NOBLE เดินเกมเชิงรุก เร่งโอนสร้าง Cash Flow–ลดภาระหนี้ หลัง Q2/69 เผชิญขาดทุน 418 ลบ. : อินโฟเควสท์
บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ [NOBLE] เดินหน้าบริหารสินค้าคงเหลือเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและสร้างกระแสเงินสด โดยในไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,091 ล้านบาท ลดลง 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 418 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ธุรกิจให้เช่าและบริการที่ลดลงตามความคืบหน้าของโครงการร่วมทุนที่ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 การรับรู้การปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV Loss) ซึ่งเป็นรายการ One-time จากการปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันในตลาด รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอัตราดอกเบี้ยทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม NOBLE กล่าวว่า “ในไตรมาส 2/69 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตสินค้าคงเหลือเชิงรุก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นกระแสเงินสด การปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการรับรู้ NRV Loss เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดังกล่าว โดยเป็นรายการ One-time ที่สะท้อนมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเห็นการเติบโตของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 6 เดือนแรก และจะมุ่งเน้นการขายและทยอยโอนกรรมสิทธิ์สินค้าพร้อมอยู่ในช่วงที่เหลือของปี เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดภาระทางการเงินอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับ NRV Loss ที่รับรู้ในไตรมาส 2/69 เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ภายหลังบริษัทฯ ปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันในตลาด โดยเป็นรายการ One-time สำหรับสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารสินค้าคงเหลือผ่านแคมเปญ “One Price One Month” ซึ่งเริ่มแคมเปญเมื่อต้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับอย่างดี โดยนำสินค้าพร้อมอยู่ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านมาจัดโปรโมชั่นเพื่อเร่งการขาย ทั้งนี้ สินค้าที่จำหน่ายได้จากแคมเปญดังกล่าวเป็น Ready-to-move สามารถทยอยโอนกรรมสิทธิ์และสามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
ด้านยอดขายโครงการ (Pre-sale) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 3,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปิดขายโครงการ โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์ ในไตรมาส 1/69 นอกจากนี้ บริษัทฯ สามารถปิดการขายโครงการได้ 3 โครงการ ได้แก่ นิว โนเบิล ไฟฉาย-วังหลัง, โนเบิล เทอร์รา พระราม 9 – เอกมัย และ นิว คอร์ คูคต สเตชัน มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,800 ล้านบาท
ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 3,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจาก 4 โครงการใหญ่ ได้แก่ นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ, โนเบิล ครีเอท, โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ และ นิว อีโว อารีย์ ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ มีสินค้าคงเหลือพร้อมขาย (Ready-to-move) มูลค่าประมาณ 14,642 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการขายและโอนกรรมสิทธิ์สินค้าดังกล่าวในช่วงที่เหลือของปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและสร้างกระแสเงินสด
ด้าน Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 21,647 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า สนับสนุนความต่อเนื่องของรายได้ในระยะยาว ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีอัตราส่วน Net IBD/E อยู่ที่ 1.70 เท่า ลดลงจาก ณ สิ้นปี 2568 สอดคล้องกับแนวทางการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการลดภาระหนี้ ควบคู่กับการรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยการบริหารสินค้าคงเหลือและการสร้างกระแสเงินสดจากการโอนกรรมสิทธิ์จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต