ผู้บริหาร ‘มาม่า’ ชี้ น้ำท่วมกระตุ้น Panic Buying สินค้าขาดชั้นวางชั่วคราว ย้ำสต็อกหน้าร้านยังมีสำรอง แต่การเติมอาจล่าช้า
พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า’ เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัด ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเร่งออกไปซื้อสินค้า จนสินค้าบางประเภทหมดจากชั้นวางอย่างรวดเร็ว
- สต็อกหน้าร้านยังมีสำรอง แต่การเติมสินค้าอาจล่าช้า
- โรงงานยังผลิตตามปกติ มีวัตถุดิบสำรองเพียงพอ
- ชี้ระบบเตือนภัยล่าช้า ทำประชาชนพึ่งข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย
มองว่าสาเหตุสำคัญมาจากการที่ประชาชนได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยในช่วงเช้าอย่างกะทันหัน ราวเวลา 09.00 น. เมื่อห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ เปิดให้บริการ ประชาชนจึงพากันออกไปซื้อสินค้าเพื่อกักตุนทันที ส่งผลให้เกิดภาวะตื่นตระหนกซื้อ หรือ Panic Buying ในระยะสั้น
เมื่อพิจารณาลำดับ พบว่าสินค้าเริ่มหมดจากร้านสะดวกซื้อก่อน จากนั้นจึงขยายไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น โลตัส โดยสินค้ากลุ่มเนื้อหมูเป็นสินค้าที่หมดจากชั้นวางเป็นอันดับแรก ตามด้วยผักสด
สต็อกหน้าร้านยังมีสำรอง แต่การเติมสินค้าอาจล่าช้า
สำหรับการบริหารจัดการสต็อกสินค้า ปัญหาหลักในระยะแรกคือการนำสินค้าจากคลังหลังร้านมาเติมบนชั้นวางให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยปกติแล้ว ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จะมีสินค้าสำรองอยู่ในระบบเพียงพอรองรับความต้องการประมาณ 2–3 วัน
ขณะที่การขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้า หรือ DC ไปยังหน้าร้าน อาจประสบอุปสรรคชั่วคราว เนื่องจากห้างสรรพสินค้ามักใช้รถขนส่งขนาดเล็กในการกระจายสินค้าไปยังแต่ละสาขา ซึ่งอาจไม่สามารถเดินทางหรือเข้าพื้นที่บางแห่งได้อย่างสะดวกในช่วงเกิดน้ำท่วม
ส่วนการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปยังศูนย์กระจายสินค้าของลูกค้า ยังดำเนินการได้ตามปกติและไม่มีปัญหา เนื่องจากใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ในการขนส่ง โดยสินค้าจะผ่านคลังสินค้าของสหพัฒน์ ก่อนส่งต่อไปยังศูนย์กระจายสินค้าของลูกค้า
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ศูนย์กระจายสินค้าของลูกค้า ซึ่งไม่นับรวมสินค้าที่อยู่หน้าร้าน ยังมีสต็อกเพียงพอรองรับความต้องการได้อีกประมาณ 3–4 วัน และผู้ผลิตพร้อมเติมสินค้าเข้าสู่ศูนย์กระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง
โรงงานยังผลิตตามปกติ มีวัตถุดิบสำรองเพียงพอ
ด้านศักยภาพการผลิต พันธ์ กล่าวต่อว่า โรงงานยังคงเดินหน้าผลิตสินค้าได้ตามปกติ เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบไว้ในโกดังในปริมาณเพียงพอ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องหยุดสายการผลิต
แม้การจัดส่งวัตถุดิบบางรายการจากซัปพลายเออร์อาจล่าช้าออกไปประมาณ 1–2 วัน แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงวันเสาร์–อาทิตย์ และโดยปกติวันอาทิตย์ไม่มีการจัดส่งวัตถุดิบอยู่แล้ว จึงคาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมากที่สุดถึงวันจันทร์ ก่อนที่การจัดส่งจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
คาดผลกระทบระยะสั้น ไม่ใช่ภาวะขาดแคลนสินค้าระยะยาว
สำหรับการประเมินสถานการณ์ครั้งนี้ มองว่าเหตุการณ์เกิดจากฝนตกหนักอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำฝนสูง ส่งผลให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้นประมาณ 2–3 วันเท่านั้น
สถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำขังเป็นเวลานานถึง 15–20 วัน ดังนั้น ภาวะสินค้าขาดจากชั้นวางในครั้งนี้จึงน่าจะเป็นผลจากการเร่งซื้อและกักตุนสินค้าในช่วงเวลาสั้นๆ มากกว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนสินค้าในระยะยาว
ทั้งนี้ ห้างร้านต่างๆ ยังสามารถปรับแผนการกระจายสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหาได้ เช่น การเปลี่ยนไปใช้รถขนส่งขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าเข้าสู่สาขาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าขนาดเล็กตามซอกซอยมีแนวโน้มที่สินค้าจะหมดเร็วกว่า เนื่องจากเป็นจุดที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและมักเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการซื้อสินค้าในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉิน
ชี้ระบบเตือนภัยล่าช้า ทำประชาชนพึ่งข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย
พันธ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ระบบแจ้งเตือนภัยของภาครัฐอาจล่าช้าไปเล็กน้อย เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลอย่างกะทันหัน จึงหันไปติดตามข่าวสารจากเพจต่างๆ บนโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และเกิดความกังวลจนต้องออกไปซื้อสินค้ากักตุน
อย่างไรก็ตาม จากศักยภาพด้านการผลิต ปริมาณวัตถุดิบสำรอง และสต็อกสินค้าในศูนย์กระจายสินค้า บริษัทเชื่อว่าสถานการณ์จะสามารถคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน และจะไม่นำไปสู่ภาวะสินค้าขาดแคลนแน่นอน
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
วาราดา ทองจำนงค์
Content Creator สำนักข่าว THE STANDARD WEALTH