กีฬาที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งฟุตบอล, วอลเลย์บอล, บาสเกตบอล, มอเตอร์สปอร์ต และกีฬาระดับโลกต่างๆ
สตรีมมิ่งแต่ละเจ้าต่างมี “คอนเทนต์แม่เหล็ก” โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ชม แต่คือจำนวนสมาชิกที่พร้อมจ่ายเงินทุกเดือน การแข่งขันจึงเปลี่ยนจาก “สงครามเรตติ้ง” มาเป็น “สงครามแย่งชิงสมาชิก” ส่งผลให้แฟนกีฬาไทยจะไม่ได้รับชมกีฬาดีๆ แบบฟรีๆ เหมือนที่ผ่านมา และต้องเสียเงินเพื่อรับชมคอนเทนต์ที่หลากหลาย
เจ้าแรก AIS PLAY เสิร์ฟคอนเทนต์นำโดย ฟุตบอลถ้วยยุโรปทุกระดับ, บุนเดสลีก้า, บุนเดสลีก้า 2, ซูเปอร์คัพ เยอรมัน, ไทยลีกทุกระดับ, บาสเกตบอล NBA และ WNBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิส ATP, กอล์ฟ LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour รวมทั้งมวยไทย 5 รายการใหญ่จากเวทีราชดำเนิน, เอเชี่ยนเกมส์ 2026 และเอเชี่ยนพาราเกมส์ 2026
เจ้าที่สอง TrueVisions NOW นำทัพคอนเทนต์ด้วยฟุตบอลลีกชั้นนำยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ลาลีก้า สเปน, กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี, ถ้วยยุโรปทุกระดับ และถ้วยชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งกีฬาระดับโลก ทั้งฟอร์มูล่าวัน, โมโตจีพี, แบดมินตัน, สนุกเกอร์, เทนนิสแกรนด์สแลม, WTA Tour และกอล์ฟ Major, World Tournament อีกทั้งยังมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนให้ได้รับชมทีมชาติไทยด้วย
เจ้าที่สาม Monomax โดดเด่นด้วยคอนเทนต์ขวัญใจมหาชนอย่าง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, เอฟเอคัพ, คาราบาวคัพ, ลีกรองอังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, เอเรดิวิซี่ เนเธอร์แลนด์ และฟุตบอลยูโร รวมถึงฟุตบอลไทยลีก อีกทั้งยังมีวอลเลย์บอลระดับโลกจาก Volleyball World รวมถึงมวยอาชีพ Zuffa Boxing 204 และมวยกรงเหล็ก Cage Warriors
เจ้าที่สี่ BG Sports เน้นคอนเทนต์ฟุตบอลเอเชียเป็นหลัก โดยมีทั้งเอเอฟซี เอเชี่ยนคัพ 2027, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลีต, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู รวมทั้ง เจลีก 1, เจลีก 2, เจลีก 3 ของญี่ปุ่น
และเคลีก 1 ของเกาหลีใต้ ซึ่งถือว่าสร้างความแตกต่างจากรายอื่นได้อย่างน่าสนใจ

ในมุมหนึ่งถือเป็นพัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะลิขสิทธิ์กีฬาในตลาดโลกมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ทุกคอนเทนต์กีฬาต่างมีมูลค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นแทบทุกครั้งที่เปิดประมูล ไม่มีผู้ประกอบการรายไหนสามารถซื้อมาเผยแพร่ฟรีโดยหวังพึ่งรายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว การเก็บค่าสมาชิกจึงกลายเป็นทางออกของธุรกิจเท่านั้น
แต่อีกด้านหนึ่งแฟนกีฬากลับต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการดูกีฬาที่หลากหลาย และสุดท้ายการดูหลายชนิดกีฬาอาจมีค่าใช้จ่ายรวมกันหลายร้อย หรือหลายพันบาทต่อเดือน
สิ่งที่เคยเป็นความบันเทิงสำหรับทุกคน จึงเริ่มกลายเป็นบริการสำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การแข่งขันของ 3-4 เจ้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์กีฬา แต่กำลังแข่งขันกันสร้างระบบนิเวศ
โดย AIS ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือดึงลูกค้าเข้าสู่ระบบโทรคมนาคม อินเตอร์เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัล
ขณะที่ True ใช้กีฬาเชื่อมโยงกับธุรกิจมือถือ อินเตอร์เน็ต และคอนเทนต์บันเทิง ส่วน Monomax ใช้กีฬาเป็นหัวใจของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เพื่อสร้างความแตกต่างจากรายอื่น
เพราะกีฬาไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากค่าสมาชิก แต่ยังช่วยขายสินค้าและบริการอื่นของแต่ละบริษัทด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่บริษัทขนาดใหญ่พร้อมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงลิขสิทธิ์ เพราะสิ่งที่ซื้อไม่ใช่แค่สิทธิ์ในการถ่ายทอดสด แต่คือฐานลูกค้าในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ผลกระทบต่อการเข้าถึงกีฬาของคนไทย เพราะกีฬาไม่ใช่เพียงธุรกิจ แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจ ที่ผ่านมาเด็กจำนวนไม่น้อยเริ่มเล่นฟุตบอล เพราะได้ดูพรีเมียร์ลีก เด็กหลายคนหันมาเล่นวอลเลย์บอล เพราะเห็นทีมชาติไทยแข่งขันในระดับโลก และเด็กๆ จำนวนมากรู้จักกีฬาใหม่ๆ เพราะสามารถเปิดโทรทัศน์ดูได้ฟรี
หากคอนเทนต์กีฬาส่วนใหญ่ถูกย้ายไปอยู่หลังระบบสมาชิกทั้งหมด โอกาสที่คนรุ่นใหม่จะเข้าถึงกีฬาอาจลดลง ทำให้ฐานแฟนกีฬาในอนาคตก็อาจเติบโตช้าลงเช่นกัน หลายประเทศจึงยังคงกำหนดให้การแข่งขันบางรายการเป็น “รายการสำคัญของชาติ” ที่ประชาชนต้องสามารถรับชมผ่านฟรีทีวีได้ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก โอลิมปิกเกมส์ หรือการแข่งขันของทีมชาติ
สำหรับประเทศไทยเองอาจต้องกลับมาทบทวนแนวทางนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางการค้าและประโยชน์สาธารณะ ทั้งในมุมของผู้ให้บริการที่มองในเชิงธุรกิจ และในมุมของแฟนกีฬาที่ได้รับชมคอนเทนต์คุณภาพ ไปพร้อมๆ กับการสร้างคุณค่า สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ อันจะส่งผลให้วงการกีฬาไทยเกิดการพัฒนาไปพร้อมๆ กันทั้งองคาพยพ
ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของผู้ชนะเพียงรายเดียว แต่เป็นสัญญาณว่าธุรกิจกีฬาไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว ยุคที่ลิขสิทธิ์กีฬาเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ ยุคที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งกลายเป็นสนามแข่งขันแห่งใหม่ และยุคที่ผู้ชมต้องตัดสินใจว่า คอนเทนต์กีฬาที่ตัวเองรัก มีมูลค่ามากพอที่จะจ่ายหรือไม่?
หลังจากนี้การได้ชมการแข่งขันกีฬาอาจไม่ใช่สิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้เหมือนในอดีต แต่เป็นบริการที่ต้องแลกมาด้วยค่าสมาชิก อย่างไรก็ตาม แฟนกีฬาคงจะต้องปรับตัวไปพร้อมกัน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยก็ควรที่จะหาแนวทางในการทำให้ธุรกิจกีฬาเติบโตไปพร้อมกับการรักษาโอกาสในการเข้าถึงกีฬาของประชาชน
หากสามารถหาจุดสมดุลได้ เชื่อว่าวงการกีฬาไทยจะไม่ได้เติบโตเพียงแค่ในเชิงธุรกิจ แต่จะเติบโตในฐานะอุตสาหกรรมที่สร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางสังคม และยกระดับศักภาพของนักกีฬาไทยในการแข่งขันรายการระดับนานาชาติได้ไปพร้อมกัน…