“คูโบต้าฟาร์ม” แนะวิธีเปลี่ยนเศษอาหารมาทำปุ๋ย เติมแร่ธาตุให้พืช ประหยัดค่าปุ๋ยได้หลายหมื่นบาทต่อปี  - เทคโนโลยีชาวบ้าน

ทุกวันนี้ คนไทยสร้างขยะอาหารมากกว่า 9.7 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยคนละ 146 กิโลกรัม ที่ส่วนใหญ่มาจากห่วงโซ่อุปทานอาหารและรูปแบบการบริโภค ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะปัญหาขยะอาหารล้นเมือง ส่งผลให้เกิดก๊าซมีเทนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวน ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำเกษตรของประเทศไทย

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรและนวัตกรรมการเกษตรที่อยู่เคียงข้างเกษตรกรและสังคมไทยกว่า 48 ปี คำนึงถึงการมีส่วนร่วมผลักดันการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 1,300 กิโลกรัมคาร์บอน มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ปี 2573 และสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero Emission ปี 2593

ที่ผ่านมา สยามคูโบต้าเดินหน้าสานต่อภารกิจดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการปลูกต้นไม้ 50,000 ต้นทั่วประเทศ ภายในปี 2571 ภายใต้แนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” และร่วมกับ สสส. จัดโครงการลดขยะและแปรรูปเศษอาหาร ผ่านแคมเปญ “มื้อนี้หมดจาน” เพื่อลดปัญหา Food Waste โดยนำเศษอาหารไปแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือพลังงานชีวภาพ ฯลฯ

เปลี่ยนเศษอาหารเป็นแหล่งอาหารพืช

ที่คูโบต้าฟาร์ม อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี สยามคูโบต้าจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่ง สร้างอาคารการจัดการเศษอาหาร เพื่อนำเสนอแนวคิดการลดของเสียให้กลายเป็นแหล่งอาหารพืชโดยเฉพาะ เนื่องจาก “เศษอาหาร” เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด เพิ่มโอกาสการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8-10% หรือ 3.3 พันล้านบาทต่อปี คิดเป็น 30% ของอุตสาหกรรมผลิตอาหารทั่วโลก หรือ 1.3 พันล้านตันต่อปี กลายเป็นของเสียเหลือทิ้ง

ด้วยเหตุนี้ สยามคูโบต้าจึงเกิดแนวคิดลดของเสีย เพิ่มการหมุนเวียนของขยะและเกิดการใช้ซ้ำ เพื่อลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นำไปสู่ภาวะโลกรวน ที่ผ่านมา มีการทดลองใช้ประโยชน์จากเศษอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินและกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช ใน 3 แนวทาง คือ น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์จากเครื่องย่อยเศษอาหาร ปุ๋ยหมักและฉี่ไส้เดือน โดยนำปุ๋ยดังกล่าวมาใช้กับแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ 10 ไร่ เป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่า สามารถลดปริมาณเศษอาหารและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้มากถึง 1,337 กิโลกรัม โดยผลิตเป็นปุ๋ยได้ 843 กิโลกรัม และสร้างมูลค่ากว่า 72,000 บาทต่อไร่

น้ำหมักชีวภาพ ทำได้ไม่ยาก

น้ำหมักชีวภาพ คือ สารละลายที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายขยะอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร ผักหรือผลไม้โดยอาศัยเชื้อจุลินทรีย์เป็นตัวช่วยเร่งการย่อยสลายอินทรียวัตถุผ่านกระบวนการหมักในสภาพไร้ออกซิเจน ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพใช้ฉีดพ่นบนแปลงเกษตร เพื่อเพิ่มฮอร์โมนพืชและกรดอินทรีย์จำเป็น ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชให้แข็งแรง ต้านทานแมลงศัตรูพืช ช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างในดินและน้ำ ปรับดินให้ร่วนซุย ระบายอากาศได้ดีขึ้น ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินให้เป็นธาตุอาหารแก่พืช

การทำน้ำหมักชีวภาพ เริ่มจากเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ถังพลาสติกขนาด 50 ลิตร เศษอาหาร 40 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 ลิตร น้ำ 10 ลิตร สาร พด.2 (25 กรัม) จำนวน 1 ซอง ขั้นตอนการทำ ให้นำเศษอาหารหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับกากน้ำตาลในถังหมัก 50 ลิตร เติมสาร พด. และน้ำ 10 ลิตร แล้วกวนให้เข้ากันนาน 5 นาที ปิดฝาไม่ต้องสนิท ตั้งไว้ในที่ร่ม

ระหว่างการหมักแนะให้กวน 1-2 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และช่วยให้ส่วนผสมคลุกเคล้าได้ดี สังเกตการลดลงของฝ้าขาวบนผิวหน้าของวัสดุหมัก ฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กลิ่นแอลกอฮอล์ วัดค่าได้ pH 3-4 ก็พร้อมนำไปใช้งานได้ โดยเจือจางน้ำหมักชีวภาพในน้ำ อัตราส่วน 1:500 จนถึง 1:1,000 ผลลัพท์การผลิตน้ำหมักชีวภาพพบว่า สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ 48,400 บาทต่อปี  

แปรูปขยะอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ใช้เครื่องย่อยเศษอาหารในอุตสาหกรรม ความจุ 0-25 กิโลกรัมต่อวัน หรือเครื่องย่อยเศษอาหารในครัวเรือน ความจุ 0-5 กิโลกรัมต่อวัน หรือทางเลือกประหยัดต้นทุนในการย่อยเศษอาหารด้วย “ถังหมักรักษ์โลก” ซึ่งข้อดีคือ ดินช่วยดูดซับกลิ่นและป้องกันการเกิดแมลงวัน สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กตามธรรมชาติ สามารถอยู่ในถังหมักรักษ์โลกได้อย่างอิสระ ธาตุอาหารที่เป็นของเหลวไหลลงสู่พื้นดินโดยรอบ ทำให้เกิดธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้นและซึมซับน้ำได้ดี กระบวนการย่อยสลายอาศัยการใช้ออกซิเจนและความร้อนจากแสงแดด ลดการเกิดก๊าซมีเทนในระบบ

ประโยชน์ที่ได้รับ ลดปริมาณของเสียจากอาหารสูงขึ้น 90% เพิ่มความสมบูรณ์ของโครงสร้างดิน และสารอาหารในดิน ทั้งกระตุ้นการเติบโตของราก และเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างพืช

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและฉี่ไส้เดือนดิน

สยามคูโบต้า ได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ทำการศึกษารูปแบบการจัดการเศษอาหารและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยใช้ “ไส้เดือน” เป็นตัวกลางในการย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน และฉี่ไส้เดือนดิน ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อดิน

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้ใช้ไส้เดือนดินสายพันธุ์ ขี้ตาแร่ ซึ่งมีลักษณะลำตัวสีแดง เลี้ยงได้ง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อมในไทยได้ดี เหมาะกับการใช้กำจัดของเสียหลายชนิด โดยทดลองการเลี้ยงใน 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

1. เลี้ยงในวงบ่อปูน ข้อดีคือ เหมาะกับพื้นที่จำกัด วงบ่อไม่สะสมความร้อน และแข็งแรงทนทาน แต่ข้อเสียคือ ผลผลิตน้อย บ่อเลี้ยงเต็มไว และเคลื่อนย้ายลำบาก

2. อ่างปูน ข้อดีคือ ให้ผลผลิตปุ๋ยได้มากที่สุด ข้อเสียคือ เสี่ยงโรคระบาด สร้างความเสียหายทั้งบ่อ และราคาวัสดุก่อสร้างค่อนข้างสูง

3. เลี้ยงแนวตั้ง ข้อดีคือ เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด เลี้ยงแยกได้ เคลื่อนย้ายได้ง่าย ควบคุมความชื้นได้ดี ข้อเสียคือ ผลผลิตได้น้อย บ่อเลี้ยงเต็มไว ไส้เดือนอยู่ไม่ได้ หากบ่อเลี้ยงมีอุณหภูมิสูงขึ้น และการซ้อนทับหลายชั้น ทำให้ดูแลยาก

ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยหมักด้วยไส้เดือนดิน

  1. บรรจุเศษอาหารและปล่อยไส้เดือน ที่ความหนาแน่น 1-2 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ลงไปในบ่อเลี้ยง โดยให้ขยะอินทรีย์ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  2. เพิ่มความชื้นให้ปุ๋ย ด้วยการรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน
  3. หลังจาก 60 วัน ไส้เดือนดินจะขยายพันธุ์และสามารถเก็บผลผลิตปุ๋ยเป็นปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและฉี่ไส้เดือนดิน
  4. การเลี้ยงไส้เดือนดินจะได้ผลผลิตที่ดี เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการเลี้ยงไส้เดือนดิน โดยมีค่าความชื้น 70-90% อุณหภูมิ 18-25% ค่า pH 7-8

สำหรับผลผลิตจากไส้เดือนดิน มีทั้งหมด 2 รูปแบบคือ

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน ถือเป็นปุ๋ยปลอดสารเคมี 100% ช่วยบำรุงการเจริญเติบโตของต้นพืช ช่วยให้ดินมีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี เมื่อต้องการบำรุงแปลงปลูกพืช ใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ส่วนแปลงปลูกไม้ดอก ผัก พืชไร่ ควรใส่ 2 ครั้งต่อฤดูปลูก หรือใส่ก่อนระยะออกดอก 1 ครั้ง

ฉี่ไส้เดือนดิน ผสมน้ำเปล่า 1:20 เมื่อต้องการบำรุงพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก สนามหญ้า ให้แตกรากใหม่ และช่วยกระตุ้นการออกดอก นอกจากนี้ สามารถใช้บำบัดกลิ่นเหม็น ตามร่องน้ำหรือห้องน้ำ โดยราดฉี่ไส้เดือนดินเข้มข้นในบริเวณที่ต้องการ

ผลลัพท์การผลิตด้วยไส้เดือนดินในระยะเวลา 1 ปี สามารถลดปริมาณของเสีย ประเภทเศษผักได้ 360 กิโลกรัม ได้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ 250 กิโลกรัม ลดต้นทุนค่าปุ๋ย 22,700 บาท

หากใครสนใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากเศษอาหาร สู่อาหารพืช แวะเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ “คูโบต้าฟาร์ม” แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมสมัยใหม่เติมเต็มทุกประสบการณ์ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมการปลูกข้าว พืชไร่ ไม้ผล การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เทคนิคการจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยอย่างถูกหลักวิชาการ ควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบวงจรจากคูโบต้า ช่วยจุดประกายทุกไอเดียสู่ความสำเร็จที่ทำได้จริงสำหรับทุกคน

Tags

Related Posts

เกษตรสร้างชาติ คำกล่าวนี้มักได้ยินกันอยู่เสมอในสังคมไทย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในประเทศไทยการเกษตรถือเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ จะเห็นได้ในทุกภูมิภาคที่มีการทำเกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำเกษตรกรรมถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ชุมชนและขยายวงกว้างไปในระดับประเทศ จึงทำให้เกิดมูลค่าทางการค้าที่สร้างรายได้ให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน คุณบุญนำ มีชาลือ หรือ คุณนำ เจ้าของฟาร์มไร่นาตานำ ตั้งอยู่ที่ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ถือเป็นแหล่งชุมชนต้นแบบที่มีการผลิตเห็ดหูหนูดำทั้งหมู่บ้าน โดยทุกคนในกลุ่มสร้างความเข้มแข็งให้กับการผลิตสินค้าเป็นอย่างมาก จึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเห็ดหูหนูดำที่ครบวงจรที่น่าจับตา ตั้งแต่การผลิตก้อนเชื้อเห็ดตลอดไปจนถึงเปิดดอกเพื่อส่งขายให้กับตลาดภายในจังหวัด เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับทุกคนในชุมชน โดยที่ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานในเมืองใหญ่ แต่ทุกคนสามารถมีรายได้ในพื้นที่ทำกินของตัวเอง มองอาชีพทางการเกษตร สามารถเป็นนายตัวเองได้ คุณนำ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมต้องเข้างานเป็นกะทุกเมื่อเชื่อวัน รู้สึกว่าชีว

2 สิงหาคม 2569

หลายๆ คนหันมาปลูกผักไว้รับประทานเอง ช่วงนี้กระแสปลูกผักกำลังเป็นที่นิยมกันมาก นอกจากผักที่สามารถปลูกในกระถางได้ ยังมีไม้ผลบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัด บางบ้านมีพื้นที่น้อยแต่อยากปลูกผลไม้ไว้รับประทานเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวม 6 ไม้ผล ที่สามารถปลูกในกระถางได้ กระถางที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตรขึ้นไป หรือจะปลูกในวงบ่อซีเมนต์ เลือกตามความสะดวกและเหมาะสมกับไม้ผลที่ปลูก ไปดูกันเลย มีไม้ผลชนิดไหนกันบ้างนะ 🌿มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน 🔻 จัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางมีอายุยืน สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน มีลักษณะเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อออกผลใหม่ๆ จะมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ อีกทั้งยังทนทานต่อโรคและแมลงหลายชนิด นิยมปลูกประดับริมรั้ว ถ้าหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอจะได้ทรงพุ่มสวยงาม ต้นหม่อนสามารถนำไปปลูกในกระถางได้ โดยสามารถนำกิ่งชำมาเพาะลงกระถาง ควรตัดกิ่งแขนงต้นหม่อนอยู่เสมอ เพื่อให้ออกกิ่งใหม่ในทุกปี โดยตัดปีละ 2 ครั้งพร้อมกับรูดเอาใบออกด้วย 🌿เลม่อน 🔻ปลูกในถังขอบซีเมนต์เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำท่วมขัง ต้นเลม่อนสูงได้หลายเมตร สามารถปูด้วยเศษหินห

2 สิงหาคม 2569

ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา ในยุคที่หลายคนมองหาอาชีพเสริมและช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ “พืชพื้นบ้าน” ที่เคยถูกมองข้าม อาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณวิภารัตน์ พลเสนา (คุณแอ๋ว)” หญิงแกร่งเจ้าของธุรกิจรับซื้อและแปรรูป “เพกา” สมุนไพรไทยพื้นบ้าน ที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี จุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นค่าของ “เพกา” ก่อนจะมาถึงจุดนี้ คุณแอ๋วไม่ได้เริ่มต้นจากเพกา แต่ทำธุรกิจสมุนไพรทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นมะกรูด ดอกอัญชัน กระเจี๊ยบ หรือ ตะไคร้ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว จนกระทั่งมีโอกาสได้รู้จัก “เพกา” จากการติดต่อของลูกค้ารายหนึ่ง ที่ต้องการสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีน จุดนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็น “โอกาส” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม แม้ในช่วงแรกจะยังไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ และไม่แน่ใจในตลาด แต่ด้วยความกล้าลอง เธอเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ด้วยการหาซื้อเพกาจากชาวบ้าน และทดลองนำมาตากแห้ง จากเสียงดูถูก…สู่แรงผลักดัน การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ไม่ใช่เรื่

2 สิงหาคม 2569

ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่หลังการบริโภค มีขยะเปลือกทุเรียนในประเทศไทยหลายแสนตันต่อปี เนื่องจากทุเรียน 1 ผลมีขยะเหลือทิ้ง  70-75 % ทำให้หลายฝ่ายหันมาส่งเสริมการใช้ประโยชน์ “เปลือกทุเรียน” สู่เศรษฐกิจสีเขียว เช่น แปรรูปเป็นดินหมัก ปุ๋ยอินทรีย์  อาหารสัตว์ พลาสติกชีวภาพ กระถางรักษ์โลก เชื้อเพลิงชีวมวลหรือถ่านอัดแท่ง และนวัตกรรมสิ่งทอ ฯลฯ ปัจจุบัน นวัตกรรมงานวิจัย “สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน” ของ ดร.อุษา ประชากุล  หรือ ดร.แอน  อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนครพนม( NPU)นับเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ขยะเปลือกทุเรียน สู่นวัตกรรมเส้นใย ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่นได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากเศษเหลือทิ้งในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตอบโจทย์หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ขยะเปลือกทุเรียน   ดร.แอน เริ่มจากศึกษาข้อมูลและสำรวจขยะเปลือกทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดต่างๆ  ก็พบว่า ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตทุเรีย

1 สิงหาคม 2569

การปลูกหญ้าเลี้ยงวัวนั้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรผู้รักการเลี้ยงวัวในปัจจุบันนิยมปลูกในพื้นที่ที่ไม่ต้องใช้ที่ดินมากก็ปลูกได้ หญ้ากินนีสีม่วง Megathyrus maximus cv.Tanzania (Purple guinea) แท้จริงแล้วหญ้าโดยทั่วไปนั้นมีสีเขียว เหตุใดหญ้าชนิดนี้จึงมีชื่อว่า “กินนีสีม่วง” และหญ้าชนิดนี้มีวิธีปลูกและหาเมล็ดพันธุ์มาปลูกอย่างไร การปลูกหญ้ากินนีสีม่วงที่ลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ผลตอบรับนั้นน่าสนใจไม่น้อยเลย ด้วยลักษณะกอหญ้าตั้งตรง ใบใหญ่ดก และนุ่ม สีใบและลำต้นสีเขียวอมม่วง จึงเป็นที่มาของชื่อกินนีสีม่วง นั่นเอง คุณรม ลากุล อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 10 บ้านโพธิ์ตาก ตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงหญ้าชนิดนี้ว่า หญ้าที่ปลูกเลี้ยงวัวคือหญ้ากินนีสีม่วง ตอนนี้เลี้ยงวัว 4 ตัว เป็นวัวตัวเมียทั้งหมด เมล็ดหญ้าซื้อกิโลกรัมละ 300 บาท ที่ร้านค้าในตลาดดอนโมง ปลูกหญ้ามา 4-5 ปีแล้ว ในเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ใช้เมล็ดหญ้า 3 กิโลกรัม วันหนึ่งเกี่ยวหญ้า 2 ครั้ง ครั้งละ 1 รถเข็นน้ำ ที่ปลูกหญ้าเพราะชอบเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงวัวมาเกือบ 10 ปีแล้ว เลี้ยงเพราะไม่มีงานประจำ เลี้ยงวัว

1 สิงหาคม 2569

กำยาน (Frankincense) นับเป็นสุดยอดสมุนไพรป้องกัน รักษาอาการอักเสบ และฆ่าเชื้อ กำยานมีกลิ่นหวานหอมสะอาด อบอุ่น ช่วยคลายเครียด บรรเทาอาการหอบหืด ช่วยให้หายใจสะดวก ลดอาการไซนัส บรรเทาอาการภูมิแพ้ เจ็บคอ ไข้หวัด และหลอดลมอักเสบแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยฟอกอากาศ กำจัดกลิ่น  ไล่มดปลวกและแมลง กำยานเป็นไม้มงคลที่ทรงคุณค่าของชาวตะวันออกกลาง เพราะอยู่ในทุกช่วงของชีวิตตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย โดยจุดกำยานเป็นเครื่องหอม รมฆ่าเชื้อ และเป็นยารักษาโรค ในศาสนาคริสต์ นิยมจุดกำยานเป็นเครื่องหอมบูชาแทนการอธิษฐานแด่ พระคริสต์ ในวงการแพทย์ใช้กำยานเป็นส่วนผสมยาแก้อักเสบและมะเร็งในตำรับยาไทย และจีน ในต่างประเทศใช้กำยานแท้ เป็นส่วนผสมแต่งกลิ่นเหล้าและไวน์ชั้นดี ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกาย และบำรุงตับ ลดพิษของแอลกอฮอลล์ที่ไปทำลายเซลล์ตับ ต้นกำยานแท้เกิดขึ้นเฉพาะในบางประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น โอมาน เยเมน ที่มีอยู่ค่อนข้างน้อยมาก ผลผลิตของยางกำยานแท้ หรือบางคนเรียกว่า กำยานโอมานนั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก เพราะยังไม่มีการปลูกเป็นธุรกิจกันเลย ทำให้เกิดการขาด

1 สิงหาคม 2569