OSP ลุ้นครึ่งปีหลังโตต่อ รับรายได้เมียนมาฟื้น โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 19 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 5.0% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามประมาณการ

รายได้รวมอยู่ที่ระดับลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน และ 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มเครื่องดื่มปรับตัวลดลง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ลดลง 16.3% จากไตรมาสก่อน และ 41.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ไม่รวมผลกระทบจากการปรับค่าเงินในเมียนมา รายได้จากเมียนมายังลดลง 12.6% จากไตรมาสก่อน และ 16.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ส่งผลให้การนำเข้าวัตถุดิบทำได้ยากและกระทบต่อการผลิตและการจำหน่าย ขณะที่รายได้จากกลุ่ม Personal Care เพิ่มขึ้นประมาณ 9.8% จากไตรมาสก่อน

สำหรับรายได้จากเครื่องดื่มในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 6.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งเครื่องดื่มชูกำลังและ Functional Drink

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 42.8% จาก 42.5% ในไตรมาส 1/2569 และ 41.9% ในไตรมาส 2/2568 แม้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการดำเนินมาตรการลดต้นทุน (Cost Saving) โดยเฉพาะการรวมศูนย์การผลิตที่แล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังปี 2568

ขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อน และ 17.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) อยู่ที่ 22.5% ลดลงจาก 24.4% ในไตรมาส 2/2568 แต่เพิ่มขึ้นจาก 21.9% ในไตรมาส 1/2569 ตามรายได้ที่ลดลง

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.26 พันล้านบาท ลดลง 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรปกติเพิ่มขึ้น 14.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 60% ของประมาณการกำไรทั้งปี

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะปรับตัวลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทจะเริ่มรับรู้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และพลังงานที่สูงขึ้นเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่ากำไรจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ คาดว่ารายได้จากตลาดเมียนมาจะทยอยฟื้นตัว หลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้าเริ่มคลี่คลาย และบริษัทสามารถเพิ่มการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปผ่านชายแดนได้ หลังเมียนมากลับมาเปิดด่านอีกครั้ง

ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) 60% และ Dividend Yield 2.6%

ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ ซื้อ” สำหรับ OSP พร้อมราคาเป้าหมายที่ 19 บาท โดยมองว่าการฟื้นตัวของรายได้ในเมียนมาและการบริหารจัดการต้นทุนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในระยะต่อไป

Back to top button