Nissan Z รุ่นปี 2027 ปรับโฉมใหม่ อัปเกรดถังน้ำมันเพื่อการขับในสนาม ราคาเริ่ม 1.5 ล้านบาท - Carvariety

Nissan เปิดเผยรายละเอียด Nissan Z รุ่นปี 2027 สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา โดยมาพร้อมการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และอัปเกรดด้านวิศวกรรมที่ตอบโจทย์การขับขี่ในสนามแข่งมากขึ้น แม้จะยังคงใช้ขุมพลังเดิม แต่ราคาจำหน่ายได้ขยับสูงขึ้นจากรุ่นก่อน

Nissan Z รุ่นปี 2027 มีราคาเริ่มต้นที่ 45,735 ดอลลาร์สหรัฐ (รวมค่าจัดส่ง) หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,510 ดอลลาร์สหรัฐ จากรุ่นปี 2026 ขณะที่รุ่น Z Performance มีราคา 55,725 ดอลลาร์สหรัฐ และรุ่นท็อป Z Nismo ราคา 68,505 ดอลลาร์สหรัฐ

ดีไซน์ใหม่ เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยโลโก้ Z

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือด้านหน้ารถที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูสะอาดตาและดุดันกว่าเดิม พร้อมเปลี่ยนตรา Nissan บริเวณฝากระโปรงหน้าเป็นโลโก้ “Z” สไตล์เรโทร เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตตระกูล Z

นอกจากนี้ยังเพิ่มสีตัวถังใหม่ Shinkai Green Pearl เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง

อัปเกรดสำคัญ ถังน้ำมันใหม่ รองรับการขับในสนาม

ไฮไลต์สำคัญของ Nissan Z รุ่นปี 2027 อยู่ที่การออกแบบ ถังน้ำมันใหม่ ซึ่งแม้มองไม่เห็นจากภายนอก แต่ช่วยลดปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไหลออกจากตำแหน่งดูดในขณะเข้าโค้งด้วยแรง G สูงต่อเนื่อง ทำให้เครื่องยนต์ได้รับเชื้อเพลิงสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่นำรถไปใช้งานในสนามแข่ง

รุ่น Performance เพิ่มอุปกรณ์ใหม่

Nissan ยังเพิ่มอุปกรณ์ให้กับรุ่น Performance ได้แก่

  • โช้กอัพขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและการควบคุมตัวรถ
  • ล้อฟอร์จขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
  • แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายมาตรฐาน Qi2
  • ตัวเลือกห้องโดยสารสีแทน เพิ่มจากเดิมที่มีเฉพาะสีดำ

เครื่องยนต์เดิม แต่ Nismo กลับมาพร้อมเกียร์ธรรมดา

ด้านขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ

  • รุ่นมาตรฐาน ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า
  • รุ่น Z Nismo ให้กำลังสูงสุด 420 แรงม้า

สำหรับระบบส่งกำลัง รุ่นส่วนใหญ่ยังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ขณะที่ Z Nismo รุ่นปี 2027 จะกลับมาพร้อมตัวเลือก เกียร์ธรรมดา อีกครั้ง เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบดั้งเดิม

เตรียมวางจำหน่ายในสหรัฐฯ ช่วงปลายฤดูร้อน

Nissan ระบุว่า Z รุ่นปี 2027 จะเริ่มวางจำหน่ายที่ตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ แม้ราคาจะปรับสูงขึ้นจากเดิม แต่การอัปเกรดด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะถังน้ำมันใหม่สำหรับการขับในสนาม รวมถึงการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ ทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะและความสนุกในการขับขี่

แหล่งที่มา : motor1