เปิดตัว POCO F9 Series มือถือสายเกม ชูเฟรมเรตสูงสุด 185 FPS
POCO F9 Ultra รุ่นใหญ่สุดของซีรีส์ให้แบต 8,050mAh ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ F Series เน้นประสบการณ์ของสายเกม เฟรมเรตสูงสุด 185 fps
POCO แบรนด์ลูกของเสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงภายใต้ซีรีส์ POCO F9 Series ซึ่งมีด้วยกันสองรุ่น ได้แก่ POCO F9 Ultra และ POCO F9 Pro ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
เริ่มต้นที่ชิปเซต POCO F9 Ultra มาพร้อมกับชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 ขณะที่ POCO F9 Pro ใช้ชิปเซต Snapdragon 8 Elite Gen 5 V Series รหัส SM8850-1-AB ซึ่งเป็นชิปเซตรุ่นรอง
ฟีเจอร์ที่ POCO ชูเป็นจุดขายของมือถือซีรีส์ชุดนี้ก็คือการรองรับเฟรมเรตในเกมสูงสุด 185 FPS ผ่าน WildBoost Engine ซึ่ง POCO ระบุว่า สูงกว่าการเล่นที่ 120 FPS อยู่ 65 เฟรมต่อวินาที และลดระยะห่างระหว่างการรีเฟรชลง 3 มิลลิวินาที
หน้าจอเป็น HyperRGB แบบ AMOLED รีเฟรชเรตสูงสุด 185Hz ตามที่ระบุไว้ข้างต้น โดย POCO F9 Ultra เป็นจอที่มีขนาดหน้าจอ 6.9 นิ้ว ความละเอียด 2608x1200 พิกเซล
ส่วน POCO F9 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.59 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ 2510x1156 พิกเซล ทั้งสองรุ่นใช้กระจกแบบ Gorilla Glass 7i และเซ็นเซอร์สแกนนิ้วอัลตราโซนิกใต้จอ
ระบบกล้องเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ของซีรีส์ ทั้งสองรุ่นใช้กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล โดยในรุ่นท็อปอย่าง F9 Ultra ได้เพิ่มกล้องเทเลโฟโต้แบบ Periscope ซูมออปติคัล 5x รองรับ 10x Lossless Zoom และ 20x AI Ultra Zoom
ขณะที่ POCO F9 Pro ใช้กล้องเทเลโฟโต้แบบ Floating ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคัล 2.5x โฟกัสใกล้สุด 10 เซนติเมตร สำหรับกล้องอัลตราไวด์ POCO F9 Ultra ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ส่วน F9 Pro รุ่นสเปกลงมาหน่อยเหลือเซ็นเซอร์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังรองรับฟีเจอร์ Live Cinematography บันทึกวิดีโอระดับ 4K Ultra HD พร้อมการเปลี่ยนระยะโฟกัสอัตโนมัติ
ในส่วนแบตเตอรี่ถือว่า POCO F9 Ultra ให้ความจุที่ใหญ่ทีเดียวด้วยขนาด 8,050mAh ส่วนประกอบเป็นซิลิคอน-คาร์บอน 16 เปอร์เซ็นต์ โดยจากการทดลองในห้องแล็บอ้างว่า แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 2 วัน ส่วนรุ่น POCO F9 Pro ให้ความจุมาที่ 6,330mAh โดยที่ยังรองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge แบบมีสาย และ 50W HyperCharge แบบไร้สาย รวมถึงการชาร์จย้อนกลับแบบมีสาย 27W และไร้สาย 22.5W
สุดท้ายคือเรื่องของการออกแบบ POCO F9 Ultra มีให้เลือกสองสีคือ สี Dark Cherry และสีดำ มาพร้อมไฟ Dynamic Light ที่ฝาหลังซึ่งเปลี่ยนเอฟเฟกต์ตามสายเรียกเข้า การแจ้งเตือน การเล่นเกม และการฟังเพลง
ขณะที่ POCO F9 Pro มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาว, สีดำ และสีเขียว Aurora Green และสี Aurora Green ถือเป็นสีที่ POCO เน้นเป็นพิเศษเพราะมีการออกแบบฝาหลังเรืองแสงเต็มแผงครั้งแรก อีกทั้งยังเปล่งแสงได้เมื่อโดนกับแสงแดด หรือไฟจากตัวอาคาร
สำหรับราคาจำหน่ายของ POCO F9 Series โดยในรุ่น F9 Ultra ขนาด RAM และ ROM 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 31,990 บาท รุ่น 16GB+512GB ราคา 34,990 บาท และรุ่น 16GB+1TB ในราคา 39,990 บาท
ทางด้าน POCO F9 Pro รุ่น 12GB+256GB วางจำหน่ายราคา 27,990 บาท และรุ่น 12GB+512GB ราคา 29,990 บาท