NVIDIA ทุบสถิติ งบ Q2 รายได้พุ่ง 9.6 หมื่นล้านดอลล์ โตกระฉูดจากพลัง AI
<ol>
NVIDIA ทุบสถิติ งบ Q2 รายได้พุ่ง 9.6 หมื่นล้านดอลล์ โตกระฉูดจากพลัง AI
เผยแพร่: 27 ส.ค. 2569 05:34 ปรับปรุง: 27 ส.ค. 2569 05:34 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
สถิติใหม่สะเทือนวอลล์สตรีท! เอ็นวิเดีย (NVIDIA) ประกาศงบ Q2 กวาดรายได้เต็มกระเป๋า 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โตกระฉูด 106% ตอกย้ำ "Compute is Revenue" ขุมพลัง AI ยังไร้จุดสิ้นสุด
สำหรับผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 (สิ้นสุดเดือนกรกฎาคม 2026) NVIDIA สามารถสร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยรายได้รวม 96,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.27 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 106% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทุบตัวเลขที่บรรดานักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 92,200–92,380 ล้านดอลลาร์ลงอย่างราบคาบ
***รายได้ 92% มาจาก Data Center
ในรายได้รวม 96,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐ NVIDIA ระบุว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ทำเงินไปถึง 89,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 92% ของรายได้ทั้งหมด และเติบโตอย่างร้อนแรง 117% ต่อปี
อัตรากำไรขั้นต้นหรือ Gross Margin Non-GAAP ของ NVIDIA ทรงตัวอยู่ในระดับสูงลิ่วที่ 75.0% โดยกำไรสุทธิพุ่งทะยานแตะ 53,954 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 118% ต่อปี ส่งให้กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.22 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.09–2.10 ดอลลาร์
***วลีเด็ด Compute is Revenue
เจนเซน หวาง (Jensen Huang) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง NVIDIA ได้กล่าวเน้นย้ำถึงจุดเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีว่า AI ได้ก้าวข้ามจุดเปลี่ยนมาแล้ว และตอนนี้สามารถทำงานที่มีประโยชน์ ทำให้ Token ต่างๆ ล้วนสร้างผลิตผลและทำกำไรได้จริง และ ณ วันนี้ พลังการประมวลผล (Compute) จึงกลายเป็นรายได้ (Revenue) นำไปสู่บทสรุปที่ว่า "Now, Compute is Revenue" ซึ่งเป็นวาทะสำคัญจาก NVIDIA ในนาทีนี้
ซีอีโอ NVIDIA เชื่อว่าความต้องการพลังการประมวลผลยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์จึงมองว่าคำแถลงนี้ช่วยคลายความกังวลของเหล่านักลงทุนเกี่ยวกับคำถามเรื่อง "AI Bubble" หรือความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับบิ๊ก Hyperscalers เช่น Microsoft, Alphabet / Google, Amazon และ Meta ยังคงทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลต่อเนื่อง
หากเปรียบเทียบผลงานย้อนหลังของ NVIDIA พบว่าการทะยานขึ้นของรายได้สะท้อนการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมชิปจาก Hopper สู่ Blackwell และขยับเข้าสู่ยุคของสถาปัตยกรรม Vera Rubin โดยส่วนของรายได้รวม NVIDIA สถิติในไตรมาส Q2 FY2027 ที่บริษัทสามารถทำได้ 96,221 ล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงขึ้นกว่าสถิติในไตรมาส Q1 FY2027 ที่เคยทำรายได้ 81,615 ล้านดอลลาร์ และสูงกว่าไตรมาส Q2 FY2026 ที่เคยทำรายได้ 46,743 ล้านดอลลาร์
ในส่วนรายได้ธุรกิจ Data Center ตัวเลขปัจจุบันที่ NVIDIA ทำได้ 89,000 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้น 75.0% ถือว่าสูงขึ้นกว่าสถิติในไตรมาส Q1 FY2027 ที่เคยทำรายได้ Data Center ราว 74,800 ล้านดอลล์ บนมาร์จิ้น 75.0% ทิ้งห่างจากสถิติใน Q2 FY2026 ที่ทำรายได้ Data Center ราว 40,900 ล้านดอลลาร์ บนมาร์จิ้น 72.5%
***ป้ายต่อไป แสนล้านดอลล์
เป้าหมายของ NVIDIA ในไตรมาสถัดไปนั้นคือระดับแสนล้านดอลลาร์ โดยบริษัทมีระบุคาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาส 3 FY2027 ไว้สูงถึง 108,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (±2%) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทตั้งเป้าไว้ที่ 104,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป้าหมายนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไม่มีรายได้ส่วนประมวลผล Data Center จากประเทศจีนเข้ามาสนับสนุนเลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว
NVIDIA ยังเปิดเผยด้วยว่ามีข้อผูกพันด้านคำสั่งซื้อและซัปพลาย เพิ่มขึ้นแตะ 279,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยบันทึกไว้ 119,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการล็อกคิวจัดซื้อหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) เพื่อส่งมอบสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Vera Rubin และชิปตระกูล Blackwell Ultra
แม้ตัวเลขจะดีกว่าคาดทุกบรรทัด แต่ราคาหุ้น NVDA ในช่วงหลังการประกาศผลประกอบการ นั้นปรับตัวลงเล็กน้อยราว 1-2% มาเคลื่อนไหวแถว 205–208 ดอลลาร์ เนื่องจากราคาหุ้นตอบรับความคาดหวังเชิงบวกไปมากในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ประกอบกับกำไรขั้นต้นคาดการณ์ในไตรมาส 3 ชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 74.0%
ในช่วงก่อนหน้ารายงานงบ ราคาหุ้น NVIDIA ดีดตัวรับความคาดหวังอย่างรวดเร็ว แต่พอตัวเลขออกมาดีตามคาด นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะขายทำกำไรทันที ทำให้หุ้นเกิดการย่อตัวหรือแกว่งตัวในกรอบกว้าง ข้อมูลทางสถิติพบว่าในรอบ 8 ไตรมาสหลังสุด หุ้น NVIDIA ได้ปรับตัวลดลงในวันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศงบใน 6 ไตรมาสทีเดียว
ไม่แน่ NVIDIA อาจจะมีไตรมาสที่สวยงามเช่นนี้ต่อไปอีก เพราะ Jensen Huang ซีอีโอระบุว่าปัจจุบันบริษัทใหญ่ระดับองค์กร และบริการคลาวด์เริ่มนำ AI ไปประยุกต์ใช้งานและสร้างผลตอบแทนเป็นรูปธรรมได้จริงแล้ว ทำให้ความต้องการฮาร์ดแวร์เร่งประมวลผลยังคงสูงต่อเนื่อง ซึ่ง NVIDIA มีการเตรียมความพร้อมชิป Blackwell Ultra โดยบริษัทมีการเพิ่มมูลค่าสินค้าคงคลังเพื่อเตรียมส่งมอบชิปตระกูลสถาปัตยกรรม Blackwell และ Rubin ล็อตใหญ่เข้าสู่ตลาดโลก ทำให้แนวโน้มของ NVIDIA ยังคงสดใส แม้จะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งมาตรการควบคุมและ แบนการส่งออกชิป AI ไปยังตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนก็ตาม.