รวบแล้ว! แก๊งแอบอ้างเป็น ตม. ตระเวนเรี่ยไรชาวจีนระยอง แนะปชช.ขอดูบัตร เช็กชื่อผ่าน “POLICE CARE” ก่อนเชื่อ

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. ข่าวอาชญากรรม 

รวบแล้ว! แก๊งแอบอ้างเป็น ตม. ตระเวนเรี่ยไรชาวจีนระยอง แนะปชช.ขอดูบัตร เช็กชื่อผ่าน “POLICE CARE” ก่อนเชื่อ

เผยแพร่: 14 ส.ค. 2569 22:03   ปรับปรุง: 14 ส.ค. 2569 22:24   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



โฆษก ตม.3 เผยรวบแล้ว 3 ราย แก๊งแอบอ้างเจ้าหน้าที่ตม. ตระเวนเรี่ยไรชาวจีน จ.ระยอง เตือนประชาชน–คนต่างชาติ ขอดูบัตร เช็กชื่อผ่าน “POLICE CARE” หากสงสัยโทรยืนยันต้นสังกัดก่อน

จากกรณีปรากฏข่าวกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง และทหาร เข้าไปในพื้นที่บ้านพักและสถานประกอบการของชาวจีนใน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นั้น

ล่าสุดวันนี้ (14 ส.ค.) เวลาประมาณ 21.00 น. ที่ บก.ตม.3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะโฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกรับ ร่วมกับฝ่ายสืบสวน ตม.จว.ระยอง สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้วจำนวน 3 ราย หลังสืบทราบว่ามีการตระเวนก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมตรวจยึดรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ 4 ประตู ซึ่งตรงกับรถที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบทะเบียนรถยนต์ที่ถูกทำลายอีก 2 ป้าย รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลหาผู้เสียหายเพิ่มเติม


พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและชาวต่างชาติว่า หากมีบุคคลมาแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ประชาชนสามารถ ขอทราบยศ ชื่อ–นามสกุล ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมขอดูบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ รวมถึงสามารถถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอขณะปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนสังเกตและจดจำรายละเอียดของบุคคล รถยนต์ หรือข้อมูลอื่นที่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ออกไปขอรับบริจาค หรือขายบัตรการกุศลในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด

“หากไม่มั่นใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ อย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือมอบเงินและทรัพย์สินให้ ขอให้ตรวจสอบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ก่อน และหากยังมีข้อสงสัยสามารถสอบถามไปยังสถานีตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด หรือหน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่ได้โดยตรง”


พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถนำ ชื่อ–นามสกุล ของบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจไปตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ในเมนู “ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ และควรโทรศัพท์ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง เพื่อยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริง และได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนั้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้ การตรวจพบว่ามีตำรวจชื่อนั้นอยู่จริง ยังไม่ควรถือเป็นการยืนยันตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมิจฉาชีพอาจนำชื่อ ยศ ภาพถ่าย หรือข้อมูลของเจ้าหน้าที่จริงไปแอบอ้างได้ จึงควรตรวจสอบให้สอดคล้องกันทั้ง ตัวบุคคล สังกัด และการปฏิบัติหน้าที่ หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย มีการข่มขู่ ขอเงิน ให้โอนเงิน หรือพยายามนำตัวไปยังสถานที่อื่น ให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและรีบแจ้ง 191 หรือสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ทันที

โฆษก ตม.3 กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปใช้ข่มขู่ หลอกลวง หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เนื่องจากนอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกรณีที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้เสียหาย ซึ่งทุกหน่วยจะบูรณาการร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด