รีวิว Nothing Phone (4b) มือถือดีไซน์ไม่เหมือนใคร กล้อง AI ใหม่ แบตอึดกว่าเดิม

Nothing ยังคงเดินหน้าสร้างความแตกต่างให้กับตลาดสมาร์ทโฟน Android อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Nothing Phone (4b) ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาทำตลาดในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้ครบ ทั้งดีไซน์โปร่งใส ซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหล และลูกเล่น Glyph Bar ที่ไม่มีใครเหมือน

Sanook Hitech ได้รับเครื่องรุ่นนี้มารีวิวให้ได้ชมกันกับความจุเดียว เห็นแบบนี้แล้วดีไหม เรามาดูกันเลย

batchimg_20260812_171411

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือด้านหลังแบบ Transparent Design ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดย Nothing Phone (4b) ปรับดีไซน์ใหม่ให้เรียบขึ้น แต่ยังคงเผยให้เห็นองค์ประกอบภายในเครื่อง พร้อมเส้นสายที่ดูสะอาดตา

batchimg_20260812_171429

ด้านหลังเลือกใช้ Glyph Bar แทน Glyph Interface แบบเดิม เป็นแถบไฟ LED ที่สามารถแจ้งเตือนสายเข้า การชาร์จแบตเตอรี่ การจับเวลา รวมถึงกำหนดรูปแบบไฟให้กับผู้ติดต่อแต่ละคนได้ ทำให้ยังคงมีลูกเล่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป

ตัวเครื่องเป็นแบบ Unibody ให้ความรู้สึกแข็งแรง จับถือถนัดมือ น้ำหนักกำลังดี และแม้จะใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ทำให้เครื่องรู้สึกหนาจนเกินไป

batchside

ตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ ใช้งานง่าย

Nothing ยังคงจัดวางปุ่มในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก

  • ปุ่ม Power อยู่ด้านขวา
  • ปุ่มเพิ่มและลดเสียงอยู่ด้านซ้าย
  • ด้านล่างเป็น USB-C, ลำโพง และไมโครโฟนหลัก
  • ด้านบนเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ปุ่มต่าง ๆ มีระยะการกดที่แน่น ไม่โยกคลอน และสามารถใช้งานมือเดียวได้สบาย

batchimg_20260812_171443

หน้าจอ AMOLED 120Hz ลื่น สีสวย

Nothing Phone (4b) มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุดราว 2,000 nits รองรับ HDR10+ ทำให้การรับชมวิดีโอหรือเล่นเกมให้สีสันสดใสและการเลื่อนหน้าจอลื่นไหลมาก 

batchperformance-1

ประสิทธิภาพ / แบตเตอรี่

ภายในเลือกใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 4 ผลิตบนสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร ทำงานร่วมกับ RAM 8GB และความจุ 128GB

จากการทดลองใช้งาน ทั้งการเล่นโซเชียล ถ่ายรูป ดู YouTube หรือเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV และ PUBG Mobile สามารถทำได้ลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น อีกทั้งยังจัดการความร้อนได้ดีเมื่อใช้งานต่อเนื่อง

ส่วนขนาดแบตเตอรี่ความจุ 5,200mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน ทำให้ใส่แบตก้อนใหญ่โดยตัวเครื่องยังคงบางและจับถือสะดวก

รองรับชาร์จไว 33W เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และจากการทดลองใช้งานทั่วไป สามารถใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่ต้องพก Power Bank 

batchimg_20260812_171526

ฟีเจอร์กล้อง

Nothing Phone (4b) มีแค่ 2 กล้องประกอบด้วย

batchimg_20260812_171451

ฟีเจอร์ TrueLens Engine 4

Nothing นำระบบ TrueLens Engine 4 ซึ่งเป็นระบบ Computational Photography รุ่นใหม่มาใช้งาน โดยใช้ AI วิเคราะห์ภาพหลายเฟรมก่อนรวมออกมาเป็นภาพสุดท้าย ทำให้ภาพที่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่สายตามองเห็น ทั้งสี รายละเอียด และ Dynamic Range

ฟีเจอร์เด่นของ TrueLens Engine 4 ประกอบด้วย

  • Ultra XDR Photo รวมหลายเฟรมเพื่อดึงรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง
  • Ultra XDR Motion ถ่ายวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้คมชัดขึ้น ลดอาการเบลอ
  • AI Semantic Segmentation AI แยกท้องฟ้า คน อาคาร ต้นไม้ หรือสัตว์ออกจากกัน แล้วปรับแสงและสีแยกแต่ละส่วน ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ
  • Night Mode ลด Noise พร้อมเพิ่มรายละเอียดในที่แสงน้อย
  • Portrait Mode เบลอฉากหลังได้เนียนขึ้น พร้อมแยกขอบตัวแบบแม่นยำกว่าเดิม
  • Skin Tone Algorithm ปรับโทนสีผิวให้ดูสมจริง ไม่เร่งสีจนเกินไป
  • Action Mode เพิ่มความเร็วชัตเตอร์สำหรับถ่ายเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือกีฬา
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K พร้อมการประมวลผลสีแบบเดียวกับภาพนิ่ง

จากการทดลองใช้งาน สิ่งที่ประทับใจคือ Nothing ไม่ได้เร่งสีภาพมากจนเกินไป แต่เลือกเก็บรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะภาพย้อนแสงที่ Ultra XDR ช่วยดึงรายละเอียดของท้องฟ้าและตัวแบบกลับมาได้ดี รวมถึง AI Semantic Segmentation ที่ช่วยให้ต้นไม้หรืออาคารมีมิติโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ และยังมี Disco Filter ที่ถ่ายแล้วดูย้อนยุค

batchallpice

(ตัวอย่างภาพ)

batchimg_20260812_171443

ฟีเจอร์ทั่วไปที่น่าใช้

ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 บน Android 16 ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์ ด้วยหน้าตาที่สะอาด ไม่มีแอปติดเครื่องจำนวนมาก พร้อมรองรับ AI ต่างๆ และมี Widget และธีม Dot Matrix อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing นอกจากนี้ Nothing ยังรับประกันอัปเดต Android 3 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัยนาน 6 ปีเ เรียกว่าใช้งานได้ยาวนาน 

และมีฟีเจอร์อื่นๆ ประกอบด้วย

Essential AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ไม่ได้มีไว้แค่ตอบคำถาม

Nothing ไม่ได้พยายามสร้าง AI ที่เป็นเพียงแชตบอต แต่เลือกพัฒนา Essential AI ให้เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน โดยผสานเข้ากับ Nothing OS 4.1 ผ่านปุ่ม Essential Key และฟีเจอร์ Essential Space ทำให้การจดจำ บันทึก และค้นหาข้อมูลทำได้ง่ายขึ้นโดยแทบไม่ต้องเปิดหลายแอป

Essential Key ปุ่มลัดที่ใช้งานได้มากกว่าที่คิด

บริเวณด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Essential Key เพิ่มเข้ามา ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับระบบ AI โดยเฉพาะ

  • กดหนึ่งครั้ง พร้อมแคปหน้าจอเพื่อบันทึกเข้า Essential Space
  • กดค้าง เพื่อบันทึก Voice Note พร้อมให้ AI สรุปใจความสำคัญ
  • กดสองครั้ง เพื่อเข้าสู่ Essential Space ได้ทันที

จุดเด่นคือ AI จะไม่เพียงแค่เก็บข้อมูล แต่ยังช่วยจัดหมวดหมู่ สรุปเนื้อหา และเตือนสิ่งสำคัญให้อัตโนมัติ ทำให้เหมือนมีสมุดบันทึกอัจฉริยะติดตัวตลอดเวลา

batchimg_20260812_171504

Essential Space เก็บทุกอย่างไว้ในที่เดียว

Essential Space เป็นศูนย์รวมข้อมูลที่ผู้ใช้บันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็น Screenshot รูปภาพ บันทึกเสียง หรือข้อความต่าง ๆ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์และจัดระเบียบให้อัตโนมัติ

ยกตัวอย่างเช่น หากแคปหน้าจอข้อมูลการเดินทาง หรือรายการที่ต้องซื้อ AI สามารถสรุปเป็น To-do List พร้อมจดจำกำหนดการสำคัญได้โดยไม่ต้องทำเอง

  • สรุปข้อความอัตโนมัติ
  • สร้าง To-do List
  • จดจำเหตุการณ์และกำหนดการ
  • ค้นหาสิ่งที่เคยบันทึกได้ง่ายขึ้น

Live Updates ติดตามทุกอย่างแบบเรียลไทม์

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ของ Nothing OS 4.1 คือ Live Updates ที่แสดงข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลจะแสดงได้หลายตำแหน่ง ได้แก่

  • Always-on Display (AOD)
  • หน้าจอล็อก
  • Status Bar
  • Heads-up Notification
  • Glyph Bar ด้านหลังเครื่อง

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ติดตามอาหารเดลิเวอรี การเดินทางผ่านแอปรถรับส่ง ตัวจับเวลา หรือความคืบหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ ได้จากหน้าจอหรือแถบ Glyph โดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง ช่วยลดการหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ

Glyph Bar ฉลาดขึ้นกว่าเดิม

Glyph Bar ไม่ได้เป็นเพียงไฟแจ้งเตือนเหมือนในอดีต แต่กลายเป็นแถบแสดงความคืบหน้าของข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น

  • สถานะการชาร์จแบตเตอรี่
  • ตัวจับเวลานับถอยหลัง
  • สถานะการส่งอาหาร
  • การเดินทางของรถรับส่ง
  • นับถอยหลังก่อนถ่ายภาพ
  • ไฟแจ้งเตือนระหว่างบันทึกวิดีโอ

ทำให้ผู้ใช้สามารถรับรู้ข้อมูลสำคัญได้เพียงเหลือบมองด้านหลังเครื่อง โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอทุกครั้ง

หมายเหตุ : บางฟีเจอร์ยังไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้

Essential Search ค้นหาได้มากกว่าแค่ในเครื่อง

Nothing ยังเพิ่ม Essential Search ที่สามารถค้นหาข้อมูลทั้งภายในเครื่องและบนอินเทอร์เน็ตจากช่องค้นหาเดียว

  • ค้นหาไฟล์และแอปในเครื่อง
  • ค้นหาสิ่งที่เคยบันทึกใน Essential Space
  • แปลภาษา
  • ค้นหาสูตรอาหาร ข่าว หรือข้อมูลทั่วไป
  • ถาม AI ได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดแอปอื่น

Creator Playground แต่งเครื่องได้มากกว่าที่เคย

Nothing เปิดพื้นที่ใหม่ชื่อ Creator Playground ให้ผู้ใช้งานและคอมมูนิตี้สามารถแบ่งปันผลงานและดาวน์โหลดสิ่งที่สร้างขึ้นร่วมกันได้

  • Essential Apps
  • Glyph Toys
  • Camera Presets
  • EQ Profiles

แนวคิดนี้ทำให้ Nothing Phone มีความเป็น Community มากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป เพราะผู้ใช้สามารถแชร์ลูกเล่นและการตั้งค่าระหว่างกันได้

โหมดเล่นเกมก็ได้รับการอัปเกรด

สำหรับสายเกม Nothing Phone (4b) ก็เพิ่มการปรับแต่งหลายส่วนเพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น ได้แก่

  • รองรับการแสดงผลสูงสุด 120 FPS ในเกมที่รองรับ เช่น ROV และ Call of Duty Mobile
  • Touch Sampling Rate สูงสุด 1,000Hz ช่วยให้ตอบสนองการสัมผัสได้รวดเร็ว
  • ระบบระบายความร้อนขนาด 4,400 ตารางมิลลิเมตร ช่วยรักษาประสิทธิภาพระหว่างเล่นเกมต่อเนื่อง
  • หน้าจอ AMOLED 120Hz แบบ Adaptive Refresh Rate

ยังมีฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่ใช้งานได้จริง

Nothing ยังเพิ่มรายละเอียดจากเสียงตอบรับของผู้ใช้งานหลายอย่าง เช่น

  • เพิ่มการบันทึกบัตรลง Google Wallet ได้สะดวกขึ้น
  • หน้าจอล็อกดีไซน์ใหม่ พร้อมนาฬิกาแบบใหม่
  • ปรับระบบลดอาการ Burn-in บริเวณแถบสถานะ
  • ปรับปรุงความเร็วและความแม่นยำของระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • เพิ่ม Breathing Widget สำหรับฝึกการหายใจ
  • เพิ่ม Soundscape Widget สำหรับเปิดเสียงธรรมชาติ ช่วยผ่อนคลายระหว่างทำงานหรือก่อนนอน

สรุปหลังได้สัมผัส

Nothing Phone (4b) อาจไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในงบประมาณ 13,999 บาท แต่เป็นมือถือที่มี "คาแรกเตอร์" ชัดเจนที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด

สิ่งที่โดดเด่นคือดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ซอฟต์แวร์ที่ลื่น กล้องที่ได้รับการยกระดับด้วย TrueLens Engine 4 พร้อม AI รุ่นใหม่ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และยังมี Glyph Bar ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใช้งานแตกต่างจากสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป

หากกำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่ให้ทั้งดีไซน์ ฟีเจอร์ และประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่าง Nothing Phone (4b) ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้

ราคาในประเทศไทย

  • Nothing Phone (4b) รุ่น 8GB + 128GB ราคา 13,999 บาท