ธปท. เดินหน้า “สร้างคอขวด” สกัดเงินเทา เตรียมห้าม Payment รับชำระเว็บพนัน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้เดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะธุรกรรมผิดกฎหมายทั้งระบบ ซึ่งเป็นตัวการฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่ำลงต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้เพียงประมาณ 2.3% ในปี 2569 ทั้งยังก่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรผิดพลาด (Misallocation of resources) และดึงเม็ดเงินหมุนเวียนออกจากระบบเศรษฐกิจจริง
ทั้งนี้ ธปท. อาจไม่มีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง แต่ได้พยายามดำเนินยุทธศาสตร์สร้าง “คอขวด” และเพิ่มอุปสรรคตามจุดเชื่อมต่อของระบบการเงิน เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเงินของกลุ่มธุรกิจนอกระบบ พนันออนไลน์ และขบวนการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น
ขณะที่มาตรการสกัดธุรกรรมต้องสงสัยเริ่มส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดขนาดใหญ่ ที่กำหนดให้การถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท มีการตรวจสอบ และระบุวัตถุประสงค์การใช้เงิน ส่งผลให้ยอดการถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาทในปัจจุบันลดลงมากกว่า 50% เหลือ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมที่เคยสูงถึง 100,000 ล้านบาทต่อเดือน
สำหรับช่องทางการแปลงสภาพเงินผิดกฎหมายเป็นทองคำ ทาง ธปท. ได้กำหนดเกณฑ์รายงานการถอนทองคำกายภาพเกิน 2 กิโลกรัม หรือมูลค่าราว 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่งผลให้ยอดการถอนทองคำจริงลดลงมากกว่า 70% ช่วยสกัดกั้นการแปรสภาพเงินผิดกฎหมายผ่านร้านทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ธปท. ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบความผิดปกติในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หลังพบปริมาณการซื้อขายเหรียญสเตเบิลคอยน์ (USDT) พุ่งสูงผิดปกติรวมหลายแสนล้าน USDT ในช่วง 4–5 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบลักษณะพฤติกรรมเป็นการถอนเงินสดหรือโอนเงินเข้ามาซื้อ USDT แล้วโอนออกไปยังต่างประเทศทันทีในชื่อของบุคคลอื่น ซึ่งส่อเจตนาฟอกเงินอย่างชัดเจน
ดังนั้น ธปท. ได้กำหนด 24 รูปแบบธุรกรรมต้องสงสัย (24 Risk Patterns) เพื่อให้สถาบันการเงินใช้ตรวจจับความผิดปกติ เช่น การโอนเงินย่อยซ้ำ ๆ พร้อมยกระดับเกณฑ์ตรวจสอบลูกค้าอย่างเข้มงวด ทั้งการยืนยันตัวตน (KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง (CDD) และการตรวจสอบอย่างเข้มข้น (EDD) ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์สำคัญในระยะถัดไป ธปท. เตรียมออกประกาศกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบรับชำระเงิน (Payment) โดยกำหนดข้อห้ามไม่ให้ผู้ให้บริการรับชำระเงินแก่ธุรกิจสีเทาหรือแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์อย่างเด็ดขาด ซึ่งประกาศดังกล่าวจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์หน้าแล้ว
นอกจากนี้ ธปท. ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และ 11 สมาคมทางการเงินภายใต้การกำกับดูแล ครอบคลุมกลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และผู้ให้บริการโอนเงิน ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์เพื่อปิดประตูไม่ให้ระบบการเงินตกเป็นช่องทางผ่านของเงินนอกระบบและคอร์รัปชันในระยะยาว
“ธปท. ต้องการยกระดับการแก้ปัญหาเงินเทา และคอร์รัปชัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่โปร่งใส ปลอดภัย สามารถสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายวิทัย กล่าว
Back to top button