“ยศชนัน” ติดตามโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” ดึงเอกชนรับซื้อเศษวัสดุเกษตร หวังลด PM2.5


ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ “เลิกเผา เป๋าตุง” ภายใต้แนวทาง PMUC Zero Burn to Earn ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยกลไกเศรษฐกิจ เปลี่ยนจากปัญหามลพิษเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแก้ปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องมุ่งจัดการที่ต้นเหตุและออกแบบแนวทางให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ แม้ในช่วงเดือนสิงหาคมคุณภาพอากาศภาคเหนือยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม เพื่อให้มาตรการเกิดผลก่อนเข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคม โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ประชาชนเห็นว่า “เลิกเผา” สามารถสร้างรายได้ได้จริง

สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการริเริ่มโครงการในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อ 2 เดือนก่อน โดยนำแนวทางมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่เชียงราย เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบ ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในภาคเหนือและทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กลไกสำคัญของโครงการคือการสร้างตลาดรองรับเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวง อว. ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน 5 ราย ได้แก่ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น, บจก.สหโคเจน กรีน, บจก.กรีน ลีฟ พาวเวอร์, บจก.อีพีซี พลังงานยั่งยืน และ บจก.สยามวัฒนา ภายใต้ความร่วมมือระยะ 1 ปี พร้อมลงนามรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรรวม 40,000 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำไปแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ด เยื่อเชิงกล (CTMP) สำหรับบรรจุภัณฑ์ ไบโอชาร์ และฉนวนเส้นใย

ความคืบหน้าในช่วง 4 เดือนแรกของโครงการ จาก 8 เส้นทางนำร่อง สามารถนำเศษวัสดุทางการเกษตรกลับเข้าสู่ระบบได้แล้ว 330,000 กิโลกรัม และช่วยลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 270 กิโลกรัม สะท้อนแนวทางการแก้ปัญหามลพิษผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

สำหรับเป้าหมายระยะ 5 ปี โครงการตั้งเป้าขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วภาคเหนือ และนำเศษวัสดุทางการเกษตรเข้าสู่ระบบรวม 200,000 ตัน เพื่อนำไปผลิตเป็นพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมลดการเกิดฝุ่น PM2.5 สะสมได้ประมาณ 1.6 ล้านกิโลกรัม

โครงการ “เลิกเผา เป๋าตุง” จึงมุ่งเปลี่ยนมุมมองต่อเศษวัสดุทางการเกษตร จากสิ่งที่ต้องกำจัดด้วยการเผา มาเป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการลดปัญหามลพิษทางอากาศและสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

Back to top button